Parents One

6 ข้อดีของการทำอิกซี่ เพิ่มความสำเร็จในการตั้งครรภ์

การทำเด็กหลอดแก้วแม้จะเป็นที่นิยมแต่ก็ยังมีช่องโหว่อยู่บ้าง ทำให้มีการคิดค้นเทคโนโลยีการแพทย์ใหม่ๆ เพื่อมาพัฒนาและเพิ่มโอกาสสำเร็จในการตั้งครรภ์ให้มากที่สุด ซึ่งการทำอิ๊กซี่ ถือว่าเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยกลุ่มเสี่ยงภาวะมีบุตรยากอายุเฉลี่ยที่ 35 ปีขึ้นไป เคยรักษาโดยทำเด็กหลอดแก้วแล้วปฏิสนธิไม่ดี หรือไม่ตั้งครรภ์ อาจลองเปลี่ยนมาใช้วิธีการทำอิ๊กซี่เพื่อเพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์ วันนี้จะพาไปทำความรู้จักกับเทคโนโลยีนี้กันค่ะ

การทำอิ๊กซี่คืออะไร

ICSI (Intracytoplasmic Sperm Injection) หรือเรียกง่ายๆ ว่า “อิ๊กซี่” เป็นการปฎิสนธินอกร่างกาย เกิดขึ้นในห้องปฏิบัติการ เป็นอีกวิธีหนึ่ง ที่ช่วยในการปฏิสนธิสำหรับผู้มีบุตรยาก

ICSI คือการนำเอา sperm ที่ดีที่สุดหนึ่งตัวผสมต่อไข่ที่อยู่ในระยะที่เหมาะสมในการปฏิสนธิหนึ่งใบ โดยการใส่ sperm เข้าไปในเนื้อไข่โดยตรง วิธีการนี้ให้ผลการปฏิสนธิเป็นที่น่าพึ่งพอใจ ช่วยลดปัญหาการปฏิสนธิแบบผิดปกติอันเนื่องมาจากไข่และ sperm เช่น การเกิดการผสมด้วย sperm หลายตัว, sperm ไม่สามารถเจาะผ่านเปลือกไข่ (ZP) เพื่อเข้ามาปฏิสนธิได้ เป็นต้น การทำอิ๊กซี่ช่วยรักษาภาวะมีบุตรยาก โดยเฉพาะฝ่ายชายที่มีปัญหาน้ำเชื้อน้อย ตัวอสุจิไม่ค่อยเคลื่อนไหว หรือพิการผิดรูปร่าง โดยอิ๊กซี่จะเป็นเทคนิคการคัดอสุจิผ่านกล้องขยาย 6 พันเท่า เพิ่มความสำเร็จการทำเด็กหลอดแก้วสูงขึ้น

ขั้นตอนในการทำอิ๊กซี่

  1. ทำการกระตุ้นไข่ในฝ่ายหญิง โดยเริ่มฉีดยาตั้งแต่วันที่ 2 ของรอบเดือน ฉีดไป 10 วัน เพื่อกระตุ้นให้ไข่ตกมากกว่า 1 ใบ
  2. ติดตามตรวจอัลตร้าซาวด์และเจาะเลือดเพื่อดูขนาดไข่ เมื่อไข่มีขนาดโตได้ที่ จะทำการดูดไข่ออกมาเก็บผ่านทางช่องคลอด และเก็บน้ำเชื้อฝ่ายชายในวันเดียวกัน
  3. ใช้เทคนิคในห้องปฏิบัติการเลือกตัวอ่อน โดยใช้เข็มแก้วขนาดเล็กดูดเลือกตัวสเปิร์มที่แข็งแรงที่สุด แล้วใช้เข็มนั้นเจาะและฉีดตัวสเปิร์มเข้าไปในไข่โดยตรง แล้วให้เกิดการปฏิสนธิขึ้นมา
  4. นำไข่ที่ผสมแล้วไปเลี้ยงต่อในห้องปฏิบัติการประมาณ 3-5 วัน หลังจากนั้นจะนำตัวอ่อนย้ายกลับเข้าสู่โพรงมดลูก เพื่อให้เจริญเติบโตเป็นทารกต่อไป

ข้อดีของการทำอิ๊กซี่

1. ช่วยลดการเกิดทารกที่มีอาการดาวน์ซินโดรม รวมไปถึงความผิดปกติทางพันธุกรรม เช่น โรคโลหิตจาง ธาลัสซีเมีย โรคกล้ามเนื้อลีบได้

2. ช่วยกลุ่มเสี่ยงผู้ที่มีภาวะมีบุตรยาก อายุเฉลี่ยที่ 35 ปีขึ้นไป

3. เพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์ สำหรับผู้ที่เคยรักษาโดยทำเด็กหลอดแก้วแล้วปฏิสนธิไม่ดี หรือไม่ตั้งครรภ์

4. ลดความเสี่ยงแท้งจากวิธีการเจาะน้ำคร่ำ เพื่อตรวจหาอาการดาวน์ซินโดรม

5. ผลสำเร็จในการทำอิ๊กซี่สูงถึง 30-40% ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความแข็งแรงของเชื้ออสุจิและขั้นตอนต่างๆ ในห้องปฏิบัติการ

6. สำหรับคู่สมรสที่อายุน้อยและไม่พร้อมที่จะมีลูก สามารถกระตุ้นไข่และเก็บฝากไข่ของตัวเองเอาไว้ก่อน เมื่อไหร่พร้อมสามารถนำไข่ออกมาทำอิ๊กซี่ได้ อสุจิก็สามารถแช่แข็งเอาไว้ได้เป็นระยะเวลาประมาณ 10 ปี

จะมีการประเมินว่าเกิดการปฏิสนธิหรือไม่ 16 – 18 ชั่วโมงหลังจากทำ IVF/ ICSI ตัวอ่อนที่เกิดขึ้นมาจะถูกนำไปเลี้ยงในน้ำยาเลี้ยงพิเศษ เพื่อกระตุ้นการเจริญเติบโตและการพัฒนาเป็นเวลา 5 วัน จนกว่าตัวอ่อนจะพัฒนาไปสู่ระยะบลาสโตซิสต์ ส่วนใหญ่จะมีเพียงตัวอ่อนที่แข็งแรงเท่านั้นที่จะพัฒนาไปจนถึงระยะนี้ได้ซึ่งจะมีประมาณ 50 – 60% ของตัวอ่อน อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้อาจมีการผันแปรซึ่งขึ้นอยู่กับปัจจัยของคนไข้แต่ละรายและรอบของการรักษาค่ะ

ที่มา – www.medicthai.com