Parents One

ไม่ได้บอกรัก ไม่ได้หมายความว่าไม่รัก รู้จัก 5 ภาษารักของมนุษย์

เคยรู้สึกว่าสามีหรือภรรยาไม่รักเราอีกต่อไปแล้วไหมคะ ? ทำไมพอเราบอกรัก แล้วเขาไม่เห็นบอกรักเราตอบเลย ? นั่นไม่ใช่เรื่องที่แปลกและคุณไม่ได้เผชิญความคิดแบบนี้อยู่คนเดียวแน่นอน แต่เรื่องนี้อาจเป็นเพราะว่าเรามีรูปแบบในการแสดงออกทางความรักที่แตกต่างกันเท่านั้นเอง และเมื่อไม่เข้าใจกันแล้วก็อาจทำให้ความรักนั้นสั่นคลอนลงได้

โดยในทางจิตวิทยา แกรี่ แชปแมน (Gary Chapman) ผู้ให้คำปรึกษาด้านความรักและความสัมพันธ์เป็นเวลามากกว่า 25 ปี ได้แบ่ง “ภาษารัก” หรือการแสดงออกทางความรักไว้ 5 แบบ ที่แสดงให้เห็นว่าการที่เราแสดงออกว่ารักไม่เหมือนกัน ไม่ได้หมายความว่าเราไม่รักกัน วันนี้เราจะพาทุกคนไปทำความเข้าใจเรื่องนี้ให้มากขึ้นค่ะ แต่ก่อนที่จะไปอ่าน เรามารู้รูปแบบ “ภาษารัก” ของเราและคู่กันก่อนดีกว่า สามารถเข้าไปทำแบบทดสอบได้ที่ลิงก์นี้เลยนะคะ : https://www.5lovelanguages.com/quizzes/couples-quiz/

แสดงให้เห็นว่ารักด้วยคำพูด (Words of Affirmation)

รูปแบบแรกคือการแสดงออกว่ารักด้วย “คำพูด” ค่ะ ซึ่งเป็นสิ่งที่คนแสดงออกกันบ่อยและชัดเจนที่สุด ไม่ว่าจะการบอกรัก การพูดแสดงความห่วงใย หรือการให้กำลังใจก็ตาม โดยการพูดคำหวานๆ จะทำให้คนฟังรู้สึกดีและรู้สึกได้รับความรักอย่างเปี่ยมล้น แต่ไม่ใช่ทุกคนจะชอบบอกรักอยู่บ่อยๆ อย่างน้อยที่สุดแค่ไม่พูดคำที่บั่นทอนหรือให้รู้สึกแย่ก็เพียงพอแล้วค่ะ วิธีแสดงออกว่ารักแบบนี้เป็นวิธีที่เรียบง่ายที่สุด ไม่ต้องมานั่งเดาใจว่าอีกฝ่ายกำลังคิดอะไรอยู่

แต่อาจต้องระวังว่าบางครั้งสิ่งที่พูดอาจดูเหมือนแค่ลมปาก พูดไปงั้นๆ ให้คนฟังรู้สึกดี ดังนั้นคำพูดนี้ควรเป็นคำที่รู้สึกออกมาจากใจจริงๆ และพูดในสิ่งที่ทำได้จะได้ไม่เป็นการโกหกหลอกลวงนั่นเองค่ะ

แสดงให้เห็นว่ารักด้วยการดูแล  (Act of Service) 

รูปแบบต่อมาคือการแสดงออกว่ารักด้วย “การดูแล” ค่ะ วิธีนี้ก็เป็นวิธีที่คุณพ่อส่วนใหญ่มักทำกัน เพราะไม่กล้าพูดบอกรักออกมา และเชื่อว่าการกระทำสำคัญกว่าคำพูด จึงใช้การกระทำเป็นสื่อแทนใจ ทำด้วยความปรารถนาดีและเต็มใจ อยากช่วยดูแล แบ่งเบาภาระให้ผู้รับรู้สึกสบายใจที่สุด ไม่ว่าจะเป็นคอยรับ-ส่ง ทำอาหารให้ทาน หรือช่วยทำงานบ้าน

แต่สิ่งที่ต้องระวังก็คือ หากเป็นคนที่ชอบดูแลและช่วยจัดการมากเกินไป อาจทำให้ผู้รับบางคนที่เขาไม่ชิน รู้สึกอึดอัดขึ้นมาได้ แต่ถ้าเป็นคนที่ชอบการถูกดูแลก็จะรู้สึกดี เหมือนเป็นเจ้าหญิงเลยล่ะค่ะ

แสดงให้เห็นว่ารักด้วยการให้ของ (Receiving Gifts)

รูปแบบที่ 3 คือการแสดงออกว่ารักด้วย “การให้ของ” ค่ะ คนบางคนไม่รู้ว่าจะแสดงออกว่ารักด้วยวิธีไหน จึงใช้การให้ของเป็นสื่อแทนใจ ทั้งผู้ให้และผู้รับจะรู้สึกมีความสุขและยินดีมากๆ ไม่ว่าจะเป็นของขวัญวันครบรอบ หรือของธรรมดาๆ ที่พอเขานึกถึงเราขึ้นมาก็จะซื้อมาฝาก คนที่แสดงออกว่ารักแบบนี้เผินๆ ดูเหมือนไม่ได้แสดงออกอะไร แต่การที่เขาซื้อของที่เราชอบมาให้ก็เป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่าเขาก็ใส่ใจเราไม่ใช่น้อยเลย

แต่อาจต้องระวังว่าบางทีการให้ความรักด้วยการมอบสิ่งของตลอดเวลา ก็อาจเป็นสิ่งที่ทำให้รู้สึกขาดได้เช่นกัน เช่น คุณพ่อทำงานหนักจนไม่มีเวลาให้กับครอบครัว แต่ก็แสดงความรักด้วยการซื้อของให้ โดยที่ไม่ได้ดูว่ารูปแบบการแสดงออกทางความรักของอีกฝ่ายเป็นแบบไหนก็อาจทำให้เกิดปัญหาได้นะคะ

แสดงให้เห็นว่ารักด้วยเวลาคุณภาพ (Quality Time)

รูปแบบที่ 4 คือการแสดงออกว่ารักด้วย “เวลาคุณภาพ” ค่ะ คนที่แสดงความรักด้วยวิธีนี้จะชอบหาเวลามาอยู่กับครอบครัว กับคนที่รักและใช้เวลาคุณภาพอย่างเต็มที่ เป็นช่วงเวลาที่พิเศษและมีความหมาย เช่น อาจใช้ 1 ชั่วโมงต่อวันในการนั่งพูดคุย ทำกิจกรรมร่วมกัน โดยที่ไม่มีมือถือหรืออะไรมาคอยขัดช่วงเวลานั้น เพื่อเป็นการเปิดรับความรู้สึกของอีกฝ่าย ซึ่งกิจกรรมที่ทำนั้นจะเป็นกิจกรรมที่ชอบร่วมกันทั้ง 2 ฝ่าย  หรืออาจนั่งเคียงข้างกันอย่างสงบๆ เป็นช่วงเวลาที่ผ่อนคลาย รู้สึกสบายใจก็ถือเป็นการใช้เวลาคุณภาพแล้วค่ะ

แต่ต้องระวังว่าเวลาที่ใช้ร่วมกันจะเป็นการทำอะไรที่ตัวเองชอบอยู่ฝ่ายเดียว หรือพูดอยู่คนเดียวนะคะ ควรเป็นสิ่งที่ทำแล้วรู้สึกสบายใจทั้งสองฝ่ายหรือเป็นการสร้างบทสนทนาที่ดีจะดีกว่าค่ะ

แสดงให้เห็นว่ารักด้วยการสัมผัส (Physical Touch)

รูปแบบสุดท้าย คือการแสดงออกว่ารักด้วย “การสัมผัส” ค่ะ การสัมผัสกาย (Skinship) ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ใช้แสดงออกทางความรักได้เช่นกัน อาจมีบางคนมองว่าความรักเป็นแค่ความรู้สึก ไม่ต้องมีการสัมผัสก็ได้ แต่คนที่แสดงออกว่ารักด้วยการสัมผัส ถือเป็นเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กัน ซึ่งการสัมผัสในที่นี้ไม่ได้มีเพียงแค่การมีเพศสัมพันธ์นะคะ แต่ไม่ว่าจะเป็นการจับมือ การกอด การหอม การจูบ และการลูบไล้ ก็ล้วนทำให้รู้สึกถึงความรักได้แล้ว หรือจะเป็นการปลอบด้วยการแตะไหล่ หยอกล้อกันด้วยการตีเบาๆ ก็ทำให้รู้สึกดีได้เช่นกันค่ะ

แต่ต้องระวังว่าถ้าทำมากไป คู่ของเราที่อาจไม่ได้มีการแสดงออกทางความรักในรูปแบบนี้อาจจะรู้สึกว่าถูกนัวเนียหรือคลอเคลียมากเกินไป จนรู้สึกรำคาญได้ค่ะ

จะเห็นได้ว่ารูปแบบการแสดงออกทางความรักมีอยู่หลากหลาย ไม่ว่าจะแสดงออกแบบไหนก็ล้วนเป็นสิ่งที่ทำให้รู้ว่ารักทั้งนั้น ที่สำคัญคือ เราควรต้องเข้าใจว่าคู่ของเรามีการแสดงออกทางความรักแบบไหน เพื่อที่ว่าเราจะได้ปรับตัวเข้าหากันได้ถูก และเป็นสิ่งที่ช่วยประคองชีวิตคู่ของเราให้ยืนยาวอีกด้วยนะคะ

ข้อมูลอ้างอิงจาก