fbpx

HIGHLIGHT UPDATE: ข่าวรอบวันประจำวันที่ 11 พฤษภาคม 2563

Writer : OttChan
: 11 พฤษภาคม 2563

คนไทยติดเชื้อ covid-19 เพิ่มขึ้น 6 ราย ยอดสะสม 3,015ราย

– ผู้ป่วยใหม่ 6 ราย
หายแล้ว 2,796 ราย เพิ่มมา 6 ราย
– รักษาตัว 163 ราย เพิ่มมา 2 ราย
– ยอดผู้ป่วยสะสม 3,015 ราย
เสียชีวิต 56 ราย

อ้างอิงจาก https://covid19.th-stat.com/

ทางนิวยอร์ก พบเด็กมีอาการคล้าย โรคคาวาซากิเสียชีวิตแล้ว 3 ราย

มีอาการลึกลับในหมู่เด็กเล็กที่มาพร้อมการติดโรค COVID-19 ส่งผลให้เด็ก 3 คนในนิวยอร์กเสียชีวิต และป่วยอีก 73 คน  นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เผยว่ากลุ่มอาการดังกล่าว คล้ายกับโรคหัดญี่ปุ่น หรือที่เรียกว่า Kawasaki disease ดังนั้นจึงต้องมีการตรวจสอบและค้นคว้าอย่างเร่งรีบถึงสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการขึ้น

อ้างอิงจาก https://www.posttoday.com/world/623034?fbclid=IwAR2aXOb_vKXRM-M8NEZH_9ahDRFmnk2wxSrDsjoMi-4YMkdICO-kWMCh-5I

กรมควบคุมโรค ขอความร่วมมือช่วยกัน ระวังเด็กจมน้ำช่วงปิดเทอม

อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ในช่วงนี้ประเทศไทยมีสภาพอากาศที่ร้อนมากกับมีช่วงปิดเทอมยาวนานกว่าปกติ จึงอยากเตือนผู้ปกครองควรดูแลบุตรหลาน ไม่ปล่อยให้เด็กชวนกันไปเล่นน้ำตามแหล่งน้ำธรรมชาติหรืออ่างเก็บน้ำ เพราะนอกจากจะเสี่ยงติดโควิด-19 แล้วยังเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุจมน้ำเสียชีวิต จากผลสำรวจตั้งแต่ช่วงมกราไปจนถึงวันที่ 5 พฤษภาคม มีเด็กเส้ยชีวิตจากเหตุการณืจมน้ำ 30 กว่าราย ถึงข้อความร่วมมือให้ช่วยกันดูแลและระมักระวังอยู่เสมอ

อ้างอิงจาก https://www.innnews.co.th/social/news_671160/

ศูนย์ข้อมูล COVID-19 บอก 6 สิ่งที่ควร ทำเพื่อดูแลจิตใจเด็ก,วัยรุ่นช่วง covid-19

ในช่วงที่สภาะต่างๆ ยังไม่เข้าที่เข้าทาง ทางศูนย์ข้อมูล Covid-19 ได้ออกมาบอกวิธี การช่วงดูแลสภาพจิตใจของเด็กและวัยรุ่นด้วย 6 ข้อดั่งกล่าว

  • เปิดโอกาสให้เด็กได้ระบายความคิดความรู้สึกไม่ดี ให้เด็กรู้สึกมั่นคงปลอดภัย
  • เด็กควรอยู่ใกล้ชิดผู้ปกครองให้มากที่สุด
  • พยายามทำกิจวัตรประจำวันให้เหมือนเดิมที่สุด
  • มีข้อตกลงกติกาในการใช้สื่อสังคมออนไลน์ ในช่วงนี้อาจยืดหยุ่นเวลาเพราะจำเป็นสำหรับเด็กและวัยรุ่นในการติดต่อสื่อสารกับเพื่อน
  • หลีกเลี่ยงการพูดถึงข้อมูลที่บิดเบือน ไม่พูดถึงข่าวลือทางลบต่อหน้าเด็ก
  • เป็นตัวอย่างที่ดีในการจัดการอารมณ์ เพราะเด็กจะคอยสังเกต ซึมซับและนำไปใช้กับตัวเอง’

อ้างอิงจาก https://siamrath.co.th/n/154218

สสส.ปลูกจิตสำนึกเด็ก ผ่านการปฏิบัติจริง เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันจากปัจจัยเสี่ยงต่างๆ

ในปัจจุบัน เกิดอุบัติเหตุ, ภาวะเสี่ยงขึ้นมากมายไม่ว่าจะเป็นทางท้องถนน, การพนันรึการใช้ชีวิตอย่างไม่ปนะมาท ทาง สสส. กับเครือข่ายจจึงได้ร่วมกันดำเนินงานเพื่อสร้างความตระหนักและรณรงค์อย่างต่อเนื่อง โดยมีโครงการและกิจกรรมมากมายที่จัดขึ้นสำหรับทุกกลุ่มและทุกช่วงวัย ในกลุ่มเด็กเล็กจะมุ่งเน้นด้านการปลูกฝังจิตสำนึกที่ดีเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันจากปัจจัยเสี่ยง ช่วยกันปลูกฝังจิตสำนึกที่ต้องมีเช่นการระวังอุบัติเหตุทางท้องถนน, การรู้เท่าทันถึงสื่อการพนันและการหลีกเลี่ยง รวมถึงการปฏิเสธหรือพาตนเองออกมาจากสภาวะขับคันหรืออึดอัด และจะเริ่มตั้งแต่วัยอนุบาลไปจนถึงวัยประถม

อ้างอิงจาก https://www.ryt9.com/s/prg/3122453

Writer Profile : OttChan

  • Blog :
  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



Update
Banner Banner
เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2564 นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรคได้กล่าวว่าขณะนี้เป็นช่วงฤดูหนาว โรคมือ เท้า ปาก เป็นโรคที่ต้องระมัดระวัง โดยพบอัตราผู่ป่วยมากสุดในกลุ่มเด็กเล็กและเด็กวัยเรียน ประกอบกับช่วงนี้ที่เด็กในบางพื้นที่ต้องหยุดอยู่บ้านหรือศึกษาที่บ้านเนื่องด้วยการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ซึ่งอาจทำให้ติดโรคนี้จากเด็กในชุมชนเดียวกันได้ อาการของเด็กที่เริ่มป่วยโรคมือ เท้า และปากนั้นจะเริ่มจากการมีไข้อ่อนๆ อ่อนเพลีย 1-2 วันต่อมาจะมีอาการเจ็บปาก และมีตุ่มพองเล็กๆ บริเวณฝ่ามือฝ่าเท้า ตุ่มแผลในปาก เพดานอ่อน กระพุ้งแก้ม ซึ่งจะแตกออกเป็นแผลหลุมตื้นๆ หากสังเกตแล้วอาการไม่ดีขึ้น เด็กมีไข้สูง ซึมลง ชัก เกร็ง หายใจหอบ หรืออาเจียนในปริมาณมาก ควรพบแพทย์ทันทีเพราะอาจติดเชื้อไวรัสในกลุ่มแอนเทอโรไวรัส ที่เป็นสาเหตุของโรคมือ เท้า ปาก หากรุนแรงอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้ นอกจากนี้แล้ว นายแพทย์โอภาศยังกล่าวแนะนำผู้ปกครองเพิ่มเติมว่า ขอให้ดูแลบุตรหลานในช่วงอยู่บ้านอย่างใกล้ชิด เพราะเด็กเล็กนั้นอาจไม่สามารถบอกอาการเจ็บป่วยของตัวเองได้  และได้แนะนำวิธีป้องกันโรคมือ เท้า และปากดังนี้ ลดการสัมผัสเชื้อ ไม่นำมือสกปรกสัมผัสใบหน้า เพราะเสี่ยงติดเชื้อโรคในน้ำมูก น้ำลาย น้ำจากแผลตุ่มพองหรืออุจจาระของผู้ป่วย เมื่อสัมผัสของเล่น ของใช้อย่างอื่นอาจกระจายเชื้อไปยังผู้อื่นได้ ทำความสะอาดของใช้และของเล่นเด็กเป็นประจำ เปิดประตูหน้าต่างให้อากาศถ่ายเท หมั่นให้เด็กล้างมือบ่อยๆ ด้วยน้ำและสบู่ หรือเจลแอลกอฮอลล์ ก่อนและหลังรับประทานอาหารหรือเข้าห้องน้ำ หากบุตรหลานป่วย ให้สวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัย เว้นระยะให้ห่างอย่างน้อย 1-2 เมตร แยกของใช้และของเล่นไม่ให้คลุกคลีกับคนอื่นๆ อ้างอิงจาก https://bit.ly/3sKDNIN
22 มกราคม 2564

anal porno zdarma culi nudi al mare free sex videos antalya escort