fbpx

NEWS : สูบบุหรี่-ดื่มเหล้า เพิ่มโอกาสการติดเชื้อโควิด-19

Writer : Jicko
: 26 มีนาคม 2563

องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า การสูบบุหรี่ทำให้มีความเสี่ยงปอดติดเชื้อเมื่อเทียบกับผู้ไม่สูบ ได้แก่ เสี่ยงติดเชื้อแบคทีเรีย 2-4 เท่า เชื้อไข้หวัดใหญ่ 2 เท่า เชื้อวัณโรคมากกว่า 2 เท่า เพิ่มอัตราการเสียชีวิต 4 เท่า และเชื้อโควิด -19 ถึง 14 เท่า

ดร.วศิน พิพัฒนฉัตร ผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี กล่าวภายในงานเสวนา “เหล้า บุหรี่ กับความเสี่ยงโควิด-19” ว่า วารสารการแพทย์จีน (Chinese Medical Journal 28 กุมภาพันธ์ 2563) ระบุว่า ในผู้ป่วยที่มีอาการทรุดลงรวมถึงเสียชีวิตเป็นผู้สูบบุหรี่มากกว่าไม่สูบ โดยโควิด -19 ที่เกิดปอดอักเสบ เมื่อแบ่งผู้ป่วยออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่มีอาการดีขึ้น กับกลุ่มที่มีอาการทรุดลง (รวมถึงตาย) พบว่า ในผู้ป่วยกลุ่มที่มีอาการทรุดลงและถึงแก่ความตาย มีสัดส่วนเป็นผู้สูบบุหรี่ ต่อ ผู้ไม่สูบบุหรี่ คิดเป็น 14 : 1 ดังนั้น การสูบบุหรี่เป็นความเสี่ยงสูงสุด ที่สัมพันธ์กับการเกิดปอดอักเสบรุนแรงรวมถึงการเสียชีวิตจากโควิด-19 นั้นเอง

นอกจากนี้ ไม่ว่าจะบุหรี่มวนหรือบุหรี่ไฟฟ้า ส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจ ทำให้เราภูมิคุ้มกันร่างกายอ่อนแอ เสี่ยงต่อการติดเชื้อโควิด-19 เพราะกลุ่มเสี่ยงที่ได้รับเชื้อนอกจากผู้สูงอายุ จะเป็นกลุ่มที่เป็นโรคปอด หัวใจ ความดัน เบาหวาน บุหรี่เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดโรคพวกนี้ และโรคพวกนี้ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อโควิด-19 ง่ายขึ้น ประเด็นเรื่องพฤติกรรมก็สำคัญ เห็นได้จากกรณี ผู้ติดเชื้อ 11 ราย ที่ติดเชื้อจากการสูบบุหรี่ดื่มสุราร่วมกัน

เพราะฉะนั้นทางที่ดีคุณพ่อคุณแม่หากอยู่ในกลุ่มเสี่ยงพวกนี้ จึงอยากให้หลีกเลี่ยง โดยเฉพาะการแบ่งกันเสพบุหรี่ต่างๆ ร่วมกัน อาจจะเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ เช่นเดียวกับการกินเหล้าแก้วเดียวกัน ช่วงนี้ก็ต้องงดไปก่อน อีกทั้งพยายามหลีกเลี่ยงการรวมกลุ่มกัน เพื่อลดการแพร่กระจายของเชื้อโควิด-19 นั้นเองค่ะ

อ้างอิงจาก : https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/871218

Writer Profile : Jicko

  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



Update
ข่าว ข่าว
การตีไม่ใช่ทางออกของการอบรมสั่งสอนในปัจจุบันอีกต่อไป เพราะเด็กอาจไม่ได้เข้าใจถึงเหตุผลที่เขาทำผิดอย่างแท้จริง มีแต่เพียงความกลัวเท่านั้น อีกทั้งยังส่งผลเสียต่อพัฒนาการอีกด้วย นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด เผยว่า การตีเด็กอาจจะส่งผลต่อการพัฒนาของระบบสมองได้ แม้จะตีเบาๆ ก็ตาม เมื่อทำการสแกนสมองของเด็กอายุ 10-11 ปี จำนวน 147 คน พบว่าเด็กที่ถูกตีและทารุณนั้น สมองของพวกเขาจะสร้างคลื่นบริเวณเยื่อหุ้มสมองที่เปรียบได้เสมือนสัญญาณของการถูกคุกคามและความหวาดกลัว ซึ่งเมื่อถูกทำบ่อยครั้งอาจส่งผลให้เด็กมีปัญหาทางจิต เช่น ความวิตกกังวล สภาวะซึมเศร้า สืบเนื่องไปถึงการใช้สารเสพติดเมื่อพวกเขาโตขึ้นอีกด้วย ดังนั้นพ่อแม่ควรที่จะหลีกเลี่ยงใช้ความรุนแรงกับเด็กและหันมาสอนความแตกต่างระหว่างถูก-ผิด อย่างเข้าใจ พร้อมกำหนดขอบเขตที่ชัดเจนมากกว่า เพราะการอบรมที่ดี ควรต้องปฏิบัติด้วยความอ่อนโยน การตีถือว่าเป็นสิ่งที่ทำให้เด็กเกิดความอับอาย และเกิดเหตุการณ์ฝังใจ แต่กลับไม่เข้าใจและไม่จดจำเหตุผลที่ทำให้โดนทำโทษ ก็จะส่งผลต่อสภาพจิตใจของเด็กต่อไปเมื่อพวกเขาโตขึ้น อ้างอิงจาก https://www.dmh.go.th/news-dmh/view.asp?id=30686  
21 เมษายน 2564

anal porno zdarma culi nudi al mare free sex videos antalya escort