fbpx

พาลูกไปท่องอวกาศ LEGO นับล้านชิ้น แบบไร้ขีดจำกัด!! ในงาน BRICKLIVE งานสัปดาห์เลโก้แห่งชาติสุดยิ่งใหญ่

Writer : Mneeose
: 15 ตุลาคม 2562

มหกรรมตัวต่อเลโก้นับล้านกลับมาอีกครั้ง! พร้อมธีมใหม่เอาใจแฟน สตาร์ วอร์ส ‘บริคไลฟ์ ฟอร์ซ’ 14-17 พ.ย. นี้ ที่ไอคอนสยาม

ข่าวดีของคนรักเลโก้ เมื่อ ไอคอนสยาม จับมือ บีอีซี – เทโร เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จัดงานสัปดาห์เลโก้แห่งชาติ บริคไลฟ์ (BRICKLIVE) มหกรรมเลโก้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เตรียมนำตัวต่อเลโก้กว่าล้านชิ้น รวมถึงเซ็ตเลโก้สะสมหายาก และโซนกิจกรรมหลากหลาย มาสร้างความบันเทิงเชิงสร้างสรรค์ให้กับชาวไทยอีกครั้งเป็นปีที่ 2 พร้อมธีมใหม่สุดพิเศษสำหรับแฟนๆ สตาร์ วอร์ส ในงานบริคไลฟ์

ต่อยอดจากความสำเร็จและกระแสตอบรับดีเยี่ยมจากผู้เข้าร่วมงาน บริคไลฟ์ ครั้งแรกเมื่อปีที่ผ่านมา กับจำนวนยอดผู้เข้าร่วมงานหลายหมื่นคน  ปีนี้ บริคไลฟ์ ยังคงสร้างสรรค์พื้นที่สำหรับกิจกรรมและโชว์แบบอินเตอร์แอคทีฟ โดยเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมงานทุกเพศ ทุกวัย ได้สนุกไปกับการต่อเลโก้ในโซนต่างๆ และอีกหนึ่งความพิเศษสุดๆในปีนี้ คือ บริคไลฟ์ ฟอร์ซ (BRICKLIVE FORCE) 

เอาใจแฟนภาพยนตร์ในตำนานที่กำลังจะกลับมาอีกครั้งอย่าง สตาร์ วอร์ส (Star Wars) เตรียมเปิดสงครามอวกาศสุดยิ่งใหญ่ เสิร์ฟความสนุกให้แฟนสตาร์ วอร์สทั้งรุ่นใหญ่รุ่นเล็กแบบเอ็กซ์คลูซีฟ ด้วยโซนเลโก้สตาร์ วอร์ส (LEGO Star Warsที่ให้แฟนๆ สนุกแบบจัดเต็มสร้างสรรค์ยานอวกาศในแบบของคุณเอง

รวมไปถึงจัดแสดงเซ็ตตัวต่อหายากจากคอลเลคชั่นภาพยนตร์ ฉากตื่นตาที่จะให้แฟนๆ ได้ถ่ายรูปไปในแอ็คชั่นแบบนักรบอวกาศ พร้อมสร้างสีสันด้วยกิจกรรมขบวนพาเหรดเหล่าตัวละครสุดแฟนตาซี และกิจกรรมอีกมากมายที่จะพาเหล่าเจไดเดินทางกลับไปสู่ห้วงอวกาศกันอีกครั้ง

และยังคงความสนุกสนานเต็มที่ด้วยโซนกิจกรรมที่พาเหรดกลับมาทุกโซน เริ่มด้วย โซนบ่อเลโก้สีต่าง ๆ (GREEN, RED and Duplo Brick pit) โดยบ่อบริคสีแดงและสีเขียวประกอบไปด้วยเลโก้ขนาดมาตรฐาน 2×4 จุด ส่วนบ่อดูโปลจะเป็นบ่อสำหรับเด็กเล็ก 1.5-5 ขวบ เสริมสร้างจินตนาการเด็ก ๆ ด้วยเลโก้ชิ้นใหญ่ที่หยิบจับได้ง่าย

พิเศษ เอาใจคนรักหนัง การ์ตูน และเกมด้วย โซนเลโก้นินจาโก (LEGO Ninjago), โซนเลโก้เฟรนด์ส (LEGO Friends) และ โซนเลโก้มายคราฟต์ (LEGO Minecraft) ที่รวบรวมเซ็ตตัวต่อจากภาพยนตร์และเกมในดวงใจ เปิดให้แฟนๆ ได้สร้างสรรค์ตัวละครและเรื่องราวในแบบของตัวเองแบบไม่รู้จบ

นอกจากนี้ ใครที่ชื่นชอบการต่อเลโก้แบบมีกลไกและการวางแผน ยังได้เพลิดเพลินไปกับ โซนเรซแทร็ค (Race Track), โซนเทคนิค (Technic), โซนอาร์คิเทคเจอร์ (Architecture), โซนซิตี้ (City) และโซนแมพ บิวด์ (Map Build) ที่ให้อิสระกับคนรักเลโก้ได้ออกแบบรถ อาคารตึกรามบ้านช่อง และเนรมิตเมืองในฝันด้วยมือของตัวเอง

รวมไปถึง โซนกราฟฟิตี้วอลล์ (Graffiti Wall) กำแพงขนาดยักษ์ที่รอให้แฟนเลโก้หยิบเอาชิ้นส่วนไปสร้างสรรค์ผลงานศิลปะได้ตามใจชอบ

และแน่นอนว่าที่ แฟนโซน (Fan Zone) ผู้เข้าร่วมงานจะได้ตื่นตาตื่นใจไปกับชุดตัวต่อเลโก้หายาก ของสะสมที่เหล่าแฟนเลโก้ตัวยงจากทั่วทุกมุมโลกขนเอามาให้ได้ชมกันแบบเต็มอิ่มกว่าปีที่ผ่านมา สาวกเลโก้ตัวจริงห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง

ห้ามพลาด! มาร่วมประกอบชิ้นส่วนความคิดสร้างสรรค์ และเปิดประสบการณ์ครั้งใหม่ไปกับกองทัพตัวต่อกว่าล้านชิ้น งานนี้ไม่ว่าจะมากันเป็นครอบครัว มาคนเดียว หรือมากันเป็นกลุ่มก็สามารถเอ็นจอยไปกับความพิเศษที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้ได้ บริคไลฟ์ (BRICKLIVE)

  • จัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 14-17 พฤศจิกายนนี้
  • ณ ทรู ไอคอน ฮอลล์ ชั้น 7ไอคอนสยาม ถนนเจริญนคร
  • บัตรเข้าชมราคา 500 บาท พร้อมรับของที่ระลึก 1 ชิ้น และคูปองส่วนลดมูลค่า 150 บาท เมื่อซื้อสินค้าเลโก้ทุก 1,500 บาท 
  • เปิดจำหน่ายบัตร 12 ตุลาคมนี้เป็นต้นไป ที่ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ทุกสาขา หรือ www.thaiticketmajor.com หรือโทร 0-2262-3838
Writer Profile : Mneeose

💙💙💙

  • Blog :
  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

 

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



Update
ข่าว ข่าว
เด็กถูกลืมไว้บนรถเป็นข่าวที่ออกมาให้เห็นอยู่เนืองๆ หากโชคไม่ดีเด็กที่ถูกลืมก็อาจถึงขั้นเสียชีวิตได้ ดังนั้นนักวิทยาศาสตร์ที่ประเทศแคนาดาจึงพัฒนาระบบเซนเซอร์ติดตั้งบนรถ ที่สามารถตรวจจับความเคลื่อนไหวของเด็กและสัตว์เลี้ยงด้วยระบบเอไอ คณะวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยวอเตอร์ลูในแคนาดา เผยว่า อุปกรณ์นี้พัฒนาขึ้นมาโดยใช้เทคโนโลเรดาร์และปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) ซึ่งจะต้องติดตั้งอุปกรณ์เซนเซอร์นี้ไว้ที่เพดานรถยนต์หรือกระจกมองหลังเพื่อการตรวจจับอย่างละเอียด แล้วสัญญาณเรดาร์จะสะท้อนกลับมาที่อุปกรณ์ เมื่อตรวจพบคนหรือสัตว์เลี้ยงภายในรถ เอไอก็จะวิเคราะห์การค้นหา เพื่อตัดสินใจว่าควรจะส่งสัญญาณหรือไม่  อุปกรณ์นี้ยังป้องกันไม่ให้ประตูรถถูกล็อกและส่งสัญญาณเตือนไปถึงคนขับและผู้ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงด้วย ซึ่งทีมนักพัฒนายืนยันว่าอุปกรณ์นี้ทำงานได้ถูกต้อง 100% และตั้งใจจะทำวางจำหน่ายในสิ้นปี 2563 สำหรับสาเหตุที่เด็กเสียชีวิตเพราะถูกทิ้งไว้ในรถมีทั้งพ่อแม่ลืม เด็กล็อกประตูเล่น รวมไปถึงพ่อแม่ตั้งใจทิ้งลูกไว้ เพราะคิดว่าไปทำธุระแป๊บเดียว โดยที่พ่อแม่ลืมก็เป็นเพราะนั่งอยู่บนคาร์ซีทที่เด็กนั่งหันหน้าเข้าเบาะ ทำให้พ่อแม่ไม่เห็นและเด็กก็ยังเล็กเกินกว่าที่จะสื่อสารได้ ซึ่งเด็กที่เสียชีวิตเพราะความอบอ้าวภายในรถ ราว 83% เป็นเด็กอายุไม่เกิน 3 ขวบและอีก 55% มีอายุประมาณ 1 ขวบหรือเด็กกว่านั้น  อ้างอิงจาก https://www.thebangkokinsight.com/237733/  
14 พฤศจิกายน 2562