Parents One

ครูอนุบาลในดวงใจหนูๆ ต้องมีคุณสมบัติอะไรบ้าง

ก่อนลูกเข้าโรงเรียนเราก็จะไม่ได้อินมากกับเรื่องโรงเรียนลูก แนวทางการเรียน หรือคุณครูอนุบาลเท่าไหร่ แต่เมื่อยิ่งใกล้เวลาที่ลูกต้องเข้าเรียน และในยุคนี้การจะเข้าเรียนอนุบาลก็อาจต้องจองกันนานข้ามปีในโรงเรียนฮอตฮิต แม่อย่างเราๆ ก็ต้องเริ่มสนใจค้นคว้าหาข้อมูลโรงเรียนอนุบาลในแนวทางที่เราต้องการให้ลูกเรียน หรือแนวทางที่เราคิดว่าน่าจะเหมาะสมกับลูกและมุมมองของครอบครัวเรา  ซึ่งแน่นอนว่า แนวทางของแต่ละโรงเรียนที่เราเลือกก็อาจจะแตกต่างกัน   และบุคคลากรอีกกลุ่มหนึ่งที่สำคัญที่สุดในมุมมองของเราคือ “คุณครูอนุบาล”   

คุณครูอนุบาล สำคัญอย่างไร  คนนี้แหละคือแม่คนที่สองของเด็กๆ เลยนะ เวลาที่เด็กๆอยู่โรงเรียน วันหนึ่งๆเด็กๆ อยู่โรงเรียนอย่างน้อย 8 ชั่วโมง 1 ใน 3 ของวันแล้วที่พวกเขาใช้ชีวิตอยู่ในโรงเรียนอยู่กับแม่คนที่สอง ดังนั้น ถ้าเราได้แม่คนที่สองที่ดี ที่ดูแลลูกเราประหนึ่งเป็นลูกของเขาก็คงจะทำให้เราสบายใจหายห่วง และทำให้ลูกสุขใจเวลาที่ไปโรงเรียน 

บทความนี้เราได้รวบรวมคุณสมบัติที่คุณครูอนุบาลควรจะต้องมีไว้แล้ว ลองมาเช็คดูนะคะว่าคุณครูในดวงใจคนนี้มีคุณสมบัติครบถ้วนตรงใจคุณแม่อย่างเรามั้ย

คุณสมบัติหลัก

 

1. ใจดี รักเด็ก

ข้อนี้คล้ายๆ นางงาม เป็นคุณครูต้องรักเด็ก ถ้าใครไม่ชอบเด็ก ไม่อยากอยู่ใกล้เด็ก คุณก็ไม่น่าจะมาเป็นครูอนุบาลได้ หรือจะจำแลงมาก็คงได้ชั่วครู่ชั่วยาม ความจริงก็ต้องปรากฎ เพราะเด็กยี่สิบคนที่ไม่ใช่ลูกตัวเอง มารวมกันครึ่งค่อนวันไม่ใช่เรื่องน่าสนุกเลย ถ้าคุณจะต้องอยู่กับเด็กๆเหล่านี้ทุกวัน ทั้งวัน แค่นึกภาพตามก็ขอคารวะคุณครูเลยจริงๆ

 

2. ใจเย็น รับฟังเด็กๆ ไม่ตัดสินอะไรไปก่อน

คุณครูอนุบาลต้องดูแลเด็กๆ ทั้งห้อง ไม่ได้ดูแลลูกเราคนเดียว ห้องๆนึงเด็กก็ราวๆ ยี่สิบถึงยี่สิบห้าคน คุณครูจะต้องเป็นคนที่คอยควบคุมทุกสถานการณ์ในห้องเรียน ดังนั้น เด็กๆ ทุกคนจะเห็นครูเป็นศูนย์กลางก็พวกเขาเห็นครูเป็นคุณแม่ที่โรงเรียนนี่นา มีอะไรก็อยากจะบอกอยากเล่าให้ครูฟัง หิวก็บอกครู ปวดฉี่ ปวดอึก็บอกครู ไม่สบายก็บอกครู อยากอ่านหนังสือก็บอกครู แค่คิดถึงเด็กยี่สิบกว่าคนมารุมบอกครู คนละเรื่องสองเรื่อง แค่นี้แม่ก็เครียดแทน คิดภาพตามนะคะ ถ้าคุณครูไม่ใช่คนใจเย็นล่ะก็ ก็คงมีหงุดหงิดรำคาญใจกันบ้างแน่ๆ  และเมื่อเวลาเด็กมีปัญหากันคุณครูก็ต้องรับฟังอย่างใจเย็น ไม่ตัดสินอะไรไปก่อนโดยไม่รู้ข้อเท็จจริง หรือไม่ได้เห็นเหตุการณ์นั้นๆ

 

3.  คุณครูที่ปรับตัวเข้าหาเด็กๆ เรียนรู้ และทำความรู้จักเข้าไปในตัวตนของเด็กแต่ละคน

ในเวลาที่คุณครูและเด็กได้เจอกัน  คือช่วงเวลาที่ครูต้องทำงานอย่างหนักในช่วงแรกของการปรับตัว โดยที่เด็กยังไม่รู้จัก ไม่สนิทสนมและยังไม่ไว้เนื้อเชื่อใจครู  คุณครูจะต้องปรับตัวเข้าหาเด็กทุกๆคน รับฟัง ปลอบโยน เข้าใจ ไม่บังคับ กดดัน ให้เวลาเด็กๆ เพื่อจะเรียนรู้ในตัวพวกเขา และให้เด็กๆ ปรับตัวกับโรงเรียนและคุณครูกับการต้องจากพ่อแม่มาในที่ไม่คุ้นเคย  ถ้าคุณครูเข้าใจธรรมชาติในเด็กแต่ละคนแล้วล่ะก็ ไม่นานหรอกค่ะ เด็กๆ ก็จะยอมเปิดใจ และอยากมาโรงเรียนในที่สุด

 

4.  คุณครูที่มีจิตวิญญาณแห่งความเป็นครูเต็มเปี่ยม สลัดทุกสิ่งเมื่อต้องทำหน้าที่คุณครูของหนูๆ

คุณครูก็เป็นคนธรรมดาเหมือนเราๆ นั่นแหละ บางวันก็ปวดท้อง บางวันก็นอนน้อย บางวันก็ทะเลาะกับแฟน ทะเลาะกับลูก สารพัดปัญหาที่เราๆ ท่านๆ ก็ต้องพบเจอ  แต่เมื่อมาทำหน้าที่แม่คนที่สองของเด็กๆ เมื่อใด ความรู้สึกต่างๆ ที่รบกวนจิตใจ ต้องพักไว้ แขวนไว้ เลิกงานแล้วมาคิดใหม่ เพราะหน้าที่ครูของเด็กตัวน้อยๆ คือแบบอย่างที่สวยงามของพวกเค้า  ทุกเวลาทุกนาทีจึงต้องอารมณ์เบิกบาน และมีรอยยิ้มที่ออกมาจากใจให้พวกเค้าเสมอๆ

 

5.  คุณครูที่ทุ่มเทเวลาให้กับการสอนและการเตรียมการสอน

การเป็นครูอนุบาล นอกจากจะใช้พลังงานมหาศาลในห้องเรียนแล้ว การเตรียมการสอนก็เป็นเรื่องที่ต้องใช้พลังมากไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน เพราะส่วนใหญ่การเรียนการสอนของน้องๆ อนุบาลจะเป็นการเล่านิทาน การทำ sensory การประดิษฐ์สิ่งต่างๆ  การร้องรำทำเพลง  การนำเด็กๆ วิ่งเล่นออกกำลังกาย   กิจกรรมที่กล่าวมาทั้งหมดนี้คือสิ่งที่คุณครูของหนูต้องเผชิญในทุกๆวันค่ะ สุดยอดมาก

 

6.  คุณครูต้องเป็นคนช่างสังเกต จดจำ ลักษณะนิสัย ความชอบและตัวตนของแต่ละคน

เราเป็นแม่ที่อยากให้ครูบอกเราได้ว่า คุณแม่คะลูกคุณแม่อยู่โรงเรียนเป็นแบบนั้นแบบนี้ คอยสังเกตุอย่างเข้าใจและไม่ตัดสินในทันที เช่น ลูกเราอาจจะดูเหมือนว่าทำอะไรช้ากว่าคนอื่น กินข้าวช้า เก็บถาดข้าวช้า แรกๆ ก็คิดว่า ลูกเราเป็นเด็กช้าไหม ไม่กระตือรือร้นไหม แต่พอลองสังเกตจริงๆ ที่เค้าทำอะไรช้าๆ เพราะอยากให้เพื่อนๆ ไปอาบน้ำก่อนแต่งตัวก่อน เพราะทุกคนจะวุ่นวายมาก เค้าไม่ชอบความวุ่นวาย พอเพื่อนๆ เสร็จแล้ว เค้าก็รีบไปอาบน้ำแต่งตัวและเข้านอนกลางวันพร้อมเพื่อน ซึ่งหากคุณครูไม่หมั่นสังเกต ตัดสินตั้งแต่แรกๆ คุณครูก็จะไม่พบความจริง และไม่เข้าถึงตัวตนของเด็กจริงๆ

 

7.  คุณครูที่ลูกกลับมาบอกว่า “แม่หนูอยากไปโรงเรียนจัง หนูสนุก หนูชอบคุณครู”

ในที่สุดคุณครูก็ทำสำเร็จ ในทุกข้อที่กล่าวมา คือเครื่องพิสูจน์ว่าเด็กน้อยยอมรับในตัวคุณครูเพราะคุณครูคือคนที่ห่วงใย เอาใจใส่ดูแลพวกเค้าจริงๆ ซึ่งพวกเค้าสัมผัสและมองเห็น โรงเรียนและคุณครูไม่ใช่ที่และคนแปลกหน้าสำหรับเด็กๆ อีกต่อไป  เวลาที่แม่ได้ยินแบบนี้ แม่ก็จะรับรู้ได้ทันทีว่าแม่เลือกที่เรียนให้ลูกไม่ผิดแล้ว

.

อาชีพครูอนุบาล  สำหรับผู้เขียนมองว่า ช่างเป็นอาชีพี่น่ายกย่อง คุณครูเหล่านี้มีจิตใจงดงาม  มีเมตตาและถูกหล่อหลอมจิตวิญญาณความเป็นครูมาอย่างเต็มเปี่ยมอาชีพนี้ดูเหมือนว่าคนทำต้องอุทิศเวลา  ขีวิตและจิตใจกันอย่างมหาศาลในการที่จะเป็นคุณครูที่ดี และมีคุณสมบัติอย่างครบถ้วน เพราะคุณครูเหล่านี้คือผู้ที่ต้องดูแลรับผิดชอบแก้วตาดวงใจของทุกบ้าน ความกดดันในอาชีพนี้สูงไม่น้อยเลยทีเดียว สิ่งที่เราช่วยครูได้ คือให้กำลังใจ อย่าไปจับผิดเรื่องเล็กๆ น้อยๆ หรือหากมีความผิดพลาดใดๆ เกิดขึ้นบ้างก็ควรให้อภัย   ลูกรักของเราชอบไปโรงเรียน มีความสุขกับโรงเรียน กับคุณครู กับเพื่อนๆ ในทุกๆ วัน สำหรับแม่มันก็เพียงพอแล้ว  ขอเชิดชูคุณครูทุกคนค่ะ

บทความร่วมกับเพจ :  โอ้..มายลูก