fbpx

NEWS : อุทาหรณ์! ระวังลูกเป็น “แผลร้อนใน” ในช่องปาก โรคติดต่อจากการเอาสิ่งของเข้าปากแบบไม่รู้ตัว!

Writer : Mneeose
: 23 พฤศจิกายน 2564

อุทาหรณ์วันนี้ Parents One ไปเจอโพสต์นึงจากเพจ Facebook กลุ่มคุณแม่คุยกัน โดยคุณแม่จากเพจ Hello Ratio ได้มาเล่าประสบการณ์ส่วนตัว ซึ่งถือเป็นอุทาหรณ์เกี่ยวกับ “โรคแผลร้อนใน” ที่ได้เกิดขึ้นกับลูกแบบไม่ทันตั้งตัวมาก่อน แต่ยังโชคดีที่ทำประกันสำหรับเด็กไว้ จึงไม่ต้องกังวลเรื่องค่ารักษาพยาบาล ไม่อย่างนั้นคงอ่วมแน่นอนค่ะ

คุณแม่เพจ Hello Ratio เล่าให้ฟังว่า ลูกของตนอายุเพียงแค่ 1 ขวบ พาไปเที่ยวอยู่ดีๆ ทำไมลูกถึงมีอาการไข้ขึ้นสูง แล้วที่ลิ้นก็มีแผลร้อนใน ตุ่มใหญ่มากขึ้นรอบบริเวณริมฝีปาก เพดาน เหงือก คุณพ่อจึงให้ทานยาแก้ไข้ แต่ไข้ก็ไม่หายไปอยู่ดี จึงได้ตัดสินใจพาลูกไปหาคุณหมอที่โรงพยาบาล ได้ความว่า

น้องติดไวรัส Varicella Zoster Virus ซึ่งเป็นไวรัสในตระกูลเดียวกันกับ เริม งูสวัด อีสุกอีใส ทำให้เป็นแผลในช่องปาก หรือที่แม่ๆ มักเรียกกันว่า “แผลร้อนใน” ค่ะ ซึ่งเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น มีคนเป็นแล้วเอาน้ำลาย หรือเชื้อ มาสัมผัสลูกเรา เช่น การจูบ การป้อนอาหารด้วยปาก แต่เชื้อจะไม่แสดงอาการจนกว่าร่างกายจะอ่อนแอ พักผ่อนไม่เพียงพอ เครียด หรือเอามือไปหยิบจับอะไรแล้วเอาเข้าปากเยอะๆ

โดยโรคนี้จะมีอาการสาหัสสำหรับการเป็นครั้งแรกในชีวิต พอโตขึ้นภูมิจะดีขึ้น ความเจ็บปวดจะน้อยลง แต่จะรักษาหายเป็นครั้งๆ ไป สามารถเกิดซ้ำที่เดิมได้ เมื่อร่างกายอ่อนแอ

Varicella Zoster Virus เป็นโรคติดต่อที่สามารถลามไวในช่องปากช่วงหน้า ทำให้เด็กเกิดอาการเจ็บ และกินอะไรไม่ค่อยได้ คุณหมอจึงให้น้องนอนแอดมิทที่โรงพยาบาล 3 วันเลยค่ะ และก็ให้น้ำเกลือแทนการทานอาหาร เพราะเด็กเจ็บจนทานไม่ไหวแน่นอน

ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่จึงต้องคอยดูแล เอาใจใส่ และระมัดระวังเป็นพิเศษไม่ให้ลูกหยิบของเล่นมาเข้าปากเชียวค่ะ โดยเฉพาะเด็กวัยนี้ ซึ่งเป็นวัยอยากรู้อยากลอง และชอบหยิบทุกอย่างที่ใกล้มือเข้าปากไปหมด เพราะเราไม่รู้เลยว่าของเล่นที่ลูกเราถืออยู่นั้น ผ่านการสัมผัสมากี่คนกี่มือแล้ว ซึ่งอาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคต่างๆ แก่ลูกได้นั่นเองค่ะ ต้องขอขอบคุณคุณแม่ที่นำเรื่องราวต่างๆ มาเเชร์กัน เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่ทุกคนได้เก็บไว้เป็นอุทาหรณ์เตือนใจ จะได้ไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ซ้ำขึ้นอีกนะคะ

ขอบคุณแหล่งอ้างอิง : กลุ่มคุณแม่คุยกัน

Writer Profile : Mneeose

💙💙💙

  • Blog :
  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



Update
ข่าว ข่าว
ใครคิดว่าโควิดมันจบไปแล้ว แม่ขอเบรกไว้ก่อนเลยนะคะ!! เพราะเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2565 ที่ผ่านมา กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้ออกมาบอกว่า โควิดยังไม่สิ้นสุดสายพันธุ์ เพราะมันจะพัฒนาเชื้อแล้วแพร่ไปเรื่อยๆ ดั่งเช่น สายพันธุ์โอมิครอน BA.4 และ BA.5 ที่มีการกล่าวว่า เป็นเชื้อที่แพร่ได้เร็วกว่าโอมิครอนสายพันธุ์เดิมถึง 1.3-1.4 เท่า ในสหรัฐอเมริกา และอังกฤษ และจากการเฝ้าระวังเรื่องการทำให้เกิดอาการรุนแรงจนต้องเข้าโรงพยาบาลมากขึ้น ขณะนี้ยังไม่พบว่ามีลักษณะเช่นนั้น สิ่งสำคัญคือ พบว่า BA.4 และBA.5 ทำให้ภูมิต้านทานเชื้อลดลงบ้าง จึงแนะนำให้มีการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นเพิ่ม ให้เป็นเข็มที่ 4 เพื่อป้องกันไม่ให้มีอาการหนัก และป้องกันการเสียชีวิต ดังนั้น สธ. จึงเตรียมเฝ้าระวังการแพร่เชื้อของโควิด-19 หลังวันที่ 1 ก.ค. ส่วนเรื่องวัคซีนโควิด-19 ในกลุ่มเด็ก 6 เดือนขึ้นไป ต้องรอผู้ผลิตคือไฟเซอร์ และโมเดอร์นา มายื่นขึ้นทะเบียนเพิ่มเติม เพื่อฉีดในกลุ่มเด็ก 6 เดือนขึ้นไปก่อน ซึ่งตอนนี้ยังไม่มีการมายื่นขอขยายอายุการฉีดเพิ่มเติม แต่หากยื่นเรื่องเข้ามาแล้วก็สามารถพิจารณาได้ทันที โดยขนาดที่ใช้ในกลุ่มอายุ 6 เดือนขึ้นไป จะมีขนาดน้อยกว่าวัคซีนที่ใช้ในเด็กอายุ 5-11 ปี ยังไงโรคโควิด-19 ก็ยังไม่หายไปจากโลกเราได้ง่ายๆ แน่นอนค่ะ มีแต่พวกเราจะต้องปรับตัว ปรับไลฟ์สไตล์การเลี้ยงลูกและการใช้ชีวิต เพื่อให้มีความสุขในการใช้ชีวิตนะคะคุณพ่อคุณแม่ ขอบคุณแหล่งที่มา : news.thaipbs.or.th
28 มิถุนายน 2565

anal porno zdarma culi nudi al mare free sex videos antalya escort

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save