fbpx

คุยกับครอบครัว"เด็กจิ๋ว"ยูทูปเบอร์ตัวน้อยบนโลกโซเชียล

Writer : Mookky TCN
: 12 มิถุนายน 2561

ถ้าลองเสิร์ชคำว่า “Dek Jew Chill Out” บน Youtube ดู ก็จะเจอคลิปมากมายของน้องพริม ยูทูปเบอร์ตัวน้อยและครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นคลิปรีวิวของเล่น ไปเที่ยว เล่นกับสัตว์เลี้ยง หรือทำอาหาร เราเลยลองมาคุยกับน้องพริม พร้อมคุณพ่ออู๋และคุณแม่กวางที่อยู่เบื้องหลังคลิปน่ารักๆ เหล่านี้กันค่ะ 😀

จุดเริ่มต้นมาจากไหน

คุณพ่อคุณแม่: เมื่อก่อนเริ่มต้นจากการเขียนลงเว็บไซต์ Pantip.com เพราะเมื่อก่อนชอบเที่ยว ชอบถ่ายรูปรีวิวสถานที่ท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ โดยคุณพ่อจะเป็นคนถ่ายรูป ส่วนเราก็เป็นคนเขียน ส่วนจุดเปลี่ยนมาจากการทำช่อง Youtube คือ “Dek Jew Chill Out”  ที่ทำให้คนรู้จักเราเยอะขึ้น ตอนแรกตั้งใจถ่ายคลิปให้อากงอาม่าไว้ดู พอรู้ตัวอีกทีก็มียอดวิวเยอะแล้ว ซึ่งคุณพ่อคุณแม่ดูแลช่อง Youtube ทั้ง 6 ช่องเองเป็นหลัก

ทำไมแบ่งประเภทเยอะจัง

คุณพ่อคุณแม่: เราจะแบ่ง category ออกเป็นหมวดหมู่ชัดเจน คือ ช่อง Dek Jew Chill Out ช่องไลฟ์สไตล์, Dek Jew New Toys รีวิวของเล่น ขนม, Dek Jew Small World ท่องเที่ยวล้วน, DekJew & friend เล่นกับสัตว์เลี้ยง Dek Jew Little Chef ทำอาหาร และ Dek Jew and Dr.ko การทดลองทางวิทยาศาสตร์ เพราะเหมือนเวลาเราไปญี่ปุ่นก็ทำคลิป 20 ตอน ถ้าเด็กๆที่ตั้งใจมาดูรีวิวของเล่น เจอเข้าก็อาจหนีไปได้(หัวเราะ)

มีวิธีเลี้ยงน้องแบบไหนบ้าง

คุณพ่อคุณแม่: เน้นให้เขาใช้ชีวิตคุ้ม  ลองให้หมดทุกอย่าง เลี้ยงปลา เลี้ยงนก ส่วนเรียนพิเศษเป็นพวกกิจกรรม ไม่ได้ทำวิชาการเลย อย่างเทอมที่แล้วก็ไปเรียนอูคูเลเล่ เรียนการแสดงที่โรงเรียนครูเงาะ ที่ให้เรียนการแสดงเพราะอยากให้ลูกมั่นใจในตัวเอง กล้าแสดงออก กล้าพูด สิ่งที่น้องถนัดก็รู้สึกว่า “ร้องเพลง” ได้ดี ร้องดีไม่เหมือนคุณแม่ที่ยังร้องเพี้ยนอยู่เลย(หัวเราะ)

ทำไมถึงให้ทำกิจกรรมเยอะๆ

คุณพ่อคุณแม่: เมื่อก่อนตัวเราเองก็ไม่รู้ เพราะเราโตมาแบบวิชาการกันทั้งคู่ จนเรากลัวว่าจะทำให้สมองลูกเสียถ้าให้เขาเรียนหนักเกินไป เลยเปลี่ยนแนวมาให้เขาเป็นแบบบูรณาการแทนไม่ต้องอัดวิชาการหนักๆ มีกิจกรรมเยอะๆ แล้วก็มาเจอโรงเรียนที่เขาชอบ

เราชอบพาเขาไปเที่ยวตั้งแต่เด็กๆ บางคนก็บอกว่ายังเล็กไปจำความไม่ได้จะพาไปเที่ยวทำไม แต่บางทีเขาจะได้ในสิ่งที่เขาเห็นนะมันเหมือนการเรียนรู้แบบนอกตำรา ความสุข ความทรงจำมันจะอยู่ในใจ และเขาจะเติบโตอย่างมีความสุข

เป็นบ้านที่มีกฏระเบียบเยอะไหม

คุณพ่อคุณแม่: เราไม่ได้ปล่อย แต่ก็ยังมีควบคุมอยู่ เช่น อยู่บ้านหยิบ Smartphone iPad มาดูการ์ตูนแบบอิสระไม่ได้ ต้องขอก่อน หรือมีโอกาสพิเศษอะไร แต่บางบ้านอาจจะอิสระไปเลย ส่วนของเรานั้นต้องทำอะไรแลก เช่น หนูทำอันนี้ๆ ได้ แล้วหนูได้รางวัลเป็นการ์ตูนกี่เรื่อง เรามีการควบคุมการเล่นโซเชียลบ้าง

แต่ก็ไม่ได้กำหนดว่าวันละเท่าไร เช่น ลูกมาถามว่าหนูขอดูคลิปการ์ตูนอันนี้ตอนกำลังเป่าผมได้ไหม ก็จะให้เขาดูได้ตามเวลาที่เป่าผม 15 นาที ตามความเหมาะสมไป หรือจะมีกรณีพิเศษอย่างเดินทางต่างประเทศไกลๆ แล้วเขาอยู่บนเครื่องบิน

น้องมีแอบดูบ้างไหม

คุณพ่อคุณแม่: ดีตรงที่เขารู้และมีวินัยตั้งแต่เด็กๆ น้องจะไม่แอบดู ถ้าน้องมาถามว่าทำไมเพื่อนแล่นได้แต่เราเล่นไม่ได้ ก็จะบอกไปว่าแต่ละบ้านกฎไม่เหมือนกัน บ้านของเพื่อนเขาให้ดูตลอด แต่บางอย่างเขาก็ไม่ให้

ตอนแรกน้องพริมก็เคยมาถามว่า “ทำไมเพื่อนมีเกมในมือถือเป็นร้อยๆ เกมเลย แต่ทำไมแม่ไม่ให้หนูโหลด” ก็บอกเขาเสมอว่ากฎแต่ละบ้านไม่เหมือนกัน ลูกก็จะยอมรับได้ ลูกจะมาคุยกับเราตลอดว่าขอโหลดเกมนี้หน่อย และอีกอย่างที่ไม่ให้เขากินคือขนมที่มีผงชูรส  นอกจากว่าวันไหนที่ไปเที่ยว แต่ก็เที่ยวบ่อยนะ(หัวเราะ)

บริหารเวลาอย่างไรให้ดูแลลูกได้เต็มที่

คุณพ่อคุณแม่: เราเป็นเจ้าของธุรกิจเลยโชคดีที่สามารถดูงานในภาพรวม แล้วที่เหลือก็แบ่งงานให้น้องๆ ไปทำได้ ทำให้มีเวลา เราไม่ได้ต้องเข้าในเวลาปกติ และที่บ้านก็เป็นโฮมออฟฟิศด้วย เราเลยเหมือนได้ใช้เวลากับเขาแบบ 24 ชั่วโมง ตั้งแต่เกิดเลย  เขาก็จะอยู่กับเราตลอด ไปทำกิจกรรมก็ไปด้วยกันตลอด นานๆ จะแยกกันไป

น้องค่อนข้างจะเป็นที่รู้จัก รับมืออย่างไรเวลาที่มีคนเข้ามาขอถ่ายรูปเยอะๆ

คุณพ่อคุณแม่: เพราะเขาเป็นเด็กและมีอแฟนคลับเด็กๆ เยอะ บางคนจะเข้ามาแบบถึงเนื้อถึงตัว และสึกว่าคุ้นเคยกับน้องพริมเพราะดูคลิปทุกวัน แต่น้องพริมไม่ได้รู้จักเขา เราก็ต้องอธิบายให้ฟัง ตอนเเรกๆ ก็มีหน้าหงิกบ้าง เราก็ต้องอธิบายให้ฟังว่า “น้องพริมรู้ไหม ว่าน้องคนนี้ชอบน้องพริมมาก เขามาจากต่างจังหวัด บางทีมาจากใต้ สุโขทัย นั่งรถมาไกลเพื่อมารอเจอหนูงานนี้”

และเปรียบเทียบให้ฟังว่าถ้าเราชอบดาราคนนี้ แล้วโดนทำหน้าบูดใส่จะรู้สึกแบบไหน แต่ก็มีแฟนคลับน่ารักๆ เยอะ อย่างแฟนคลับบางคนที่เราไม่คาดคิดก็มี เช่น ช่างสัก ช่างซ่อมมอเตอร์ไซค์ หรือนักศึกษา คนทำงาน ที่เครียดๆม มาดูคลิปน้องพริมแล้วคลายเครียด(ยิ้ม)

ชวนลูกคุยอย่างไรให้ดี

คุณพ่อคุณแม่: มันต้องมีเทคนิคนะ ไม่ใช่แค่แบบ “วันนี้เป็นอย่างไรบ้าง ไหนเล่ามาซิ” ต้องเป็นแบบ “วันนี้เอ็มม่า ได้เล่นไล่จับกับหนูหรือเปล่า” เขาก็จะตอบมายาวๆ ให้เราฟัง การคุยกับลูกต้องมีคำถามที่ทำให้เขากล้าที่จะตอบ บางทีเราก็สร้างเหตุการณ์สมมติขึ้นมาคุยกับเขา(หัวเราะ)

คำแนะนำสำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่อ่านอยู่

คุณพ่อคุณแม่: อย่างแรกเลยคือต้องให้เวลากับเขา เหมือนเวลาเล่นก็เล่นเต็มที่ ส่วนเวลาดุก็ดุกันจริงจัง แต่ไม่เคยตีนะ เหมือนเราต้องบาลานซ์กันให้ได้ระหว่างบวกกับลบ หรือถ้าคุณพ่อคนไหนเล่นไม่ค่อยเป็นก็อยู่เป็นเพื่อนลูก คอยคุยกับลูก แล้วสุดท้ายเราก็จะรู้ว่าเขาสนใจอะไร เขาดูอะไรอยู่ ถ้าเจอสื่อที่ไม่ใช่เราก็จะได้แก้ไขทัน อย่าปล่อยลูกไปเรื่อยๆ เพราะแค่ไม่มีเวลาเท่านั้น

ถึงตัวเราทำคลิปแต่เราบอกคุณพ่อคุณแม่ว่าให้ลูกดู Youtube ตลอดไม่ได้นะ เพราะเดี๋ยวลูกเสียสายตา และอยากให้อยู่กับลูกเยอะๆ ซึ่งเทคโนโลยีเป็นของดี ไม่ควรปิดกั้น แต่ก็ควรควบคุม

หลังจากได้คุยกับครอบครัวของน้องพริม เราสัมผัสได้ถึงความน่ารัก อบอุ่น และการดูแลลูกด้วยความเอาใจใส่เป็นอย่างดีเลยค่ะ

 

 

 

Writer Profile : Mookky TCN

  • Blog :
  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

 

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



4 ท่าให้นมลูกสำหรับคุณแม่มือใหม่
เตรียมตัวเป็นแม่
++มาระบายสีกันเถอะ (2) ++
กิจกรรมของครอบครัว
คำอวยพรของคนได้เป็นแม่ครั้งแรก
กิจกรรมของครอบครัว
Update
ข่าว ข่าว
ไรฝุ่น เป็นสารก่อภูมิแพ้ที่เป็นสาเหตุของโรคภูมิแพ้ของระบบทางเดินหายใจมากที่สุด โดยพบผู้ป่วยเด็กร้อยละ 70 ผู้ใหญ่ร้อยละ 70-90 ที่แพ้ไรฝุ่น ในตอนนี้ประเทศไทยก็ได้มีการผลิตวัคซีนไรฝุ่นและน้ำยาทดสอบโรคภูมิแพ้ เพื่อมาดูแลผู้ป่วยที่เป็นโรคภูมิแพ้ที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นแล้ว โดยรศ.ดร.นพ.พงศกร ตันติลีปิกร อาจารย์ภาควิชาวิชาโสต นาสิก ลาริงซ์วิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ประธานคณะกรรมการอำนวยการความร่วมมือการผลิตวัคซีนสำหรับโรคภูมิแพ้ ได้กล่าวว่า จากการลงนามในสัญญาความร่วมมือกับบริษัท เกร๊ทเตอร์ฟาร์ม่า จำกัด เมื่อปี 2550 ในตอนนี้ได้ทำการวิจัยแะทดลองจนได้วัคซีนไรฝุ่น ซึ่งเป็นวัคซีนรุ่นแรกที่ผลิตขึ้น และนำมาใช้ได้ผลดีกับผู้ป่วยนั้นสำเร็จแล้ว ซึ่งทางศูนย์วิจัยเป็นเลิศด้านการวิจัยและพัฒนาด้านโรคภูมิแพ้และวิทยาภูมิคุ้มกัน คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดลได้เริ่มเพาะเลี้ยงไรฝุ่นบริสุทธิ์ทั้ง 2 สายพันธุ์ คือ Dermatophagoides pteronyssinus (Dp) และ Dermatophagoides farinae (Df) ซึ่งเป็นไรฝุ่นที่พบบ่อยในฝุ่นบ้านและก่อให้เกิดโรคภูมิแพ้ในคนไทย แทนการซื้อตัวไรฝุ่นจากต่างประเทศเพื่อการวิจัย ซึ่งมีราคาแพงมากกว่าที่ผลิตเองถึง 10 เท่า เพื่อนำมาวิจัยจนได้วัคซีนไรฝุ่นออกมา จากการสำรวจทั้งในและต่างประเทศพบว่า ศิริราชเป็นรายแรกในกลุ่มประเทศอาเซียนที่ผลิตวัคซีนไรฝุ่น เพื่อจำหน่ายอย่างครบวงจร โดยวัคซีนที่ผลิตได้มาตรฐานขององค์การอนามัยโลกและองค์การอาหารและยาของประเทศสหรัฐอเมริกาและผ่านการอนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กระทรวงสาธารณสุข  อ้างอิงจาก https://www.newtv.co.th/news/45644
6 ธันวาคม 2562