fbpx

HIGHLIGHT UPDATE: ข่าวรอบวันประจำวันที่ 13 เมษายน 2563

Writer : OttChan
: 13 เมษายน 2563

คนไทยติดเชื้อ covid-19 เพิ่มขึ้น 28 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 2 ราย ยอดสะสม 2,579 ราย

คนไทยติดเชื้อ covid-19 เพิ่มขึ้น 28 ราย มียอดสะสมผู้ป่วย 2,579 รายซึ่งนับว่าน้อยลงมากจากช่วงแรก

– หายแล้ว 1,288 ราย (หายเพิ่ม 70 ราย)
รักษาตัว 1,251 ราย
ยอดผู้ป่วยสะสม 2,551 ราย
เสียชีวิต 40 ราย (เพิ่มมา 2 ราย)


อ้างอิงจาก http://covid19.th-stat.com/

Disney World ประกาศพักงานพนักงาน จำนวน 43,000 คนเริ่ม 19 เมษายน

จากปัญหาโรคระบาด Covid-19 ทำให้สถานที่เที่ยวต่างๆ ต้องถูกพักการให้บริการ ทั้งนี้รวมไปถึงสวนสนุกขนาดใหญ่อย่าง Disney World เองเช่นกันที่จำต้องพักงานเหล่าพนักงานไปถึง 43,000 คน เหลือไว้เพียง 200 คนเท่านั้นเพื่อประคองให้สวนสนุกยังคงอยู่รอดไปจนถึงวันที่ได้กลับมาเปิดใช้บริการอีกครั้ง ซึ่งการพักงานจะมีคนใช้งานในวันที่ 19 เมษายน 2563 นี้

อ้างอิงจาก https://positioningmag.com/1272895?fbclid=IwAR2DOKa71Qoz6n8xpI0r_Ojev_YrGX9kvSU_YMvP3LZNKIHhXy3GqR6aOnQ

เด็กหญิงชาวอินโดนีเซียมือติดไฟ หลังพกขวดเจลล้างมือใกล้กองไฟ

เกิดเหตุสะเทือนใจเด็กผู้หญิงวัย 3 ขวบชาวอินโดนิเซียถูกไฟครอกทั้งมือและใบหน้าหลังพกขวดเจลล้างมือแอลกอฮอล์เข้าไปใกล้กับถังขยะที่เกิดกองไฟขึ้น ไฟจึงได้ติดและลุกลามมายังร่างกาย ปัจจุบันได้นำตัวส่งโรงพยาบาลแล้วแต่ก็ยังคงต้องรึกษาและดูอาการกันต่อไปอีกนานด้วยค่าใช้จ่ายและความสาหัสของบาดแผล

อ้างอิงจาก https://www.nationtv.tv/main/content/378770150/

รพ. พระราม9 แจงหน้ากาก Face Shield ไม่ควรสวมใส่ให้ทารก ยกเว้นเคสพิเศษ

หลังมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการสวมหน้ากาก Face Shield ให้กับเด็กทารกที่พึ่งเกิดว่าไม่ควร ทางโรงพยาบาลพระรามเก้าจึงออกมาชี้แจงว่าเป็นเรื่องจริงที่ไม่สมควรสวมใส่หน้ากากนั้นให้กับเด็กทารก ยกเว้นเสียแต่จะเป็นกรณีพิเศษจริงๆ อย่างเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเองก็เป็นเคสพิเศษที่คุณแม่จะต้องพาลูกแรกเกิดกลับด้วยรถสาธารณะ ไม่มีรถส่วนตัว ทางโรงพยาบาลจึงจำจะต้องปกป้องให้รัดกุมที่สุด ดังนั้นที่เห็นว่ามีการใส่หน้ากาก ไม่ได้ใส่ตลอดเวลา ใส่เพียงช่วงเวลาที่อยู่บนรถเท่านั้น

อ้างอิงจาก https://thestandard.co/praram-9-hospital-wearing-a-face-shield-for-the-newborn/

ผลักดันให้เด็กใช้สื่อออนไลน์อย่างถูกวิธี ในช่วงที่ต้องกักตัวจาก Covid-19

Unesco ประเมินว่าหลังการเกิดโรคระบาด Covid-19 ส่งผลให้เด็กส่วนมากต้องรีบปรับตัวกับโลกออนไลน์อย่างฉับพลัน อาจทำให้เกิดความเครียดและใช้เทคโนโลยีเหล่านี้ได้ไม่ดีเท่าที่ควรจากความเครียดที่ไม่ได้พบเพื่อน พบคุณครูและทำได้เพียงอยุ่กับหน้าจอ ดังนั้นจึงควรให้พ่อแม่ใช้เวลาในการช่วยเหลือลูกยามที่ต้องใช้อุปกรณ์หรือสื่ออนไลน์ต่างๆ ให้มากขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้เจอสื่อที่เลวร้ายหรือทำให้เกิดความกดดัน

อ้างอิงจาก https://www.prachachat.net/columns/news-448318

 

Writer Profile : OttChan

  • Blog :
  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



Update
" โตเป็นควายแล้วยังทำอะไรไม่เป็นอีก! " " โง่....เลี้ยงเสียข้าวสุก! " " ชอบอะไรอยู่ได้ปัญญาอ่อน ไม่โตซักที ภาระบ้านจริงๆ " " เป็นหัวหน้าครอบครัวมีปัญญาหาเงินได้แค่นี้เองเหรอ! ถ้าหาเลี้ยงดีกว่านี้ไม่ได้ก็ไปใส่กระโปรง " " อยู่บ้านเอาแต่ขี้เกียจ! เป็นแม่บ้านมันสบายจะตายไป เป็นผู้หญิงอย่าพูดมาก  " " ไม่น่ามาเกิดในบ้านนี้เลย! เกลียดพ่อกับแม่ที่สุด " ในบางครั้งความสัมพันธ์ของครอบครัวหรือคู่รักที่มีต่อกันมาด้วยดีตลอดก็อาจต้องสะบั้นลงเพราะเพียงคำพูดที่หลุดออกมาอย่างไม่ระวังไม่กี่คำ ใครเคยพบเจอกับปัญหาแบบนี้บ้างไหม... หากเคยพบเจอ เราคือเพื่อนกัน... เพราะเราคือหนึ่งคนที่เวลาอารมณ์นำพาไปจนถึงความโกรธขั้นสุด....เราก็สามารถพูดคำแย่ๆ ใส่ได้ทันทีกับคนที่เรารักเพราะเราคิดว่าคงไม่เป็นไร เราอยู่กันมานาน อยู่กันแบบตัดกันไม่ขาดอยู่แล้วนี่...เดี๋ยวเราก็หายโกรธกันไปเอง แต่รู้ตัวอีกที เราก็มีกำแพงอากาศให้กันเสียแล้ว ถึงไม่ได้เห็นได้ด้วยตาแต่ความใกล้ชิดหรือสนิทสนมที่เคยมี มันก็จางลงไปตามจำนวนคำที่เราพูดออกไป การพูด hate speech ไม่ใช่เพียงเพราะเราใช้คำหยาบคายใส่ผู้ฟังหรือใช้เสียงดังตะโกนด่าทอแรงๆ ...เนื้อหาต่างหากที่จะเป็นตัวบ่งบอกว่านี่คือคำที่ก่อให้เกิดความเกลียดชัง... "คำพูด" ที่ลดทอนคุณค่าของตัวตน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใดทั้งเพศ อายุ ความสามารถหรือแม้แต่ทัศนคติ "คำพูด" ที่ทำให้คนฟังรู้สึกเจ็บปวดว่าเขาคิดกับเราแบบนี้จริงๆ งั้นหรือ.... "คำพูด" ที่ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนมันก็ยังคงติดอยู่ในใจและย้ำให้เจ็บปวดอยู่ซ้ำๆ...เมื่อต้องนึกถึง รู้ไหม....ทำไมพอได้ยิน..มันถึงเจ็บปวด นั่นก็เพราะคำเหล่านั้นมันออกมาจากปากของคนที่เรารัก จะใครว่าหรือดูถูกก็คงไม่เจ็บเท่าคนที่เราผูกพันและไว้ใจที่สุดจริงไหม...แล้วเราจะใช้คำพูดแบบนี้กับคนที่เรารักไปอีกนานแค่ไหน? หยุดได้ ต้องหยุด ยั้งได้ต้องรีบยั้งไว้ ไม่ให้เผลอเรอใช้วาจาทำร้ายจิตใจกันและกัน เพราะคำที่หลุดปากออกมาเพียงไม่กี่คำ อาจถูกเก็บอยู่ในใจของคนฟังไปตลอดชีวิต และความสัมพันธ์ก็อาจเกิดรอยร้าวจนไม่อยากกลับมาเหมือนเดิมได้เช่นกัน...          
29 ตุลาคม 2563

anal porno zdarma culi nudi al mare free sex videos antalya escort