fbpx

ทำอย่างไรให้ลูกฉลาดและแกร่ง เพื่อเอาตัวรอดให้ได้ในอนาคต

Writer : Lalimay
: 24 มิถุนายน 2567

ทุกวันนี้โลกเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วจนในบางครั้งคุณพ่อคุณแม่อย่างเราก็ตามไม่ทัน และเป็นกังวลว่าโลกในอนาคตของลูกจะเป็นเช่นไร จะอยู่รอดบนโลกที่ไม่ค่อยใจดีใบนี้ได้ไหม แต่คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ เพราะวันนี้ Parents One มีเทคนิคดีๆ ที่จะช่วยให้เจ้าตัวเล็กฉลาดและแกร่ง พร้อมเอาตัวรอดในอนาคตมาฝากค่ะ

เรียนรู้จากอดีต เพื่ออนาคตที่ดีกว่า

ในปัจจุบันโลกของเรามีสิ่งที่เกิดขึ้นมามากมาย หลายๆ เรื่องเป็นสิ่งร้ายแรงที่เกิดขึ้นในอดีตและยังดำเนินต่อมาในอนาคตให้พ่อแม่อย่างเราได้เรียนรู้และรับมือในทุกวัน ซึ่งเรื่องเหล่านั้นได้แก่

โรคอุบัติใหม่

เมื่อปี 2019 โลกของเรามีโรคที่อุบัติใหม่ แล้วระบาดไปทั่วโลก นั่นคือ โรคโควิด-19 (COVID-19) ที่พบการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสครั้งแรกในช่วงเดือนธันวาคมปี 2019 ที่ตลาดในเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน หลังจากนั้นเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ได้มีการกลายพันธุ์เป็นหลากหลายสายพันธุ์และมีการแพร่ระบาดไปทั่วโลก ซึ่งโรคนี้เป็นอันตรายต่อคนทั้งโลก โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง อย่างเด็กน้อยที่ยังมีภูมิคุ้มกันไม่แข็งแรงมากพอค่ะ 

มลพิษทางอากาศ

หลายปีที่ผ่านมา ประเทศไทยมีฝุ่นละอองพิษ PM 2.5 เพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก ส่วนใหญ่เกิดจากการเผาไหม้เครื่องจักร โดยเฉพาะเครื่องยนต์ของทั้งรถยนต์ใหม่และเก่า อย่างที่รู้กันว่าฝุ่น PM2.5 มีขนาดที่เล็กมากๆ เมื่อหายใจเข้าไปจึงเข้าลึกถึงทางเดินหายใจและปอด บางอนุภาคยังอาจเข้าสู่กระแสเลือดไหลเวียนไปทั่วร่างกาย ก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพมากมาย โดยเฉพาะในเด็กเล็กที่มีภูมิคุ้มกันโรคน้อยกว่าผู้ใหญ่ อวัยวะต่างๆ ในร่างกายยังอยู่ในระยะที่กำลังพัฒนา ซึ่งฝุ่น PM2.5 จะเข้าไปขัดขวางการเจริญเติบโตของระบบต่างๆ และอาจทำให้เกิดโรคร้ายแรงได้ด้วยค่ะ

การเสพสื่อและเทคโนโลยี

เทคโนโลยีและโซเชียลมีเดียเข้ามามีบทบาทในชีวิตของเราเป็นอย่างมาก ซึ่งเป็นสิ่งที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายให้กับเรา แต่นั่นก็เป็นเหมือนดาบสองคม เพราะหากใช้แบบไม่ถูกต้องก็อาจทำให้เกิดอันตรายขึ้นได้ โดยก่อนหน้าที่จะเกิดโรคระบาด การใช้สื่อของเด็กก็ค่อนข้างน่าเป็นห่วงอยู่แล้ว แต่พออยู่ในช่วงโควิด การใช้สื่อในเด็กก็ยิ่งเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว เพราะเด็กไม่ได้ออกไปไหน อยู่แต่ในบ้าน และพบว่าบางครอบครัวมีการใช้หน้าจอเป็นพี่เลี้ยงให้ลูก จนทำให้เด็กมีพฤติกรรมติดจอและดูสื่อที่ไม่เหมาะสมกับวัย ส่งผลกระทบต่อร่างกาย พัฒนาการ อารมณ์ มีพฤติกรรมเลียนแบบ และได้รับผลกระทบทางจิตใจนั่นเองค่ะ

ทักษะที่ต้องมีเพื่อเอาตัวรอดในอนาคต

ากอดีตที่ผ่านมา ถือเป็นบทเรียนล้ำค่าที่เราจะนำมาปรับใช้ในการเลี้ยงลูก ซึ่งคุณพ่อคุณแม่อย่างเราจึงต้องเพิ่มทักษะต่างๆ ให้แก่ลูกดังต่อไปนี้ค่ะ

ความเข้มแข็งทางจิตใจ

ด้วยสภาพสังคมในปัจจุบัน ‘ความเข้มแข็งทางจิตใจ’ เป็นสิ่งที่เจ้าตัวเล็กจำเป็นต้องมีเป็นอย่างมากค่ะ เพราะการที่ลูกจะอยู่ในสังคมนี้ได้ ต้องรู้จักแยกแยะว่าสิ่งใดดีหรือไม่ดี และต้องไม่โอนอ่อนไปกับเหตุการณ์ที่ไม่ดีให้ได้ ซึ่งสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ลูกมีความเข้มแข็งทางจิตใจ คือ ‘ความรักของพ่อแม่’ นั่นเองค่ะ เพราะนั่นจะเป็นสิ่งที่ช่วยชุบชูจิตใจของลูก ทำให้ลูกรู้สึกว่าเขามีคุณค่ามากพอ และรู้สึกมีพื้นที่ปลอดภัย เมื่อลูกมีพื้นฐานของความมั่นคงทางจิตใจที่ดี เวลาที่ต้องเผชิญหน้ากับอุปสรรคก็จะมั่นคงและไม่ซวนเซได้ง่ายค่ะ

ความแข็งแรงทางร่างกาย 

อีกสิ่งที่สำคัญไม่แพ้เรื่องของจิตใจ คือ ‘ความแข็งแรงทางร่างกาย’ ค่ะ การที่ลูกมีร่างกายที่แข็งแรงก็ย่อมมีชัยไปกว่าครึ่ง เพราะเขาจะไม่ป่วยง่ายในเวลาที่มีการเปลี่ยนแปลงสิ่งใดกะทันหัน เช่น สภาพอากาศ หรือ สภาพแวดล้อมค่ะ ดังนั้นคุณแม่จึงควรช่วยส่งเสริมให้ลูกมีร่างกายที่แข็งแรงด้วยการให้ลูกทานอาหารที่ดี มีประโยชน์ พาลูกออกกำลังกาย ขยับร่างกายสัก 20 นาทีต่อวัน และต้องให้ลูกพักผ่อนให้เพียงพอ นอนหลับให้ครบ 8-10 ชั่วโมงต่อวันนะคะ

ความฉลาดทางสมอง

หนึ่งสิ่งสำคัญที่คุณพ่อคุณแม่อยากให้ลูกมีคงหนีไม่พ้นเรื่องของ ‘ความฉลาดทางสมอง’ เพราะความฉลาดจะเป็นสิ่งที่ช่วยให้ลูกรับมือกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ในอนาคตเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นการแก้ไขปัญหาอย่างชาญฉลาด และฉลาดในการใช้ชีวิต โดยวิธีที่คุณพ่อคุณแม่สามารถช่วยให้ลูกฉลาดได้นั้น ส่วนหนึ่งมาจากการเลี้ยงดูที่ช่วยส่งเสริมพัฒนาการทางสมองค่ะ ไม่ว่าจะเป็นการกระตุ้นให้ลูกช่วยเหลือตนเอง แนะนำความคิดใหม่ๆ ที่ช่วยกระตุ้นความสงสัยและความอยากรู้ อีกทั้งปรับวิธีการเลี้ยงดู ตามรูปแบบนิสัยและความสนใจของลูกนั่นเองค่ะ

เตรียมลูกให้พร้อมด้วยโภชนาการที่ดี

ปฏิเสธไม่ได้เลยนะคะ ว่าพื้นฐานสำคัญของทักษะที่กล่าวมาข้างต้น คือเรื่องของ ‘โภชนาการที่ดี’ เพราะสารอาหารที่ได้รับจากการกินอาหารที่มีประโยชน์จะช่วยสร้างร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรงให้กับเจ้าตัวเล็ก ซึ่งอาหารมื้อแรกที่ลูกควรได้รับ คือ น้ำนมแม่ นั่นเอง ซึ่งในน้ำนมแม่จะช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันได้ เพราะมีโพรไบโอติก LPR ที่ช่วยปรับสมดุลให้ระบบภูมิคุ้มกัน และมีส่วนช่วยให้ลำไส้แข็งแรง โดยนอกจากในนมแม่แล้ว โพรไบโอติก LPR ยังมีอยู่ในโยเกิร์ต และนมบางชนิดอีกด้วยค่ะ

นอกจากนี้ในนมแม่ยังมี DHA ที่มีความสำคัญอย่างมากต่อการเจริญเติบโต โดยเฉพาะการพัฒนาของระบบประสาทและสมอง รวมไปถึงสารอาหารอื่นๆ ที่หลากหลาย ครบถ้วนต่อความต้องการของเจ้าตัวเล็กในช่วง 6 เดือนแรกของชีวิต ซึ่งหลังจากที่ผ่าน 6 เดือนไปแล้ว ควรให้ลูกกินนมแม่ต่อเนื่องไปจนลูกอายุ 2 ปี หรือนานกว่านั้น ควบคู่กับอาหารตามวัยที่เหมาะสมครบ 5 หมู่ รวมถึงดื่มน้ำให้เพียงพอตามที่ร่างกายควรได้รับต่อวันด้วยนะคะ

ซึ่งการที่ลูกได้รับสารอาหารเพียงแค่อย่างใดอย่างหนึ่งคงไม่พอค่ะ เจ้าตัวน้อยควรจะต้องได้รับทั้งโพรไบโอติก LPR และ DHA เพราะการทำงานคู่กันของโพรไบโอติก LPR ที่ช่วยส่งเสริมภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง และ DHA ที่เป็นสารอาหารสำคัญต่อพัฒนาการของสมอง จะส่งเสริมให้ลูกมีร่างกายและสมองที่พร้อมสำหรับทุกพัฒนาการ เป็นเด็กที่เก่งและแกร่ง เพื่อเอาตัวรอดในอนาคตข้างหน้าได้เป็นอย่างดีนั่นเองค่ะ

ข้อมูลอ้างอิง

Writer Profile : Lalimay

  • Blog :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



ควรให้ลูกนอนวันละกี่ชั่วโมง?
ชีวิตครอบครัว
Update
ไลฟ์สไตล์ ไลฟ์สไตล์
เคยกลับบ้านมาแล้วกรี๊ดลั่นบ้านเพราะเจ้าตัวแสบไปวิ่งเล่นเลอะเทอะกันไหมคะ ? หรือแต่งตัวลูกอย่างดีไปทานข้าวนอกบ้าน แต่คุณลูกก็ทำซอสหกใส่ ไอติมหล่นไปเป็นก้อน เละทั้งตัว วันนี้ ParentsOne มีเสื้อเด็กที่เจ๋งมากๆ จาก GQ : the good day lab™ มาลองรีวิวให้ได้ชมกันค่ะ 🛒 ช้อปเลยที่ -> https://gqsize.link/bZT7Sx แกะกล่อง GQ : the good day lab™ เสื้อเด็ก ฟีเจอร์เพียบ คุณภาพ GQ ขึ้นชื่อว่า GQ ก็มั่นใจได้เรื่องคุณภาพค่ะ ผ้านุ่ม เบาบาง เหมาะกับอากาศเมืองไทย ใส่วิ่งสบายๆ ที่แปลกตาคือเป็นเสื้อที่ไม่มีป้ายแท็กค่ะ ทั้งด้านหลังคอเสื้อ หรือข้างใน ไม่ต้องห่วงว่าจะเคืองหรือคันเลย กระดุมแข็งแรงเอามากๆ ใช้แรงผู้ใหญ่ดึงแรงๆ ก็ไม่มีปัญหาเลย ไฮไลท์สำคัญที่คุณแม่แทบกรี๊ด คือเป็นไม่เปื้อนค่าาาา เทน้ำ เทนมใส่เสื้อ ไม่เปียกเลย สะบัดสองที หายปกติ ซึ่งถ้าใครเคยเห็นโฆษณา GQ ที่เสื้อเชิ้ตขาวไปทำงานคุณพ่อ โดนกาแฟหกใส่ แต่ผ้าไม่เปื้อนเลย เทคโนโลยีผ้าสะท้อนน้ำ ตอนนี้มาอยู่ในเสื้อเด็กแล้ววววว ทีมงานทดสอบเทน้ำสีผสมอาหาร นม หรือแม้แต่ซอสมะเขือเทศลงบนเสื้อ ก็ไม่เปื้อนค่ะ ไม่น่าเชื่อมากๆ ข้อดีที่สุดของผ้าแบบนี้ คือทำให้ชีวิตคุณแม่สบายขึ้นมาก พาลูกไปเที่ยว วิ่งเล่นสนามหญ้า พาไปทานก๋วยเตี๋ยว หรือให้ทานอะไร ก็ไม่ต้องกลัวเสื้อสวยๆ เลอะ แถมประหยัดเวลาซักผ้าด้วย ไม่ต้องมาคอยแช่ผ้าให้คราบมันออกแบบสมัยก่อน สำหรับเสื้อเด็ก the good day lab™…
8 ธันวาคม 2566

anal porno zdarma culi nudi al mare free sex videos antalya escort

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save