fbpx

กระเตงลูกเที่ยว 9 อควาเรียมในไทย ส่องพันธุ์ปลาและความสมบูรณ์ของธรรมชาติใต้น้ำ

Writer : Mneeose
: 8 มีนาคม 2562

วันหยุดที่ใกล้จะมาถึงนี้ หากครอบครัวไหนยังไม่รู้ว่าจะพาลูกๆ ไปเที่ยวที่ไหนกันดี เรามากระเตงพาลูกไปเที่ยว 9 อควาเรียมในไทย พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่มีมากมาย ซึ่งบางจังหวัดไกลจากทะเล แต่มีอควาเรียมก็มีค่ะ พาลูกไปส่องพันธุ์ปลาและความมสมบูรณ์ของธรรมชาติใต้น้ำที่สงบและบนพื้นดินไม่มีให้เห็นกันดีกว่า

1. เชียงใหม่ซูอควาเรียม จ.เชียงใหม่

หากครอบครัวไหนอยากไปเชียงใหม่แล้วไปดูปลา เราขอแนะนำที่นี่ค่ะ เพราะเป็นสถานที่แสดงพันธุ์สัตว์น้ำที่ครบวงจรแห่งแรก หนึ่งเดียวในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วยอุโมงค์ใต้น้ำขนาดใหญ่ และมีความยาวมากที่สุดในโลก ซึ่งรวบรวมปลาน้ำจืดแห่งลุ่มแม่น้ำโขงและโลกใต้ทะเลเข้าด้วยกัน ภายในสวยงามและน่าไปเที่ยวมากๆ เลยค่ะ

ส่วนการจัดแสดงสัตว์น้ำมีด้วยกัน 6 โซน  แบ่งเป็น
Zone สำรวจลุ่มน้ำในป่าลึก Jungle Explorer
Zone 2 สัตว์ประหลาดนักล่า Monster Creature
Zone 3 สำรวจห้วงมหาสมุทร Ocean Explorer
Zone 4 ความลึกลับใต้ลุ่มน้ำ Under the River
Zone 5 ความอัศจรรย์อันน่าพิศวง Peculiar & Unbelievable
Zone 6 โลกสีครามใต้ท้องทะเล Under the Ocean

นอกจากนั้น ภายในเชียงใหม่ ซู อควาเรียม ยังมีกิจกรรมอีกมากมาย อาทิ  กิจกรรมสำรวจโลกใต้น้ำ Scuba Explorer , กิจกรรมดำผิวน้ำดูปลา Snorkeling Explorer , กิจกรรมปลาคราฟดูดนม , กิจกรรมจักรยานน้ำ , กิจกรรมบอลน้ำ , กิจกรรมให้อาหารปลา เป็นต้น

วันและเวลาเข้าชม : เปิดทุกวัน วันจันทร์-ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 10.00-16.00 น. ส่วนวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ตั้งแต่เวลา 9.00-16.30 น.

ค่าบัตรเข้าชม : บัตรเข้าชมสวนสัตว์ และอควาเรียม สำหรับเด็ก 110 บาท ราคาปกติ 150 บาท ,  บัตรเข้าชมสวนสัตว์ และอควาเรียม สำหรับผู้ใหญ่ 150 บาท **หมดเขต  31 ส.ค. 62 นี้เท่านั้น

ที่ตั้ง :  100 ถ.ห้วยแก้ว ต.สุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่

เว็บไซต์ : https://www.chiangmaiaquarium.com/index.html

 

2. Sea Life Bangkok Ocean World  จ.กรุงเทพฯ

คงไม่มีใครที่ไม่รู้จักกับที่แห่งนี้ อุทยานสัตว์น้ำที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งได้มีการจัดแสดงสัตว์น้ำจากทั่วโลกกว่า 30,000 ตัว 400 กว่าชนิด รวมทั้งสัตว์น้ำที่หายากของโลก เปิดโลกผจญภัยใต้ทะเลใจกลางเมืองหลวง เหมาะกับทุกครอบครัวที่อยากใช้ชีวิตในวันหยุดพาลูกไปกินและเที่ยวในโลกใต้สมุทรแห่งนี้ค่ะ

วันและเวลาเข้าชม : เปิดบริการทุกวัน  เวลา 9.00 – 22.00 น.

ค่าบัตรเข้าชม :  เด็ก 280 บาท  /  ผู้ใหญ่ 450 บาท

ที่ตั้ง :   ชั้น B1-B2 สยามพารากอน 991 ถนนรามา1 ปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330

เว็บไซต์ :  https://www.sealifebangkok.com/work

 

3. SISAKET AQUARIUM   จ.ศรีสะเกษ

พาลูกชมสวรรค์โลกใต้น้ำที่มีฝูงปลานานาพันธุ์แหวกว่ายอยู่รอบตัวที่อีสานใต้ ภายในอาคารได้จัดโซนปลาทะเล ปลาน้ำจืด ปลาสวยงาม โดยมีปลาน้ำจืด 60 ชนิด และปลาทะเล 11 ชนิด จำนวนกว่า 4,000 ตัว และมีอุโมงค์แก้ว 2 ฝั่ง เพื่อให้ลอดชมปลาได้อย่างใกล้ชิดอีกด้วย

กิจกรรมในอควาเรียมศรีสะเกษ

1.โชว์ดำน้ำให้อาหารปลา
2.บริการให้อาหารปลาคาร์ฟดูดขวดนม
3.บริการสปาปลาบำบัด

วันและเวลาเข้าชม :  วันอังคาร – วันอาทิตย์เวลาเปิดทำการ 10:00 – 16:00

ค่าบัตรเข้าชม :  เด็ก 20 บาท , ผู้ใหญ่ 30 บาทเด็กต่ำกว่า 100 เซนติเมตร ส่วนผู้สูงอายุ และผู้พิการ เข้าชมฟรี

ที่ตั้ง :  สวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา (เกาะห้วยน้ำคำ) ถ.เลี่ยง อำเภอเมืองศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ 33000

 

4. สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเลมหาวิทยาลัยบูรพา จ.ชลบุรี

แต่ถ้าครอบครัวไหนที่อยากไปเที่ยวชมสัตว์น้ำแบบวันเดย์ทริปกับครอบครัวที่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ เราขอแนะนำที่นี่เลยค่ะกับสถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล มหาวิทยาลัยบูรพา หรือที่เรียกกันว่า พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำบางแสน

ซึ่งที่นี่ได้จำลองบรรยากาศแห่งโลกท้องทะเลแบบครบครัน ทั้งสถานเลี้ยงสัตว์น้ำเค็ม ดูความเป็นอยู่ต่างๆ ของสัตว์ทะเลในไทยซึ่งจัดแบ่งเป็นหลากหลายโซน , พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำเค็ม ที่ไว้จัดแสดงนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ เกี่ยวกับพระราชกรณีกิจทางด้านการฟื้นฟู อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และด้านวิทยาศาสตร์การประมงนั่นเองค่ะ ยังไม่หมดเพียงเท่านี้แต่ส่วนของการวิจัยที่สามารถให้เด็กๆ ได้ลองสวมบทบาทเป็นนักวิจัย พร้อมส่องกล้องจุลทรรศน์อีกด้วย

และจะมีโชว์ดำน้ำให้อาหารปลา โดยวันธรรมดามีโชว์หนึ่งรอบ เวลา 14.30น. ส่วนวันเสาร์-อาทิตย์ มีสองรอบ เวลา 10.30น. และ 14.30น. สนุกสุดๆไปเลยใช่ไหมคะ อย่าลืมไปกันให้ได้นะ

วันและเวลาเข้าชม :  ที่นี่เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 8.30น. -17.00น.

ค่าบัตรเข้าชม : เด็ก 40 บาท / ผู้ใหญ่ 80 บาท
*ชาวต่างชาติ เด็ก 120 บาท / ผู้ใหญ่ 220 บาท
* บัตรเข้าชม สามารถเข้าชมได้ 2 ส่วน คือ สถานเลี้ยงสัตว์น้ำเค็ม และพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ทางทะเล

ที่ตั้ง :  169 ถ.ลงหาดบางแสน อ.ชลบุรี จ.ชลบุรี 20131

เว็บไซต์ :  http://site.bims.buu.ac.th/

5. Underwater World Pattaya จ.ชลบุรี

ถ้าเที่ยวทะเลแล้วยังไม่หนำใจ กระเตงลูกมาเที่ยวที่ Underwater World Pattay ดูสิคะ นอกจากจะเห็นสัตว์ทะเลแหวกว่ายในอุโมงค์ที่กว้างขวางเหนือหัวเราแล้ว ก็ยังมีกิจกรรมมากมายรอคุณหนูๆ เช่น ให้อาหารปลาคาร์ฟ , The magic tank , ทำความสะอาดหลังน้องเต่า เป็นต้น

วันและเวลาเข้าชม :  เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่ 09.00 น. – 18.00 น. (ปิดจำหน่ายบัตรเข้าชม เวลา 17.30 น.)

ค่าบัตรเข้าชม : 

ผู้ใหญ่ (ชาวไทย) ราคา 250 บาท / เด็ก (ชาวไทย) ราคา 150 บาท
ผู้ใหญ่ (ชาวต่างชาติ) ราคา  500 บาท / เด็ก (ชาวต่างชาติ) ราคา 250 บา
***เด็กที่มีความสูงระหว่าง 90-130 ถือตั๋วเด็ก , เด็กที่มีความสูงต่ำกว่า 90 เซนติเมตร เข้าชมฟรี

ที่ตั้ง :  ริมถนนสุขุมวิท  ต.หนองปรือ  อ.บางละมุง  จ.ชลบุรี

เว็บไซต์ : https://www.underwaterworldpattaya.com/th/

 

6. สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำบึงฉวากเฉลิมพระเกียรติ จ.สุพรรณบุรี

เป็นสถานที่ที่จัดแสดงพันธุ์สัตว์น้ำที่น่าสนใจ มีทั้งพันธุ์สัตว์น้ำจืดและพันธุ์สัตว์น้ำเค็ม ซึ่งมีถึง 3 อาคารด้วยกัน ห่างจากกรุงเทพฯ ไม่ไกลมาก เพราะแก่การมาพักผ่อนหย่อนใจกับครอบครัวมากเลยค่ะ

วันและเวลาเข้าชม :  จันทร์ – ศุกร์ เวลา 8.30 – 16.30 น.
เสาร์ – อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 8.30 – 17.00 น.

ค่าบัตรเข้าชม : อาคารหลังที่ 1, 2 และบ่อจระเข้
เด็ก 10 บาท / ผู้ใหญ่ 30 บาท
อาคารหลังที่ 3
เด็ก 50 บาท / ผู้ใหญ่ 150 บาท

ที่ตั้ง :  เลขที่ 99 หมู่ 9 ต.บางเดิม อ.เดิมบางนางบวช จ.สุพรรณบุรี 72120

7. Phuket Aquarium จ.ภูเก็ต

สัมผัสปลาน้ำจืดแปลกใหม่ และปลาที่หาชมได้ยาก เช่น ปลาไหลไฟฟ้า และปลาปิรันย่าแห่งลุ่มน้ำอเมซอน รวมทั้งร่วมฟื้นฟูปลูกปะการัง แถมยังมีกิจกรรมดำน้ำโชว์ให้อาหารสัตว์น้ำอีกด้วย อย่างนี้ต้องห้ามพลาดแล้ว

วันและเวลาเข้าชม :  เปิดบริการทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการ  เวลา 8.00 – 16.00 น.

ค่าบัตรเข้าชม :
คนไทย
เด็ก 20 บาท  /  ผู้ใหญ่ 50 บาท
ชาวต่างชาติ 
เด็ก 50 บาท /  ผู้ใหญ่ 100 บาท

ที่ตั้ง :  51 หมู่ 8 ถนนศักดิเดช ต.วิชิต อ.เมือง จ.ภูเก็ต 83000

เว็บไซต์ : https://phuketaquarium.org/

 

8. พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำสิรินธร หรือพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำหนองคาย จ.หนองคาย

เป็นศูนย์รวบรวมและแสดงพันธุ์สัตว์น้ำของเขตภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทั้งพันธุ์ปลาน้ำจืด พันธุ์ปลาน้ำเค็ม และพันธุ์ไม้น้ำ พร้อมเป็นส่วนจัดแสดงสัตว์น้ำที่ใหญ่ที่สุดในภาคอีสาน มีอุโมงค์ใต้น้ำ ยาวหลายสิบเมตร ทุกวันจะมีการแสดงให้อาหารปลาใต้น้ำ ซึ่งมีบรรยากาศที่ให้เราจำลองโลกใต้บาดาลขึ้น

วันและเวลาเข้าชม :  เวลา 9.00 – 16.00 น.  ปิดทำการทุกวันจันทร์ (ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์)

ค่าบัตรเข้าชม :  เด็ก/นักเรียน/นักศึกษา 10 บาท
ผู้ใหญ่ 20 บาท
พระสงฆ์/คนพิการ/คนชรา/คนที่มีความสูงน้อยกว่า 90 เซนติเมตร ไม่เสียค่าเข้าชม

ที่ตั้ง :  เลขที่ 112 หมู่ 7 ถนนเฉลิมพระเกียรติ ต.หนองกอมเกาะ อ.เมือง จ.หนองคาย 43000

 

9. สถานที่แสดงพันธุ์สัตว์น้ำสงขลา  จ.สงขลา

มาล่องใต้กันหน่อย ที่นี่เป็นแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตใต้น้ำ ทั้งด้านชีววิทยาและนิเวศวิทยา ที่เราสามารถพาลูกๆ ชมความยิ่งใหญ่ของปลาทะเลหลากหลายสายพันธุ์ พร้อมกับสัมผัสกับชีวิตแห่งโลกใต้น้ำที่แท้จริงได้ที่นี่ค่ะ

วันและเวลาเข้าชม :  

จันทร์ – ศุกร์ เวลา 9.00 – 19.00 น.
เสาร์ – อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 8.30 – 20.00 น.

ค่าบัตรเข้าชม :  

เด็ก/นักเรียน/นักศึกษา 50 บาท
ผู้ใหญ่ 100 บาท
ชาวต่างชาติ 200 บาท

ที่ตั้ง :  เลขที่ 39 ถนนแหลมสนอ่อน ต.บ่อยาง อ.เมือง จ.สงขลา 90110

 

ทั้งหมดนี้ก็เป็น 9 พิกัด โลกใต้น้ำ สถานที่ท่องเที่ยวอควาเรียม สวยงามในเอเชียที่เหมาะสำหรับพาครอบครัวและลูกๆ เดินทางไปเปิดประสบการณ์ และเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ จากการท่องเที่ยว พร้อมกับถ่ายภาพช่วงเวลาแห่งความสุขไปด้วยกัน ได้เห็นเด็กๆ ยิ้มอย่างสดใส คุณพ่อคุณแม่ก็มีความสุขไปด้วยแน่นอนค่ะ

Writer Profile : Mneeose

💙💙💙

  • Blog :
  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

 

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



Update
ข่าว ข่าว
ในตอนนี้กำลังมีเชื้อไวรัสระบาด โดยระบาดมาจากทางเมืองอู่ฮั่น ประเทศเทศจีน ซึ่งในขณะนี้มียอดผู้ติดเชื้อแล้วกว่า 554 ราย และเสียชีวิต 17 ราย ส่วนที่ประเทศไทยพบผู้ติดเชื้อ 3 คน โดยหนึ่งในนั้นเป็นคนไทยรายแรกอยู่ที่จังหวัดนครปฐม  โรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือที่รู้จักกันในชื่อ “ไวรัสอู่ฮั่น” ซึ่งเป็นเป็นโรคติดต่อทางเดินหายใจจากไวรัส แพร่กระจายทางระบบทางเดินหายใจเป็นหลัก เป็นไวรัสกลุ่มใหญ่ที่พบได้ทั้งในคนและในสัตว์ และติดต่อจากคนสู่คนได้ แต่ไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด  โดยในประเทศไทยได้มีมาตรการป้องกัน ด้วยการคัดกรองผู้โดยสารที่บินตรงมาจากเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน มีการเปิดศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน (EOC) เพื่อเฝ้าระวังผู้ป่วยที่เดินทางมาจากเมืองอู่ฮั่นอย่างเข้มข้น นักท่องเที่ยวทุกคนจะได้รับบัตรเฝ้าระวังสุขภาพ (Health Beware Card) ให้สังเกตอาการและยื่นให้กับโรงพยาบาลทราบเวลาไปตรวจรักษา ผู้ป่วยที่มีอาการเข้าข่ายได้รับโรคจะถูกแยกกักจนกว่าจะตรวจยืนยันเชื้อก่อโรคได้ ส่วนถ้ายืนยันว่าติดเชื้อสายพันธุ์ใหม่จริงก็จะมีการติดตามญาติที่เดินทางมาด้วยกันมาตรวจหาเชื้อด้วย ส่วนองค์การอนามัยโลก (WHO) ยังไม่ได้ประกาศให้โรคปอดอักเสบแพร่ระบาดจากไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่นี้เป็นสถานการณ์ฉุกเฉินระหว่างประเทศ เนื่องจากยังต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับกรณีการอุบัติและระบาดของไวรัสสายพันธุ์ใหม่นี้ เพราะข้อมูลที่ทุกฝ่ายมีอยู่ยังไม่สามารถสรุปได้ว่า ตัวไวรัสมีการแพร่เชื้อได้อย่างไร และลักษณะอาการทางคลินิก ความรุนแรงของโรค ขอบเขตการกระจายของไวรัสเป็นอย่างไร รวมถึงแหล่งกำเนิดของไวรัสคืออะไร สำหรับเกณฑ์การเฝ้าระวัง คือ มีอาการไข้ตั้งแต่ 38 องศาเซลเซียส  ร่วมกับมีอาการของระบบทางเดินหายใจ เช่น ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก หายใจเหนื่อยหรือหายใจลำบากอย่างใดอย่างหนึ่ง และที่สำคัญคือเพิ่งเดินทางมาจากเขตพื้นที่โรคระบาด คือ เมืองฮู่ฮั่นภายใน 14 วัน ให้สวมหน้ากากอนามัย และรีบไปพบแพทย์หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุขทันที พร้อมทั้งแจ้งประวัติการเดินทาง เนื่องจากมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนปอดบวม และมีอาการรุนแรง ถึงขั้นเสียชีวิตได้ และเพื่อเป็นการป้องกัน ในระหว่างนี้หากมีการเดินทางไปต่างประเทศ ก็ควรสวมหน้ากากอนามัย หลีกเลี่ยงอยู่ใกล้ชิดกับผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ ล้างมือให้สะอาดอยู่เสมอ พยายามอย่านำมือมาสัมผัสตา จมูก และปากโดยไม่จำเป็น รวมไปถึงไม่ใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น อ้างอิงจาก https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/863229 https://www.springnews.co.th/global/605467 https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/863088 https://workpointnews.com/2020/01/22/viral-pneumonia/…
23 มกราคม 2563