fbpx

5 ข้อแนะนำในการใช้ ไอแพดเพื่อความปลอดภัยของลูก

Writer : Jicko
: 19 สิงหาคม 2563

ครอบครัวไหนให้ลูกใช้ไอแพดได้แล้วบ้างเอ่ย ? เชื่อได้เลยนะคะว่ามีหลายครอบครัวเลยที่คุณพ่อคุณแม่สามารถให้เด็กๆ ได้เริ่มใช้ไอแพดกันบ้างแล้ว บางครอบครัวมักมีปัญหา เวลาที่ลูกอยากเล่นแต่เรายังไม่อยากให้เขาเล่น จนบางครั้งเด็กๆ ก็ร้องโวยวาย และติดไอแพด เอามากๆ เลย วันนี้เราเลยมี 5 ข้อแนะนำมาฝากคุณพ่อคุณแม่เกี่ยวกับการใช้ไอแพดจะมีอะไรกันบ้างไปดูกันค่ะ

 

1.อายุที่เหมาะสมในการใช้งาน

คุณพ่อคุณแม่บางคนอาจะมีข้อสงสัยกันว่า เราควรให้ลูกใช้งานไอแพดได้เมื่อไหร่กันแน่

  • เด็กวัย 2 ขวบ ยังไม่เหมาะที่จะให้ลูกใช้ไอแพดเลยในวัยนี้ เพราะเป็นช่วงที่เด็กกำลังเริ่มมีพัฒนาการด้านกล้ามเนื้อ ร่างกาย และสติปัญญา และการสื่อสาร ดังนั้นจึงควรจะเน้นส่งเสริมพัฒนาการทักษะสื่อสาร จดจำคำใหม่ ๆ ใช้ทักษะด้านกล้ามเนื้อให้ฝึกเดิน ยืน หรือหัดเขย่งเท้าแทน
  • ช่วงวัย 3-5 ขวบ คุณพ่อและคุณแม่อาจใช้ไอแพดเป็นตัวช่วยเสริมโลกแห่งการเรียนรู้ของเด็กที่กำลังสิ้นสุดวัยอนุบาล เพื่อเข้าสู่วัยประถมศึกษา โดยจำกัดการใช้งานไม่เกิน 1 ชั่วโมง พร้อมเน้นกิจกรรมที่สร้างสรรค์ เช่น วาดรูป ร้องเพลง เป็นต้น
  • และวัยที่โตกว่านั้นจนถึงอายุ 18 ปี คุณพ่อคุณแม่สามารถให้ลูกใช้งานได้ แต่ควรเล่นแค่วันละ 2 ชั่วโมง นั่นเอง

2.ท่าทางการใช้งานที่ถูกต้อง

เด็กๆ หลายคนเวลานั่งเล่นไอแพดมักจะใช้ท่าทางแบบผิดๆ เช่น การวางไอแพดไว้กับพื้นแล้วก้มหน้าลงเวลาเล่น หรือ การเล่นแบบนอนเงยหน้า ซึ่งวิธีเหล่านี้เป็นท่าทางที่ผิดนะคะ

ท่าทางการใช้งานของเด็กๆ ที่ถูกต้องก็คือ ให้คุณพ่อคุณแม่วางไอแพดไว้บนโต๊ะ และให้ลูกนั่งบนเก้าอี้เหมือนนั่งอ่านหนังสือ ที่สำคัญเลยระยะห่างของสายตากับไอแพดต้องห่างประมาณ 1-2 ฟุต และควรมีการพักสายตาอย่างน้อย 1-5 นาที อีกด้วย

3.การตั้งค่าการถนอมสายตา

เด็กๆ เมื่ออยู่กับหน้าจอไอแพดเขามักพยายามดูใกล้จอมากๆ แถมปรับจอสว่างสุดขีด เพื่อให้เห็นภาพได้ชัดที่สุด แต่คุณพ่อคุณแม่รู้ไหมคะว่ามันอันตรายมากแค่ไหนกับสายตาของลูก ซึ่งวันนี้ Parents One เลยมีวิธีการตั้งค่าไอแพดเพื่อถนอมสายตาเจ้าตัวเล็กมาฝากกัน ไปดูกันเลย

วิธีที่ 1 : เปิด Night Shift โหมด

เป็นฟีเจอร์ที่เหมาะกับเด็กๆ มาก เพราะมันสามารถปรับโทนสีของหน้าจอให้อยู่ในโทนสีที่อุ่นขึ้น และลดแสงสีฟ้า (Blue Light) ที่ส่งผลต่อสายตาของเด็กๆ ได้ เมื่อเล่นในที่แสงน้อยหรือเวลากลางคืน นอกจากนี้เจ้าแสงสีฟ้าจากหน้าจอ หากเพ่งหน้าจอนานๆ อาจจะทำให้ดวงตาเมื่อยล้าและทำให้เด็กๆ นอนหลับยากขึ้นได้ด้วยนนั่นเอง

  • วิธีการง่ายๆ ก็คือ ไปที่ส่วนควบคุม (Control Center) > แตะค้างที่ส่วนปรับความสว่าง > กด Night Shift โหมด
  • หรืออีกวิธีหนึ่ง ก็คือ ไปที่ ตั้งค่า (Settings) > จอภาพและความสว่าง (Display and Brightness) > แตะเปิด แถมยังกำหนดเวลาเปิดและปิดได้เองอีกด้วย

 

วิธีที่ 2 : เปิดโหมดมืด หรือDark Mode ในที่แสงน้อย

ในไอแพดจะมีโหมดที่ชื่อว่า Dark Mode หรือโหมดมืด ที่ช่วยสามารถถนอมสายตาเด็กๆ ขณะใช้งานในที่แสงน้อยหรือในที่มืดได้ ในโหมดนี้จะมีการเปลี่ยนสีพื้นหลังและธีมของแอปพลิเคชัน เป็นโทนสีมืดดำทั้งหมด ทำให้การมองหน้าจอไม่แสบตาอีกต่อไป ซึ่งหลายแอปฯ ก็ได้มีการรองรับโหมดมืด อย่างเช่น ไลน์ , อินสตราแกรม , ยูทูป , ข้อความ เป็นต้น ซึ่งคุณพ่อคุณแม่สามารถนำไปใช้ในการตั้งค่าต่างๆ เมื่อลูกใช้งานได้ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยในการถนอมสายตาให้กับเขานะคะ

 

วิธีที่ 3 : ปรับความสว่างของจอภาพ

โหมดนี้เป็นการปรับความสว่างของหน้าจอบนไอแพดหรือหน้าจออื่นๆ บนสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต ให้พอดีกับสายตาเด็กๆ ซึ่งความสว่างที่เหมาะสมนั้น ควรอยู่ที่ประมาณ 35 – 40% ของความสว่างหน้าจอ นั่นเอง

  • วิธีการทำง่ายๆ เลยก็คือ การปรับเพิ่มและลดระดับแสงที่ส่วนควบคุม (Control Center)
  • หรือวิธีที่ 2 ก็คือ ไปที่ ตั้งค่า (Settings) > การช่วยการเข้าถึง (Accessibility)  > จอภาพและขนาดข้อความ (Display & Text Size) > เปิดลดแสงขาว > ปรับแสงตามความเหมาะสม

 

4.การจำกัดการใช้งานบนไอแพด

ด้วยความที่เป็นเด็กเขามักจะไม่ทราบหรอกว่าอะไรที่เหมาะสมหรือไม่เหมาะสมสำหรับเขา คุณพ่อคุณแม่ควรดูแลเขาขณะที่เขากำลังใช้งานเสมอ ซึ่งบนไอแพดก็มีฟีเจอร์ที่ช่วยเรื่องการจำกัดการใช้งาน ได้แก่

  • เวลาหน้าจอ (Screen Time) 

ซึ่งฟีเจอร์นี้จะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่สามารถจำกัดเวลาการใช้งานบนไอแพดของลูกให้เป็นเวลาได้ และคุณพ่อคุณแม่ก็สามารถทราบได้อีกด้วยว่าเด็กๆ ใช้งานอะไรบ้างในแต่ละวัน เพื่อที่จะควบคุมการลดการใช้งานได้อย่างถูกต้องอีกด้วย วิธีการตั้งค่าง่ายๆ ดังนี้

วิธีนี้เป็นการตั้งค่าที่จะช่วยจำกัดเวลากับเด็กในการใช้งานไอแพดให้เป็นเวลาโดย

ไปที่ตั้งค่า (Settings) > เวลาหน้าจอ (Screen Time) > เวลาไม่ใช้งาน (Downtime) > แตะเปิดเวลาไม่ใช้งาน > กำหนดเวลาที่ห้ามใช้งานสำหรับเด็กๆ

เพียงเท่านี้เมื่อถึงเวลาปิดใช้งาน เครื่องก็จะปิดกั้นการเข้าถึงแอปฯในช่วงเวลาที่กำหนดนั่นเอง

  • การจำกัดการใช้งานของแอป

วิธีนี้จะคล้ายๆ กับข้างบน แต่เป็นการจำกัดการใช้งานแบบเจาะจงเป็นกลุ่มแอปพลิเคชั่นและระบุเวลาในการใช้แต่ละวัน

โดยไปที่การตั้งค่า (Settings) > เวลาหน้าจอ (Screen Time) > การจำกัดการใช้แอปฯ (App Limites) > เพิ่มการจำกัด (Add Limit) > เลือกหมวดหมู่แอปฯที่ต้องการจำกัด > เมื่อเลือกเสร็จแล้วให้แตะ เพิ่ม

ซึ่งการตั้งค่าแบบนี้จะช่วยลดการติดหน้าจอของเด็กๆ ได้เลยทีเดียวค่ะ หากถึงเวลาที่คุณพ่อคุณแม่กำหนด แอปฯ เหล่านั้นก็จะปิดกั้นไม่ให้เด็กๆ เข้าทันทีนั่นเอง

  • การจำกัดเนื้อหาและความเป็นส่วนตัว

วิธีนี้เป็นการตั้งค่าจำกัดการติดตั้งแอพพลิเคชั่นต่างๆ การลบ การซื้อ การจำกัดเนื้อหา และความเป็นส่วนตัวอื่นๆ ที่คุณพ่อคุณแม่สามารถตั้งค่าอุปกรณ์ของเด็กๆ เพื่อป้องกันการเข้าถึงเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม รวมถึงการจัดการแอปฯต่างๆ โดยที่ไม่ได้รับอนุญาต

โดยไปที่ตั้งค่า (Settings) > เวลาหน้าจอ (Screen Time) > จำกัดเนื้อหาและความเป็นส่วนตัว (Content & Privacy Restrictions) > เลือกตั้งค่าการจำกัดเนื้อหาและความเป็นส่วนตัวได้ตามต้องการ

หากกลัวว่าเด็กๆ จะเข้าไปตั้งค่าเพื่อเปลี่ยนแปลงสิ่งที่เราจำกัดไว้ คุณพ่อคุณแม่ยังสามารถตั้งค่ารหัสเวลาหน้าจอ ที่เหมือนการตั้งรหัสเข้าเครื่อง เพื่อป้องกันการเข้าถึงได้ด้วย

โดยไปที่การตั้งค่า (Settings) > เวลาหน้าจอ (Screen Time) > ตั้งรหัสผ่าน (Use Screen Time Passcode) > ตั้งรหัสผ่าน 4 หลักและยืนยันรหัสผ่านอีกครั้ง

คราวนี้การเข้าถึงเมนูการตั้งค่าต่างๆ ก็ต้องเข้ารหัสทุกครั้งนั่นเอง เด็กๆ จะไม่สามารถปรับเปลี่ยนเวลาในการใช้งานบนไอแพดได้ หากจะเปลี่ยนก็ต้องมาขอรหัสกับเราก่อนนั่นเอง

5.การเลือกแอพพลิเคชั่นให้เหมาะสมกับลูก

บนไอแพดเชื่อได้เลยว่ามีแอปฯ มากมายที่เราโหลดใส่เครื่องไว้ มีทั้งของเด็กและของผู้ใหญ่ปะปนกัน คุณพ่อคุณแม่จำเป็นต้องจำกัดอายุหรือคอนเทนต์ที่เหมาะสมสำหรับเด็กๆ และใน แอปสโตร์ (App stone) บนไอแพดก็มีการกำกับอายุอยู่แล้ว ว่าแอปฯ ไหนสำหรับเด็กอายุเท่าไหร่ คุณพ่อคุณแม่สามารถจำกัดอายุได้ เพื่อให้เขาสามารถเลือกโหลดเฉพาะแอปพลิเคชั่นที่อยู่ในช่วงอายุของตัวเองนั่นเอง

นอกจากนี้ก็มีแอปพลิเคชั่นหนึ่งที่เด็กๆ มักจะชอบใช้ดูยูทูป อย่าง “ยูทูปคิดส์ (YouTube Kids)” เป็นอีกช่องทางหนึ่งในการเลือกแอปฯ เพราะในนี้เด็กๆ สามารถเลือกดูได้เฉพาะช่องรายการที่เหมาะสมกับเด็กๆ เท่านั้น ซึ่งมีการคัดเลือกวีดีโอมาอย่างดีเลยทีเดียว รับรองว่าเปิดดูในนี้คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องห่วงเรื่องที่ว่าเด็กๆ จะดูอะไรที่ไม่ปลอดภัยอีกเลยค่ะ

 

เป็นยังไงกันบ้างคะ สำหรับ 5 ข้อแนะนำในการใช้ไอแพดที่ทาง Parents One ได้รวบรวมมาให้คุณพ่อคุณแม่ในวันนี้ หวังว่าจะเป็นประโยชน์และเป็นข้อมูลที่ดีในการนำไปใช้ในการตั้งค่าไอแพดให้กับเด็กๆ ที่บ้านนะคะ สิ่งสำคัญเลยก็คือคุณพ่อคุณแม่เองที่ต้องเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับเด็กๆ หากอยากให้ลูกเป็นยังไงเรานี่แหละค่ะที่ต้องเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับเขา ไม่ว่าจะเป็นตอนทานข้าวก็ต้องห้ามเล่นสมาร์ทโฟนเลยนะคะ และอีกอย่างก็คือการตั้งกฎกติกาในการใช้งานก็เป็นเรื่องสำคัญค่ะ เราต้องตั้งกฎว่าไม่ควรเล่นเกิน 1 ชั่วโมงต่อวันสำหรับเด็กๆ ทำให้เขาชินจะได้ไม่กลายเป็นเด็กติดจอยังไงล่ะคะ

สนับสนุนโดย : กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

 

Writer Profile : Jicko

  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



Update
“หนูทำไม่ได้…” “หนูไม่อยากทำ!” คุณพ่อคุณแม่หลายคน คงเคยได้ยินประโยคข้างต้นกันมาบ้างใช่ไหมคะ? แท้จริงแล้วการที่เด็กๆ พูดคำพวกนี้ออกมาอาจมาจากความไม่มั่นใจในตัวเอง หรือการกลัวอะไรบางอย่าง วันนี้ Parents One จะมาแชร์เทคนิคที่สามารถช่วยให้เด็กๆ มีทัศนะคติที่ดีต่อการทำสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ต้องการให้ทำกันค่ะ   เมื่อ... ลูกปฏิเสธที่จะลองทำสิ่งใหม่ๆ บางครั้งในเวลาที่คุณพ่อคุณแม่พยายามเสนอสิ่งใหม่ให้เด็กๆ ได้ลองทำ เช่น การลองให้เล่นของเล่นพัฒนาศักยภาพชิ้นใหม่ หรือลองของเล่นที่เด็กๆ ไม่เคยเล่นมาก่อน เจ้าตัวเล็กอาจจะเคยปฏิเสธ หรือบอกว่าทำไม่ได้กันใช่ไหมคะ แต่รู้ไหมว่าความจริงแล้วคำปฏิเสธนั้นอาจมาจากความไม่มั่นใจในตัวเอง หรือความกลัวว่าจะทำไม่ได้ หรือทำได้ไม่ดี แล้วมีวิธีแก้ปัญหาอย่างไร? วิธีง่ายๆ ที่จะทำให้ลูกๆของเรามั่นใจในตัวเอง คือ การให้พวกเขาลองดูวิดิโอหรือรูปภาพของตนเองตอนเด็กๆ ที่ผ่านมา ว่าเขาสามารถทำอะไรได้หลายสิ่งหลายอย่างเลย “แล้วทำไม การลองทำสิ่งใหม่ๆ หนูจะทำไม่ได้เหมือนที่ผ่านมาล่ะ” คุณพ่อคุณแม่อาจจะช่วยพูดเสริมความมั่นใจเพิ่มเติม ว่าเราเชื่อว่าเขาทำได้ ขนาดก่อนหน้านี้ยังเคยทำและทำมาแล้วเลย การให้เด็กๆ ย้อนนึกถึงอดีตที่ตัวเองเคยประสบความสำเร็จมาก่อน จะช่วยสร้างความมั่นใจให้เจ้าตัวน้อยได้อีกครั้ง ทำให้สามารถก้าวข้ามผ่านความไม่มั่นใจและความกลัวได้ค่ะ   ลูกมีพฤติกรรมที่ไม่น่ารัก พูดแล้วไม่ยอมฟัง หากเด็กๆ บ้านไหนที่มีพฤติกรรมไม่น่ารัก แล้วเมื่อคุณพ่อคุณแม่พูดแล้วไม่ยอมฟัง และมักปฏิเสธที่จะไม่ทำอยู่ตลอดเวลา เช่น การชอบเล่นแรงๆ  ทำให้ของเล่นพัง หรือการชอบทำลายข้าวของ แล้วเมื่อคุณพ่อคุณแม่พยายามห้ามแล้วแต่ไม่สำเร็จ คุณพ่อคุณแม่จะมีวิธีแก้ไขอย่างไร?  จริงๆ แล้วการทำให้ลูกหยุดใช้ความรุนแรง หรือการหยุดพฤติกรรมที่ไม่ดีของลูกมีหลายวิธีด้วยกัน แต่วันนี้เราขอนำเสนอวิธีที่จะทำให้เด็กๆ เกิดการตระหนักรู้ได้ด้วยตัวเอง คือ การให้ดูรูปหรือวิดิโอที่เคยถ่ายไว้ ในช่วงเวลาที่เขาไม่มีพฤติกรรมที่ไม่ดี พร้อมบอกว่า “หนูยังสามารถทำได้เลยก่อนหน้านี้”  เพราะเมื่อเด็กๆเห็นภาพตัวเองตอนเด็กแล้ว ย่อมเป็นสิ่งที่สามารถเชื่อมโยงกับจิตใจของเขามากกว่าแค่การพูดหรือให้ดูในสิ่งที่เด็กๆ ไม่ได้รู้จักหรือสนใจ การให้เด็กๆ ได้เห็นตัวเองนั้น จะทำให้เขาเข้าใจและเห็นภาพมากกว่าและสามารถคิดได้ว่า ก่อนหน้านี้เรายังทำได้อย่างที่คุณพ่อคุณแม่บอกจริงๆ แล้วทำไมตอนนี้เราจะทำไม่ได้หละ ดังนั้นการที่เราให้ดูภาพหรือวิดิโอ ดีๆ ของเขา จึงสามารถช่วยทำให้เจ้าตัวเล็กหยุดพฤติกรรมก้าวร้าวลงได้อย่างไม่ยากเย็นเลยค่ะ   การชักจูงลูกๆ…
4 กรกฏาคม 2565

anal porno zdarma culi nudi al mare free sex videos antalya escort

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save