NEWS: เฝ้าระวัง!! โรคระบาดในเด็กที่อเมริกา แรกเริ่มมีอาการคล้ายหวัดแล้วแขนขาอ่อนแรง

Writer : Lalimay
: 10 ตุลาคม 2561

ช่วงนี้มีโรคที่น่ากลัวกำลังระบาดในเด็กอยู่ที่อเมริกาค่ะ ถึงแม้ว่าอาจจะยังมาไม่ถึงไทยแต่พ่อแม่ก็ต้องเฝ้าระวังกันพอสมควร ซึ่งโรคนี้คือ ‘ไขสันหลังอับเสบอ่อนแรงเฉียบพลัน’ (acute flaccid myelitis : AFM) ที่ตอนนี้ยังไม่มีวิธีรักษา

โดยโรคนี้พบในรัฐมินเนสโซต้าขอสหรัฐในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา  มีรายงานว่าพบเด็กเป็นโรคนี้ 6 คนแล้ว จากเดิมที่มีคนเป็นเพียงปีละ 1 คนเท่านั้น ซึ่งอาการแรกเริ่มของเชื้อตัวนี้จะมีอาการคล้ายหวัด มีไข้ ไอ น้ำมูกไหล จากนั้นจะเริ่มมีอาการอ่อนแรงเหมือนคนเป็นโปลิโอ

อาการป่วยจะรวมไปถึงอ่อนแรง, กล้ามเนื้อสูญเสียความตึงตัว, ใบหน้าเบี้ยว, กลืนลำบาก, พูดไม่ชัด และในหลายกรณีจะเป็นอัมพาต จนถึงขั้นเสียชีวิต ที่น่ากลัวคือ ผู้ป่วยแทบทั้งหมด เป็นเด็กเล็ก อายุน้อยกว่าห้าขวบ ถึงสิบขวบและมักมีโรคหอบโรคภูมิแพ้ร่วมด้วย

โรคไขสันหลังอับเสบอ่อนแรงเฉียบพลันเคยระบาดไปแล้วรอบนึงที่อเมริกาในช่วงปี 2014 โดยตอนนั้นมีเด็กติดเชื้อ 700 กว่าคน และเสียชีวิต 5 คน ดังนั้นที่อเมริกาจึงตื่นตัวในเรื่องนี้เป็นอย่างมาก เพราะกลัวว่าโรคนี้จะกลับมาระบาดอีกรอบ

ความน่ากลัวอีกอย่างของโรคนี้คือ ยังเป็นโรคที่ไม่มีวิธีการรักษา ไม่มีวัคซีนป้องกัน ทำได้แค่รักษาตามอาการและควรให้ลูกฉีดวัคซีนป้องกันโปลิโอ เพราะบางครั้งเชื้อไวรัสโปลิโออาจนำมาสู่การเป็นโรคนี้ได้

และที่สำคัญคือป้องกันลูกจากการไม่สบายได้ด้วยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่ที่มีคนแออัดอย่างห้างสรรพสินค้า ควรให้ใส่หน้ากากอนามัยและล้างมือบ่อยๆ หรือถ้าลูกไม่สบายก็ควรพาไปหาหมออย่าปล่อยไว้

อ้างอิงจาก

Writer Profile : Lalimay

  • Blog :
  • Social Media :

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



Update
ข่าว ข่าว
กล้องวงจรปิดอาจเป็นสิ่งที่ช่วยสร้างความปลอดภัยให้แก่เด็กๆ เมื่อพวกเขาอยู่ในโรงเรียน แต่ในทางกลับกันอาจเป็นสิ่งที่ทำให้เด็กนักเรียนรู้สึกถูกจับผิดมากกว่าได้รับการปกป้อง ผลการสำรวจโรงเรียนระดับมัธยมต้นและมัธยมปลายในสหรัฐฯ มากกว่า 54,000 แห่ง พบว่าการว่าจ้างเจ้าหน้ารักษาความปลอดภัยประจำโรงเรียน เเละการติดตั้งกล้องวงจรปิดภายนอกตัวอาคารของโรงเรียนช่วยให้เด็กนักเรียนรู้สึกปลอดภัยขึ้น เเต่การติดตั้งกล้องวงจรปิดในตัวอาคารของโรงเรียน กลับทำให้เด็กนักเรียนรู้สึกไม่ปลอดภัย ยิ่งมีกล้องถ่ายภาพในโรงเรียนมากขึ้นเท่าใด เด็กนักเรียนบอกว่ายิ่งรู้สึกปลอดภัยน้อยลง เพราะรู้สึกว่ากำลังถูกสอดส่องหรือจับผิด เเชนนอน เบนเน็ท (Shannon Bennett) รองศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยาวัยรุ่น และผู้อำนวยการด้านจิตวิทยาคลีนิกที่ศูนย์ศึกษาความวิตกกังวลในวัยรุ่น กล่าวว่า ผลการศึกษาใหม่นี้แสดงให้เห็นว่าการเพิ่มการรักษาความปลอดภัยไม่ช่วยให้นักเรียนรู้สึกปลอดภัยมากขึ้นเสมอไป การติดกล้องวงจรปิดอาจช่วยแก้ปัญหาการรังแกในโรงเรียนได้ แต่ต้องมีการชี้แจ้งอย่างชัดเจนว่าจะนำภาพถ่ายหรือวิดีโอที่ได้ไปใช้อย่างไร นอกจากนี้การรักษาความปลอดภัยในโรงเรียนด้วยการสร้างบรรยากาศทางสังคมทางบวก ให้นักเรียนรู้สึกเป็นส่วนหนึ่ง มีคุณค่า ได้รับความเคารพและเข้าอกเข้าใจจากครูและผู้ใหญ่ในโรงเรียน อาจจะช่วยลดโอกาสที่จะเกิดความรุนแรงต่างๆ ในโรงเรียนได้ อ้างอิงจาก voathai.com/
18 ตุลาคม 2561