fbpx

6 วิธีรับมือลูก...เมื่อต้องพาไปทำงานต่างประเทศ

Writer : parentsone
: 3 กันยายน 2561

มีประสบการณ์จากคุณแม่ที่แชร์วิธีการพาลูกไปท่องเที่ยวต่างประเทศให้อ่านบนโลกออนไลน์กันมากมายเลยนะคะ แต่ในประสบการณ์ทั้งหลายนั้น หากลูกของคุณไม่ได้เป็นแบบลูกของเขาก็ยากที่จะปฏิบัติได้ตามขั้นตอนต่างๆ เหล่านั้น วันนี้จึงมาแชร์ประสบการณ์พาลูกไปทำงานและเที่ยวพร้อมๆ กันให้ได้อ่านกันค่ะ

เลือกเที่ยวบินเช้าสุดและกลับค่ำสุด

การไปทำงานครั้งนี้จะต้องใช้เวลา 3 วัน 2 คืนที่ประเทศสิงคโปร์ ดังนั้น สิ่งแรกที่ต้องทำคือเตรียมจองไฟล์ทที่สอดคล้องกับเที่ยวบินที่ผู้จัดงานวางแผนไว้ โดยทางทีมงานแจ้งให้เลือกจองไฟล์ทแรกของวันนั่นคือ 08.00-11.15 น. ทำให้ต้องตื่นเพื่อเตรียมพร้อมทุกอย่างตั้งแต่ ตี 4 ครึ่ง เพื่อไปให้ทันสนามบิน และเลือกวันกลับเที่ยวสุดท้ายของวัน เพื่อจะได้มีเวลาท่องเที่ยวเพิ่มเติมหลังเสร็จงานโดยไม่ต้องรีบเร่งด้วย

ข้อควรรู้ 

1. ตอนตรวจขั้นตอนตม.ขั้นแรก พยายามอย่าใส่เสื้อหลายชั้นให้ลูก เพราะจะทำให้ต้องถอดชุดมากมายและวุ่นวายมากนะคะ ใส่แค่เสื้อยืดและกางเกงขายาวก็พอ แต่สแตนบายเสื้อหนาวและผ้าคลุมสำหรับกระเป๋าแยกไว้เผื่อข้างในอากาศหนาว และให้ลูกกินนมกล่องให้เสร็จก่อนเข้าไปตรวจนะคะ เพราะเค้าไม่ให้เอาน้ำหรือนมเข้าไปด้านในเกิน 100 ml.

2. มีช่องตรวจเอกสารสำหรับเด็กเล็กที่ความสูงไม่ถึง 120 ซม.นะคะ เป็นช่องพิเศษที่มีเจ้าหน้าที่ประจำอยู่ให้แจ้งทางเจ้าหน้าที่ที่ยืนอยู่ตรงบันไดเลื่อน สะดวกและไม่เสียเวลานานค่ะ

เตรียมกระเป๋าแบบมีสายจูงให้ลูก

หลังจากที่ลงเครื่องแล้ว สิ่งแรกที่ทำคือไปรับซิมที่เทอร์มินอล 2 แต่เครื่องที่ใช้เดินทางมาเป็นเทอร์มินอล 1 ดังนั้น ต้องเดินทางข้ามเทอร์มินอลด้วยรถไฟ จึงต้องปล่อยให้ลูกเดินวิ่งเองเพื่อปล่อยพลัง หลังจากต้องนั่งอึดอัดบนเครื่องมาเป็นเวลา 2 ชั่วโมง (โชคดีที่ลูกหลับตั้งแต่เครื่องเริ่มแลนดิ้งจนถึงปลายทาง) การเลือกกระเป๋าที่มีสายจูงจะช่วยให้เราดูลูกได้สะดวกขึ้นและป้องกันไม่ให้ลูกไปรบกวนผู้โดยสารท่านอื่นนะคะ ซึ่งนอกจากจะช่วยขณะเดินทางภายในสนามบินแล้ว ยังช่วยให้ดูแลลูกง่ายขึ้นไม่ว่าไปเที่ยวที่ใดๆ ก็สะดวกด้วยค่ะ

เปิดกว้างรสชาติใหม่ๆ ให้ลูก

การเดินทางไปต่างประเทศครั้งนี้ เราไม่ได้พกอาหารสำเร็จรูปหรือข้าวซองของเด็กเลยนะคะ เพราะต้องการให้ลูกเปลี่ยนรสชาติใหม่ๆ ซึ่งเด็กควรจะได้กินอาหารที่หลากหลาย สิ่งที่เตรียมไปคืออุปกรณ์รับประทานอย่างช้อน ส้อม ตะเกียบ สำหรับพกพาอันเล็ก สำรองไว้หากร้านอาหารไม่มีให้ใช้งาน ที่จริงสิ่งที่ควรพกไปด้วยอีกอย่างคือผ้ากันเปื้อนสำหรับเด็กนะคะ เพราะจะกินเลอะร้านอาหารแน่นอน แต่เสียดายที่เราดันลืม และโหลดไว้ใต้ท้องเครื่องจะหยิบก็ลำบาก จึงใช้กระดาษทิชชู่และกระดาษเปียกสำหรับทำความสะอาดเมื่อหกหล่นตามโต๊ะและพื้น ซึ่งตามมารยาทควรเก็บและเช็ดให้เรียบร้อย เผื่อว่าลูกค้าท่านอื่นมานั่งต่อได้ค่ะ

เช็คสถานที่เที่ยวใกล้ๆ สำหรับลูก

การเดินทางของเราครั้งนี้ คือ เพื่อไปทำงาน ดังนั้น ต้องมีช่วงเวลาที่ต้องห่างลูกและฝากลูกไว้กับพ่อ จึงมีการสำรวจสถานที่ที่ลูกจะเที่ยวเล่นได้ ไม่ว่าจะเป็น สวนสาธารณะ ห้องเด็ก สระว่ายน้ำต่างๆ โดยโรงแรมที่ไปพักคือ Marina Bay Sand ที่เรียกว่ามีครบทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกของเด็กและผู้ใหญ่แบบไม่ต้องออกไปนอกโรงแรม เมื่อลูกตื่นสามีของเราจึงสามารถพาลูกลงไปทานอาหารที่ฟู้ดคอร์ทชั้นใต้ดินและออกไปเดินถ่ายรูปชมสวนที่ Garden by the bay ได้ แค่นี้ลูกก็เหนื่อยและกลับมานอนพักกลางวันที่ห้องได้ไม่ไกลมากค่ะ

เลือกใช้ Grab Family

อันนี้เป็นเรื่องที่น่าสนใจ ด้วยกฏหมายการเดินทางของสิงคโปร์ไม่ได้ปิดกั้นเรื่องการใช้งาน Grab นะคะ ทำให้มีฟีเจอร์ที่เรียกว่า Grab Family สำหรับการเดินทางของครอบครัว โดยภายในรถจะมีเบาะที่นั่งสำหรับเด็กให้นั่งและคาดสายรัดได้อย่างสะดวก ซึ่งคุณสามารถเลือกรถประเภทนี้ได้ค่ะและราคาจะเพิ่มประมาณ 2 เหรียญ

แต่สิ่งที่ตลกสำหรับเราคือ ตอนแรกเราไม่ทราบว่ามีบริการนี้ ก็เรียก Grab แบบธรรมดาจากสนามบิน รถที่มารับดันมีเบาะสำหรับให้บริการ แต่พอขากลับเราเลือกแบบมีเบาะ คนขับดันบอกว่าเธอลืมเอาเบาะนั่งสำหรับเด็กมา เราก็แอบเซ็งนิดหน่อยเพราะต้องเสียค่าบริการเพิ่มแต่ไม่มีเบาะให้ใช้งานซะอย่างนั้น

เจออารมณ์ลูก ใจต้องนิ่ง

อันนี้เป็นเรื่องสุดวิสัยที่บังเอิญเจอค่ะ คือปกติตอนอยู่บ้านหรือพาไปเที่ยวที่ไหน ลูกเราไม่เคยร้องงอแงและลงไปดิ้นกับพื้นมาก่อน พอต้องมาเจอสถานการณ์แบบนี้ก็แอบช็อกนิดนึงว่า ลูกเป็นอะไร เพราะร้องและดิ้นกลางห้างที่ Orchard ซึ่งผู้คนเดินผ่านไปมาเพียบเลยทีเดียว

สิ่งที่ทำได้ ณ ขณะนั้น คือ ใจเย็นๆ ก่อนนะโยม เราเลยจัดการปล่อยลูกวางที่พื้นให้ดิ้นไปก่อนและนั่งมองลูกที่กำลังดิ้นแบบงอแงสุดๆ หายใจนับ 1 ถึง 10 ในใจ (ส่วนสามีก็งง ทำตัวไม่ถูกเช่นกัน) จากนั้นก็ยิ้มให้ลูกและพูดกับลูกด้วยน้ำเสียงที่ไม่โกรธว่า “ไปกินไอติมกันไหมคะ” ได้ผลคือ ลูกนิ่ง ยิ้มและยอมให้อุ้มแต่โดยดี จากนั้นค่อยๆ พูดกับเขาว่าสิ่งที่ทำนั้นไม่ดีอย่างไร และไม่ควรทำในที่สาธารณะ เพราะจะรบกวนผู้อื่น ซึ่งลูกก็จะฟังและยอมรับแต่โดยดี

สิ่งที่บอกว่าเซอร์ไพร์สสุดในการเดินทางครั้งนี้ คือ การงอแงแบบไม่มีเหตุผลของลูกนะคะ เพราะปกติลูกจะเป็นเด็กอารมณ์ดีมากและไม่เคยร้องงอแงขนาดนี้เลย พอเรามานั่งคุยกับสามีก็สรุปกันได้ว่า ลูกอาจจะเหนื่อย เพราะตั้งแต่เช้าตื่นมา 9 โมง (ซึ่งเร็วกว่าเวลาไทย 1 ชั่วโมง) ลูกยังไม่ได้นอนกลางวันเลย ซึ่งเขาอาจจะเหนื่อย แต่ก็ไม่ต้องการที่จะนอนเพราะแปลกที่ เขาจึงมีอาการแบบนั้น

ดังนั้นขอให้คุณแม่ที่กำลังวางแผนพาลูกเที่ยว เตรียมใจให้พร้อมนะคะ ไม่ว่าจะเจอสถานการณ์อะไร จำให้ขึ้นใจว่า นี่คือลูกของเรา โลกของเขาทั้งหมดคือเรา ดังนั้น สิ่งที่คุณแสดงออกเขาจะจดจำและทำซ้ำ อย่าคิดว่าเขายังเล็กไม่น่าจะจำได้เพราะวัย 1-3 ปีคือเขาจะจดจำทุกสิ่งที่เกิดขึ้นและเรียนรู้ทุกอย่างผ่านการแสดงออกของคุณแม่นะคะ ขอให้คุณแม่สู้ๆ และเที่ยวให้สนุกค่ะ

 

Writer Profile : parentsone

  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



Update
ถ้าให้พูดถึงสิ่งที่สูบเวลาและพลังของพ่อบ้านแม่บ้านอย่างเราๆ ได้มากที่สุด หนึ่งในนั้นคงจะหนีไม่พ้น “งานบ้าน” แม้กระทั่งการกวาดพื้นถูพื้นที่ดูเหมือนจะเป็นเรื่องง่าย แต่ถ้าจะทำให้สะอาดเอี่ยมอ่องทุกซอกมุมก็ต้องใช้เวลาและพลังกายไม่น้อย แถมหันไปก็ยังเจองานอื่นๆ กองรออีกเป็นตั้ง! แต่หลังจากนี้ปัญหาเหล่านั้นจะหมดไป เพราะวันนี้เราขอพามารู้จักกับ “Dyson Spot+Scrub Ai” หุ่นยนต์ดูดฝุ่นรุ่นล่าสุดจาก Dyson ที่จะช่วยแบ่งเบาให้การทำความสะอาดบ้านกลายเป็นเรื่องง่าย ด้วยนวัตกรรมสุดล้ำ และระบบ Ai อันชาญฉลาด ไม่ว่าจะการตรวจจับคราบ แรงดูดพลังสูง ระบบหลีกเลี่ยงสิ่งกีดขวางอันแม่นยำ หรืออีกสารพัดเทคโนโลยีก็มัดรวมมาให้แล้วในเครื่องเดียว! รู้ขนาดนี้แล้วอย่ารอช้า มาสำรวจไปพร้อมๆ กันเลยดีกว่าว่า เจ้าหุ่นยนต์ดูดฝุ่นอัจฉริยะเครื่องนี้เหมาะที่จะดูแลความสะอาดให้กับบ้านแบบใดบ้าง เผื่อว่าพ่อๆ แม่ๆ บ้านไหนกำลังลังเลใจ บทความนี้มีคำตอบให้แน่นอน~ บ้านที่มีเจ้าตูบเจ้าเหมียว แน่นอนว่าสำหรับทาสหมาทาสแมวทั้งหลาย การดูแลบ้านให้สะอาดเอี่ยมคงไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะในแต่ละวันเราต้องรับมือกับขนที่ร่วงตามพื้น รอยเท้าจากการเล่นซน รวมถึงคราบไม่พึงประสงค์สำหรับบ้านที่ตั้งถาดฝึกขับถ่ายไว้ในบ้าน แต่เทคโนโลยีของ Dyson Spot + Scrub Ai สามารถกำจัดความยุ่งเหยิงเหล่านั้นได้อย่างง่ายดาย! ด้วยระบบทำความสะอาดที่สามารถเก็บกวาดเศษขนได้สะอาดเอี่ยมอ่อง แม้กระทั่งบนพื้นพรม ควบคู่มากับลูกกลิ้งถูพื้นที่สามารถกำจัดคราบฝังลึกต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขจัดความสกปรกที่อาจเป็นต้นเหตุของเชื้อโรคและแบคทีเรียได้หมดจด และเกร็ดน่ารู้อีกหนึ่งอย่างที่ห้ามพลาด คือ หุ่นยนต์ดูดฝุ่น Dyson Spot + Scrub Ai ทำงานด้วยไฟ LED สีเขียวซึ่งอ่อนโยนต่อดวงตาของเจ้าตูบเจ้าเหมียว นับเป็นผู้ช่วยด้านการทำความสะอาดที่เป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยงแน่นอน บ้านที่มีคุณแม่ตั้งครรภ์ คุณแม่ตั้งครรภ์แทบทุกคน โดยเฉพาะคุณแม่ที่ใกล้คลอดน่าจะรู้กันดีว่า การเคลื่อนย้ายร่างกายไปไหนแต่ละทีคือเรื่องที่แสนลำบาก ยิ่งกับการทำความสะอาดบ้านยิ่งไม่ต้องพูดถึง! Dyson Spot + Scrub Ai พร้อมที่จะเข้ามาเป็นหน่วยซัปพอร์ตให้กับคุณแม่ตั้งครรภ์ที่เคลื่อนไหวร่างกายได้ไม่สะดวก ด้วยระบบการทำความสะอาดที่ทั่วถึง โดยเฉพาะกับซอกใต้โต๊ะ ตู้ เตียงที่คุณแม่มีครรภ์อาจก้มไปทำความสะอาดเองไม่ได้ และนอกจากคราบแห้ง ฝุ่น รอยเปื้อนต่างๆ…
3 เมษายน 2569

anal porno zdarma culi nudi al mare free sex videos antalya escort

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save