15 ที่เที่ยวในกรุงเทพฯ ตามแนวรถไฟฟ้า ต้อนรับช่วงปิดเทอมสำหรับเด็กๆ

Writer : Lalimay
: 5 ตุลาคม 2561

ช่วงปิดเทอมถือเป็นช่วงเวลาที่เด็กๆ รอคอย เพราะจะได้หยุดเรียนและออกไปทำกิจกรรมต่างๆ ที่ตนเองสนใจ หากคุณพ่อคุณแม่ไม่รู้ว่าจะพาเจ้าตัวเล็กไปเที่ยวที่ไหนดี วันนี้เรามีสถานที่ท่องเที่ยวตามแนวรถไฟฟ้ามาฝากค่ะ โดยสถานที่ที่อยู่ตามแนวรถไฟฟ้ามีทั้งพิพิธภัณฑ์ สวนสาธารณะ สวนสนุก สนามเด็กเล่น ห้องสมุด เรียกได้ว่าครบวงจรเลยทีเดียว ซึ่งการเดินทางก็สะดวก เที่ยวทั้งวันเพลินๆ ได้อย่างสบายใจหายห่วงเลย

Imaginia Playland

  • สถานีรถไฟฟ้า BTS : สถานีพร้อมพงษ์ ทางออก 2
  • สถานที่ : Emporium ชั้น 3
  • เวลา : จ-พฤ 10.00-19.00 น. / ศ-อา 10.00-20.00 น.
  • ราคา : 100 – 480 บาท
    • Mini Traveler (เด็กแรกเกิด -70 ซม.) ราคา 100 บาท
    • Little Traveler ( 71-100 ซม.) ราคา 250 บาท
    • Traveler (101 ซม.-อายุไม่เกิน 12 ปี) ราคา 480 บาท
    • Guardian สำหรับผู้ปกครองที่มีอายุ 13 ปีขึ้นไป ราคา 200 บาท

สวนสนุกสุดล้ำสำหรับเด็กอายุตั้งเเต่ 1-12 ปี ที่นี่มีโซนต่างๆ ช่วยเสริมสร้างพัฒนาการ 4 ด้าน ทั้งร่างกาย อารมณ์ความรู้สึก กระบวนการคิด เเละความคิดสร้างสรรค์ ผ่านกิจกรรมสนุกๆ เหมือนได้หลุดเข้าไปในโลกเเห่งจินตนาการ ผ่านการเล่นที่ผสมผสานการเล่นแบบเดิมๆ เข้ากับดิจิทัลอินเตอร์แอ็กทีฟ

โดยภายในจะมีทั้ง Art Gallery, Art Cabin, Wonder Car, Imaginia Fort, Meteori Peak, AA-O’s Burrow, Dj Canopy, Sound Cloud, Dragon Cave และอีกหลายโซน

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ imaginiaplayland.com/

Pororo AquaPark Bangkok

  • สถานีรถไฟฟ้า BTS : สถานีอุดมสุข ทางออก 1,3  (ต่อ shuttle bus ของศูนย์การค้าเซ็นทรัล บางนาได้เลย)
  • สถานที่ : Central Bangna ชั้น 6
  • เวลา : จ-ศ 10.30 – 19.00 น. / ส-อา และวันหยุดนักขัตฤกษ์ 10.00 – 19.00 น.
  • ราคา : ฟรี – 400 บาท
    • เด็ก (ต่ำกว่า 90 ซม.)  ฟรี
    • เด็ก (ความสูง 90-120 ซม.) และผู้สูงอายุ 280 บาท
    • ผู้ใหญ่ 400 บาท

สวนน้ำลอยฟ้าที่มีขนาดใหญ่ที่สุด ตกแต่งด้วยธีมการ์ตูนซีรีส์ฮิตอันดับ 1 จากเกาหลี “โพโรโระ เพนกวินป่วนก๊วนขั้นโลก” ภายในมีสระน้ำถึง 9 จุดที่สร้างความสนุกให้กับทุกคนอย่างเต็มที่ อีกทั้งยังมีสไลด์เดอร์เด็ดๆ 4 แบบที่การันตีรางวัลระดับโลก มั่นใจในเรื่องความปลอดภัยได้เลย

โปรโมชั่นต้อนรับปิดเทอมเอาใจน้องๆหนูๆมาแล้ว เด็กเข้าฟรี ! ทุกวัน ตลอดเดือนตุลาคม 2561

เงื่อนไขโปรโมชั่น

  1. เด็กที่มีส่วนสูงไม่เกิน 120 เซนติเมตร เข้าสวนน้ำฟรี
  2. ไม่สามารถใช้ร่วมกับโปรโมชั่นส่งเสริมการขายอื่นๆได้
  3. ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ pororoaquapark.com/

Stanley MiniVenture Thailand

  • สถานีรถไฟฟ้า BTS : สถานีเอกมัย ทางออก 4
  • ศูนย์การค้าเกตเวย์เอกมัย ชั้น 2
  • เปิดบริการทุกวัน เวลา 10.00 – 20.00
  • ราคา : 350 – 450 บาท
    • เด็กสูงไม่เกิน 90 เซนติเมตร เข้าชมฟรี
    • เด็ก 350 บาท
    • ผู้ใหญ่ 450 บาท

เมืองจำลองคนจิ๋วขนาด 1:87 จากฝีมือช่างชาวไทย 100% อยู่ภายใต้พื้นที่กว่า 1,000 ตารางเมตร ด้วยแนวคิด Perceptive of Happiness ที่เป็นการจำลองวิถีชีวิต โดยเจ้าหุ่นจิ๋วบางตัวสามารถขยับได้ด้วยนะคะ

ซึ่งโซนใน Stanley MiniVenture Thailand มีมากถึง 11 โซนค่ะ ได้แก่ เมืองทรัพยากร, เมืองเกษตรกรรมและปศุสัตว์, เมืองแห่งเรื่องราวและประวัติศาสตร์, เมืองคมนาคมและความบันเทิง, เมืองทะเลทราย, เมืองชายหาดและท้องทะเล, ถ้ำกาลเวลา, เมืองหิมะ, ย่านธุรกิจหมื่นล้าน, สนามบินไร้ขอบฟ้า และโซนเมืองไทย

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร. 02-048-9924

อ่านรีวิวเต็มๆ ได้ที่ รีวิว Stanley Miniventure เมืองจำลองไซส์จิ๋วใจกลางกรุงเทพ

ท้องฟ้าจำลอง

  • สถานีรถไฟฟ้า BTS : สถานีเอกมัย ทางออก 2
  • สถานที่ : ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา
  • เวลา : อังคาร-อาทิตย์ 9.00 – 16.30 น. (หยุดวันจันทร์)
  • ราคา 20-30 บาท
    • เด็ก 20 บาท
    • ผู้ใหญ่ 30 บาท

พาเด็กๆ ไปดูดาวตอนกลางวันในท้องฟ้าจำลองของ ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษากันดีกว่าค่ะ โดยเด็กๆ จะได้เรียนรู้เรื่องราวเกี่ยวกับอวกาศอย่างสนุกสนานและเพลิดเพลินไปกับทิวทัศน์เสมือนจริงแบบ 360 องศาในโดมดูดาว โดยภายในแต่ละเดือนจะมีการฉายภาพยนตร์เต็มโดมที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งในเดือนตุลาคมนี้จะมีการฉายภาพยนตร์เรื่อง “จักรวาลอันเกรี้ยวกราด วิบัติกาลแห่งห้วงอวกาศ (Violent Universe Catastrophes of the Cosmos)”

ดูถามรายละเอียดเพิ่มเติม sciplanet.org

KidZania

  • สถานีรถไฟฟ้า BTS : สถานีสยาม ทางออก 3,5
  • สถานที่ : สยามพารากอน ชั้น 5
  • เวลา : เปิดบริการทุกวัน จันทร์-ศุกร์ 10.00-17.00 เสาร์อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ 10.30-20.30
  • ราคา : ฟรี – 880 บาท
    • เด็กอายุต่ำกว่า 2 ขวบ                ฟรี
    • เด็กอายุ 2-3 ขวบ                      528 บาท (ส.-อา.) และ 438 บาท (จ.-ศ.)
    • เด็กอายุ 4-14 ขวบ                    880 บาท (ส.-อา.) และ 730 บาท (จ.-ศ.)
    • เด็กและผู้ใหญ่อายุ 15 ปีขึ้นไป    528 บาท (ส.-อา.) และ 438 บาท (จ.-ศ.)

เมืองจำลองสำหรับเด็กๆ ที่เปิดให้เข้ามาทดลองทำอาชีพในฝันแบบจริงๆ จัง บทบาทสมมติให้เด็กๆ เลือกเล่นมากกว่า 80 อาชีพ ใน 65 สถานประกอบการ เช่น อาชีพในสนามบิน ในโรงพยาบาล ร้านอาหารต่างๆ โรงละคร ศาล ร้านตัดผม สถานีดับเพลิง และอีกหลายอาชีพที่เด็กๆ ใฝ่ฝันอยากจะเป็น

อ่านรีวิวเพิ่มเติมได้ที่ [รีวิวละเอียดยิบ] KidZania เมืองจำลองแสนสนุก สถานที่สานฝันของเด็กๆ

SEALIFE Bangkok Ocean World

  • สถานีรถไฟฟ้า BTS : สถานีสยาม ทางออก 3,5
  • สถานที่ : สยามพารากอน ชั้น B1
  • เวลา : เปิดบริการทุกวัน เวลา 10.00-21.00
  • ราคา : 350 – 490
    • อายุต่ำกว่า 3 ขวบ ฟรี
    • เด็กอายุ 3-11 ปี 350 บาท
    • ผู้ใหญ่ 490 บาท

ดำดิ่งลงไปในโลกใต้ทะเล พร้อมค้นหาคำตอบว่ามีสิ่งมีชีวิตอะไรอาศัยอยู่ใต้ท้องทะเลบ้า’ ผจญภัยพร้อมเรียนรู้ระบบนิเวศและสิ่งมีชีวิตต่างๆ ซึ่งภายใน SEALIFE Bangkok Ocean World มีหลายโซนให้เด็กๆ ได้เพลิดเพลินและเรียนรู้ เช่น Rocky Shore, Shark Walk, Ocean Tunnel Glass, Bottom Boat, 4D Cinema, Ocean Walker

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ sealifebangkok.com

พิพิธภัณฑ์บ้านจิม ทอมป์สัน

  • สถานีรถไฟฟ้า BTS : สถานีสนามกีฬาแห่งชาติ ทางออก 1
  • เวลา : เปิดทุกวัน 9.00 – 17.00
  • ราคา : คนไทยและชาวต่างชาติ 100 บาท นักเรียนนักศึกษา 50 บาท

หมู่เรือนไทยที่ประดับประดาไปด้วยข้าวของเครื่องใช้อันสวยงามวิจิตร รวมไปถึงสวนสวนๆ ที่อยู่บริเวณโดยรอบเคยเป็นที่อยู่อาศัยของ “จิม ทอมป์สัน” ชาวอเมริกันที่ผันตัวเป็นนักธุรกิจเพราะเห็นความงดงามของไหมไทย จนทำให้มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก

แต่เมื่อปีพ.ศ. 2510 เขาได้เดินทางเข้าป่าที่ประเทศมาเลเซียและหายตัวไป ดังนั้นบ้านที่เขาเคยอาศัยอยู่จึงได้กลายมาเป็นพิพิธภัณฑ์บ้านทรงไทยที่ให้เด็กๆ และทุกคนได้มาเยี่ยมชมความสวยงาม พร้อมเรียนรู้วิถีชีวิตของคนสมัยก่อนด้วย

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โทร. 0 2216 7368

อุทยานการเรียนรู้ TK Park

  • สถานีรถไฟฟ้า BTS : สถานีชิดลม ทางออก 1
  • สถานที่ : เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 8
  • เวลา : เปิดบริการ อังคาร – อาทิตย์ เวลา 10.00-20.00
  • ราคา : 20 บาท (ค่าเข้า)

“อุทยานการเรียนรู้ต้นแบบ” สถานที่ที่รวม หนังสือ + ดนตรี + กิจกรรม + มัลติมีเดียเข้าไว้ด้วยกัน ถือเป็นสถานที่มหัศจรรย์ในหมู่เด็กๆ และผู้ที่รักการอ่านทุกคนด้วยประสบการณ์การเรียนรู้อย่าง ไม่มีขีดจำกัดในรูปแบบของ “ห้องสมุดมีชีวิต” ที่ประกอบไปด้วยหนังสือและสื่อครบครันที่กระตุ้นจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ รวมถึงกิจกรรมปลูกฝังและส่งเสริมนิสัยรักการอ่านและการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง

แนะนำว่าถ้าไปประจำสมัครสมาชิกไว้จะคุ้มกว่ามากๆ ค่ะ

  • อายุ 4 – 24 ปี และ 60 ปีขึ้นไป 100 บาท / ปี
  • อายุ 25 – 59 ปี 200 บาท / ปี

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ tkpark.or.th

สวนงู (สถานเสาวภา)

  • สถานีรถไฟฟ้า BTS : สถานีศาลาแดง ทางออก 3
  • สถานที่ : สถานเสาวภา สภากาชาดไทย
  • เวลา : วันจันทร์ – ศุกร์ (เว้นวันหยุดราชการ) 08.30 – 16.00 น. / วันเสาร์ – อาทิตย์ และวันหยุดราชการ 9.30 – 13.00 น.
  • ราคา 10 – 40 บาท
    • เด็ก 10 บาท
    • นักเรียน นักศึกษา 20 บาท
    • ผู้ใหญ่ 40 บาท

เด็กๆ บ้านไหนชอบงูบ้างคะ สวนงู (สถานเสาวภา) อาจจะเป็นสถานที่ที่จะตอบโจทย์ให้เจ้าตัวเล็กที่บ้าน เพราะเด็กๆ จะได้ดูงูกันอย่างจุใจ นอกจากจะได้ความรู้และความเพลิดเพลินแล้ว ยังมีนิทรรศการและตู้จัดแสดงงู  รวมไปถึงการแสดงวิธีจับงูและรีดพิษงูอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการให้ได้ตื่นตาตื่นใจอีกด้วย อีกทั้งยังสอดแทรสาระเกี่ยวกับบทบาทของงูต่อระบบนิเวศวิทยาอีกด้วย

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ saovabha.com/ หรือโทร. 0 2256 0161-4, 0 2252 0167

Bit.playground

  • สถานีรถไฟฟ้า BTS : สถานีพร้อมพงษ์ ทางออก 1
  • สถานที่ : EmQuartier, The Helix Zone ชั้น 2
  • เวลา : เปิดบริการทุกวัน 10.00 – 22.00 น.
  • ราคา : 490 บาท

bit.playground สวนสนุก Digital Interactive แห่งแรกในประเทศไทย โดยเจ้าอินเตอร์แอกทีฟเนี่ย คือการผสมผสานโลกจริงกับโลกเสมือนเข้าด้วยกัน ถือว่าเป็นการใช้เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในกิจกรรมการเล่นของเด็กๆ นั่นเองค่ะ

ภายใน bit.playground มีกิจกรรมให้เล่นถึง 10 โซนด้วยกัน ได้แก่ Graphic Ball Pool, Dinoroar!, Land & Sea, Pizza Whizza, 3D Grand Prix, Live Puppet, Shadow Forest, Magical Kite, Little Records และ Sansiri Town

อ่านรีวิวเพิ่มเติมได้ที่ รีวิว bit.playground สวนสนุกสุดล้ำใจกลางกรุง สร้างสรรค์จินตนาการสู่โลกความเป็นจริง

พิพิธภัณฑ์เด็กกรุงเทพมหานครแห่งที่ 1 “จตุจักร”

  • สถานีรถไฟฟ้า BTS : สถานีหมอชิต ทางออก 1
  • สถานที่ : จัตุจักร
  • เวลา : เปิดบริการ อังคาร – อาทิตย์ 10.00 – 16.00 น.
  • ราคา : ฟรี

คุณพ่อคุณแม่น่าจะเคยได้ยินชื่อ พิพิธภัณฑ์เด็ก กันมาบ้าง ขอบอกเลยค่ะว่าที่นี่เป็นสถานที่ที่คุ้มค่ามากๆ เพราะลูกจะได้ทำกิจกรรมที่หลากหลายสุดๆ ทั้งภายนอกและภายในร่ม ทั้งตัวเปียกและตัวแห้ง กิจกรรมหลักๆ ของที่นี่จะเป็นการสร้างเสริมประสบการณ์และพัฒนาทักษะด้านต่างๆ ของเด็กๆ เช่น สวนน้ำ ผจญภัยในป่า ห้องสมุด ครัวไทยจิ๋ว นักประดิษฐ์ ละครโรงเรียน เป็นต้น เด็กๆ สามารถอยู่ทำกิจกรรมแบบยาวๆ ได้ทั้งวันอย่างไม่มีเบื่อเลยค่ะ

สอบถามรายละเอียดเพิ่ม hcdm-bangkok.com หรือโทร. 0 2245 2547, 0 2246 6144

อุทยานเบญจสิริ

  • สถานีรถไฟฟ้า BTS : สถานีพร้อมพงษ์ ทางออก 6
  • สถานที่ : พร้อมพงษ์
  • เวลา : 05.00 – 21.00 น.
  • ราคา : ฟรี

เป็นสวนสาธารณะที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง มีพื้นที่สีเขียวที่เยอะมากๆ ให้เด็กๆ ได้วิ่งเล่นอย่างเต็มที่ มีการแสดงดนตรีน้ำพุ เวลา 6:00, 12:00 และ 18:00 น. ของทุกๆ วันอีกด้วย ที่สำคัญมีโซนเครื่องเล่นสำหรับเด็กดักอยู่ที่มุมของสวนเลยค่ะ วันไหนอากาศดีๆ การพาลูกไปเดินเล่น สูดอากาศบริสุทธิ์ให้ออกซิเจนเข้าปอดก็เป็นทางเลือกที่ดีทีเดียว

Bounce

  • สถานีรถไฟฟ้า BTS : สถานีพร้อมพงษ์ ทางออก 1
  • สถานที่ : EmQuartier ชั้น 4
  • เวลา : เปิดทุกวัน 10.00 – 22.00 น.
  • ราคา : 390-490 บาท

กระโดดดึ๋งดั๋งไปกับ Bounce อาณาจักรแทรมโพลีนจากประเทศออสเตรเลีย สนุกเต็มพิกัดกับการลอยตัวแบบไร้ขีดจำกัด และทักษะที่ท้าทายกับการวิ่งขึ้นกำแพง โดยผู้เล่นต้องสวมใส่ถุงเท้าหนึบ (ราคา 85 บาท) ของบ๊าวซ์เมื่ออยู่บนแทรมโพลีนตลอดเวลา สำหรับอายุขั้นต่ำที่สามารถเข้ามาใช้บริการได้คือ 3 ปี และแทรมโพลีนสามารถรองรับน้ำหนักได้สูงสุด 120 กิโลกรัมค่ะ

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ bounceinc.co.th/ หรือโทร. (0)2-014-2446

URBAN Adventure Ropes Course

  • สถานีรถไฟฟ้า BTS : สถานีพร้อมพงษ์ ทางออก 1
  • สถานที่ : EmQuartier, The Helix ชั้น 5
  • เวลา : จ-ศ 11.00-21.00 น. / เสาร์-อา 10.30-21.30 น.
  • ราคา : 250 บาท (ต่อ 1 โซน)

สวนลอยฟ้าที่มีกิจกรรมแอดเวนเจอร์สำหรับเด็กๆ ที่ชอบการผจญภัย โดยที่นี่จะมีด้วยกัน 2 ฐาน (ค่ากิจกรรมแยกกัน) คือ Modular ropes course และ Platform ropes course ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นกิจกรรมเเนวไต่เชือก โหนตัว ไต่สะพาน ฝึกการใช้กล้ามเนื้อของเด็กๆ เเละที่นี่มีเซฟตี้เป็นถุงมือ สายนิรภัย เเละหมวกกันน็อกให้ค่ะ

โดย Modular ropes course จะเป็นฐานเล็ก 6 เกม เล่นได้ 2 รอบ เหมาะสำหรับเด็กอายุ 4-12 ปี ส่วน Platform ropes course จะเป็นฐานใหญ่ 7 เกม เล่นได้ 1 รอบ เหมาะสำหรับเด็กอายุ 8 ปีขึ้นไป

สอบถามรายละเอียดเพิ่ม facebook.com/UrbanAdventureTH/

Molly Fantasy & Kidzoona

  • สถานีรถไฟฟ้า BTS : สถานีเอกมัย ทางออก 4
  • สถานที่ : ศูนย์การค้าเกตเวย์ เอกมัย ชั้น 5
  • เวลา : เปิดทุกวัน 10.00 – 22.00 น.
  • ราคา : 120 – 390 บาท

สวนสนุกในร่มขนาดใหญ่สำหรับเด็กๆ ทุกคน โดยภายในจะแบ่งเป็น 2 โซน คือ Molly Fantasy จะเป็นโซนเครื่องเล่นต่างๆ และเกมตู้ ที่มีความตื่นเต้น น่าสนุกสนาน โดยมีม้าหมุน มอลลี่แฟนตาซี เป็นสัญลักษณ์ของโซนนี้

ส่วน Kidzoona จะเป็นสนามเด็กเล่นในร่มที่มีบ่อบอลและสไลด์เดอร์ลม ที่จะช่วยพัฒนาทักษะทางร่างกาย   บุคคลิกภาพ อารมณ์และจิตใจ ที่ได้เเนวคิดการออกเเบบจากผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาทักษะเด็กเล็กของประเทศญี่ปุ่น

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ aeonfantasy.co.th/

 

Writer Profile : Lalimay

  • Blog :
  • Social Media :

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



8 เทคนิคเลือกของเล่นให้เด็กวัยหัดเดิน
กิจกรรมของครอบครัว
++มาระบายสีกันเถอะ (2) ++
กิจกรรมของครอบครัว
Update
ข่าว ข่าว
กล้องวงจรปิดอาจเป็นสิ่งที่ช่วยสร้างความปลอดภัยให้แก่เด็กๆ เมื่อพวกเขาอยู่ในโรงเรียน แต่ในทางกลับกันอาจเป็นสิ่งที่ทำให้เด็กนักเรียนรู้สึกถูกจับผิดมากกว่าได้รับการปกป้อง ผลการสำรวจโรงเรียนระดับมัธยมต้นและมัธยมปลายในสหรัฐฯ มากกว่า 54,000 แห่ง พบว่าการว่าจ้างเจ้าหน้ารักษาความปลอดภัยประจำโรงเรียน เเละการติดตั้งกล้องวงจรปิดภายนอกตัวอาคารของโรงเรียนช่วยให้เด็กนักเรียนรู้สึกปลอดภัยขึ้น เเต่การติดตั้งกล้องวงจรปิดในตัวอาคารของโรงเรียน กลับทำให้เด็กนักเรียนรู้สึกไม่ปลอดภัย ยิ่งมีกล้องถ่ายภาพในโรงเรียนมากขึ้นเท่าใด เด็กนักเรียนบอกว่ายิ่งรู้สึกปลอดภัยน้อยลง เพราะรู้สึกว่ากำลังถูกสอดส่องหรือจับผิด เเชนนอน เบนเน็ท (Shannon Bennett) รองศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยาวัยรุ่น และผู้อำนวยการด้านจิตวิทยาคลีนิกที่ศูนย์ศึกษาความวิตกกังวลในวัยรุ่น กล่าวว่า ผลการศึกษาใหม่นี้แสดงให้เห็นว่าการเพิ่มการรักษาความปลอดภัยไม่ช่วยให้นักเรียนรู้สึกปลอดภัยมากขึ้นเสมอไป การติดกล้องวงจรปิดอาจช่วยแก้ปัญหาการรังแกในโรงเรียนได้ แต่ต้องมีการชี้แจ้งอย่างชัดเจนว่าจะนำภาพถ่ายหรือวิดีโอที่ได้ไปใช้อย่างไร นอกจากนี้การรักษาความปลอดภัยในโรงเรียนด้วยการสร้างบรรยากาศทางสังคมทางบวก ให้นักเรียนรู้สึกเป็นส่วนหนึ่ง มีคุณค่า ได้รับความเคารพและเข้าอกเข้าใจจากครูและผู้ใหญ่ในโรงเรียน อาจจะช่วยลดโอกาสที่จะเกิดความรุนแรงต่างๆ ในโรงเรียนได้ อ้างอิงจาก voathai.com/
18 ตุลาคม 2561