fbpx

ผลสำรวจเผย ผู้ใหญ่เห็นด้วยให้เด็กฉีดวัคซีน ครูพร้อมสอนในโรงเรียน-ออนไลน์

: 8 ตุลาคม 2564

ผลสำรวจกรมอนามัย เผยว่าภายหลังเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม ซึ่งเป็นวันแรกของการเริ่มฉีดวัคซีนไฟเซอร์ (Pfizer) ให้กับนักเรียนอายุ 12 – 18 ปี ก่อนเปิดภาคเรียนใหม่ ผลของการสำรวจเผยว่านักเรียนกว่า 71% หรือ 3.6 ล้านคน จากทั้งหมด 5 ล้านคนประสงค์ต้องการจะฉีดวัคซีน

นอกจากนี้แล้ว ข้อมูลจากการสำรวจประเด็นความพร้อมของคนไทยกับการเปิดโรงเรียนในวันที่ 26 – 30 กันยายน 2564 พบว่า ผู้ปกครองกว่า 69% นั้นเห็นด้วยต่อการฉีดวัคซีนให้เด็กอายุ 12 -17 ปี เพื่อเตรียมความพร้อมต่อการเปิดเรียน ด้วยอยากให้เด็กไปโรงเรียนและใช้ชีวิตตามปกติ ป้องกันเด็กที่มีโรคประจำตัว

ส่วนผู้ปกครองที่ไม่เห็นด้วยนั้นให้เหตุผลว่าปัจจุบันยังขาดข้อมูลเรื่องประสิทธิภาพและความปลอดภัยของวัคซีนในเด็ก กังวลเรื่องผลข้างเคียงและผลกระทบต่อสุขภาพเด็กในอนาคต

สำหรับความพร้อมต่อการเรียนการสอนในสถานศึกษาควบคู่กับการเรียนออนไลน์ในเดือนพฤศจิกายนนั้น ผลสำรวจได้ผลมาว่ามีความพร้อมต่อการเปิดเรียน 88% และเห็นด้วยกับมาตรการการแสดงข้อมูลผลการประเมินคัดกรองความเสี่ยง ทั้งผู้เรียน ผู้สอน และบุคลากร

อ้างอิงจาก https://www.thairath.co.th/news/local/bangkok/2213781

Writer Profile : phanthirapuyou

  • Blog :
  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



Update
ข่าว ข่าว
เพื่อให้นักเรียนรู้จักวิธีป้องกันตัวจากสถานการณ์ไม่คาดฝัน โรงเรียนเพลินพัฒนาได้ให้เด็กชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นได้ฝึกการเอาตัวรอดในสถานการณ์กราดยิง โดยนำทีมครูฝึกจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจสามพราน เพื่อสาธิตให้นักเรียนรู้จักกับอาวุธและเสียงจากอาวุธ นอกจากนี้แล้วยังมีให้ฝึกปฏิบัติในสถานการณ์จำลองอีกด้วย การฝึกเน้นย้ำให้นักเรียนหัดจับสังเกตสิ่งแวดล้อมรอบตัวเมื่อเข้าไปในพื้นที่สาธารณะที่เป็นพื้นที่ปิด อาทิเช่น ห้างสรรพสินค้า อาคารสถานที่ต่าง ๆ โรงเรียน และอื่น ๆ โดยเฉพาะผู้คนที่เดินสวนไปมา เพื่อรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันได้ทันท่วงที ทางเพลินพัฒนาได้ระบุถึงสิ่งที่ควรสังเกตดังนี้ค่ะ: การแต่งกายของคนร้าย แต่งตัวปกปิด มิดชิด ส่วนใหญ่จะสะพายกระเป๋า และใส่เสื้อคลุมเพื่ออำพรางอาวุธ ท่าทางการเดิน คนร้ายมักก้าวระยะสั้น ๆ เพื่อประคองปืนขณะเดิน สังเกตลักษณะท่าทางของคนรอบข้าง หากไม่น่าไว้วางใจให้อยู่ห่าง และมองหาทางออกล่วงหน้า   และหากเกิดเหตุการณ์กราดยิงแล้ว ควรทำตาม 3 ขั้นตอน Run-Hide-Fight ดังนี้: Run: หนีเมื่อเผชิญเหตุ หาทางออกที่ปลอดภัยที่สุด มองหาประตูทางออกฉึกเฉิน พาเพื่อนและครอบครัว คนรอบข้างออกไปด้วยหากเป็นไปได้ เก็บเสียงให้เงียบและวิ่งให้ไวที่สุด ห้ามกลับเข้าพื้นที่โดยเด็ดขาด Hide: หากเจอทางตัน ให้ซ่อน และห้ามซ่อนหลังประตู เพราะจะเป็นจุดแรกที่คนร้ายจะเล็งเป็นเป้า มองหาจุดที่กันกระสุนได้ หรือหากซ่อนในห้อง ให้ล็อคกลอนและนำวัตถุมีน้ำหนักมาขวางไว้ อยู่ในนั้นให้เงียบที่สุด ปิดระบบเสียงโทรศัพท์และหรี่แสงหน้าจอให้น้อยที่สุด รออยู่ในนั้นจนกว่าสถานการณ์จะสงบลง Fight: เมื่อหนีไม่ได้ ต้องหันหน้ามาสู้ ควบคุมสติ มองหาสิ่งรอบตัวที่เป็นอาวุธ โดยเฉพาะสิ่งแหลมคมหรือของแข็งที่จับถนัดมือ มุ่งไปที่จุดอ่อนอย่าง ตา ต้นคอ ให้คนร้ายเสียหลักแล้วหนีไป อีกทั้งแล้วยังมีสอนให้นักเรียนรู้จักวิธีการทำ CPR การดับเพลิงและเอาตัวรอดในเหตุอัคคีภัย กับการว่ายน้ำเพื่อเอาชีวิตรอดอีกด้วยค่ะ คุณพ่อคุณแม่คิดเห็นอย่างไร อยากให้โรงเรียนทุกแห่งมีการอบรมสถานการณ์เหล่านี้ไหมคะ? อ้างอิงจาก https://www.facebook.com/plearnpattanapptn/posts/5588173461205388
23 กันยายน 2565

anal porno zdarma culi nudi al mare free sex videos antalya escort

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save