fbpx

NEWS: เตือนคนท้องอย่าเพิ่งไปญี่ปุ่น! เพราะหัดเยอรมันระบาดหนัก

Writer : Lalimay
: 2 พฤศจิกายน 2561

ประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศที่หลายๆ คนชอบไปเที่ยว เนื่องจากอากาศเย็นสบายและมีบรรยากาศที่สวยงาม แต่ในช่วงนี้อาจต้องระวังหน่อยนะคะ โดยเฉพาะในคุณแม่ตั้งครรภ์ที่กำลังจะไปญี่ปุ่น เพราะว่าตอนนี้ที่ญี่ปุ่นกำลังมีหัดเยอรมันระบาด ซึ่งถ้าคุณแม่ตั้งครรภ์ติดหัดเยอรมันเข้าละก็ ทารกในครรภ์จะเสี่ยงพิการได้เลยค่ะ

นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผอ.สำนักโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค กล่าวว่า จากการติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่องในประเทศญี่ปุ่นพบว่าจำนวนผู้ป่วยจาก 184 รายเมื่อวันที่ 11 ก.ย. มาเป็น 362 รายในวันที่ 19 ก.ย. และเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องกระทั่งวันที่ 24 ต.ค.ที่ผ่านมามีรายงานผู้ป่วย 1,468 ราย แต่ไม่มีการเสียชีวิต โดยการระบาดจะอยู่ในพื้นที่เมืองหลวง คือโตเกียวและจังหวัดรอบๆ เมืองหลวง

ดังนั้นไทยจึงมีประกาศว่าคนที่จะไปเที่ยวญี่ปุ่นต้องได้รับวัคซีนหัดเยอรมันก่อนเดินทาง 2 สัปดหา์ ส่วนหญิงตั้งครรภ์ให้เลี่ยงการไปเที่ยวญี่ปุ่น เพราะหากติดเชื้อมีโอกาสทำให้ทารกในครรภ์พิการได้ โดยเฉพาะคนที่มีอายุครรภ์น้อยกว่า 20 สัปดาห์  ดังนั้น หากกำลังตั้งครรภ์หลีกเลี่ยงได้ควรหลีกเลี่ยงเดินทางไปที่ญี่ปุ่นดีที่สุด

อ้างอิงจาก

Writer Profile : Lalimay

  • Blog :
  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

 

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



Update
ข่าว ข่าว
ปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาที่อยู่กับสังคมไทยมาอย่างยาวนาน โดยสถิติพบว่าผู้มีที่ติดยามีอายุน้อยลงเรื่อยๆ ซึ่งสถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติ บรมราชชนนี (สบยช.) พบว่า ผู้เข้ารับบำบัดรักษายาเสพติด เริ่มใช้ยาเสพติดตอนอายุน้อยที่สุดคือ 9 ขวบ หากเด็กมีการใช้ยาเสพติด แน่นอนว่าจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อสมอง คือ สมองหยุดพัฒนา สติปัญญาลดลง การเรียนรู้มีปัญหา มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคทางจิตประสาท เพราะสมองของเด็กวัยนี้ยังพัฒนาไม่เต็มที่ ซึ่งในคนปกติสมองจะพัฒนาอย่างเต็มที่ในช่วงอายุ 22-25 ปี ดังนั้นพ่อแม่จึงควรเป็นแบบอย่างที่ดี ไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด "ทุกชนิด" หมั่นสังเกตพฤติกรรมของลูก หากพบว่าลูกมีพฤติกรรมเสี่ยงหรือเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ควรพูดคุย บอกกล่าวถึงอันตรายและผลกระทบที่จะตามมา อย่าจับผิด ให้ติดตามเฝ้าระวังและพาไปพบแพทย์ นอกจากนี้ควรใช้เวลาพูดคุย หากิจกรรมทำด้วยกันอย่างสม่ำเสมอ ทำให้ลูกรู้ว่าเราคือคนที่พร้อมช่วยเหลือ ไม่ใช่คนที่จะผลักไสลูก เพื่อให้ลูกเกิดความไว้วางใจและเรียนรู้ที่จะแก้ไขปัญหา ลดละเลิกยาเสพติด และพยายามกลับมาใช้ชีวิตอยู่ในสังคมได้ด้วยตนเอง อ้างอิงจาก https://www.matichon.co.th/local/quality-life/news_1898196
20 มกราคม 2563