fbpx

เรียน Home school คืออะไร และต้องการเตรียมตัวอย่างไรบ้าง

Writer : giftoun
: 14 มิถุนายน 2561

เมื่อการศึกษาไม่ได้จบแค่ในโรงเรียนเสมอไป การเรียน Home school อาจจะตอบโจทย์เด็กบางประเภทก็เป็นได้ แล้วการเรียน Home school นั้นคืออะไร และมีวิธีเตรียมตัวลูกก่อนเรียนได้อย่างไรบ้าง มาดูกันเลยค่ะ

Home School คืออะไร

Home School (หรือ การศึกษาโดยครอบครัว) คือ การเรียนที่คุณพ่อคุณแม่ได้จัดขึ้นสำหรับลูกๆ โดยมีสิทธิคุ้มครองตามกฎหมาย ซึ่งมีรูปแบบการจัดการศึกษาแบบใดแบบหนึ่งหรือทั้งสามรูปแบบ ของการศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย สามารถเทียบโอนผลการศึกษาได้

ลักษณะเด่นของ Home School

  • เป็นการจัดการเรียนที่พ่อแม่จะรับผิดชอบโดยตรง เป็นการจัดการศึกษาเองทั้งหมด หรือจัดร่วมกันระหว่างครอบครัวกับโรงเรียน
  • มีการจัดตั้งเป็นศูนย์การเรียนครอบครัวเดี่ยว หรือศูนย์การเรียนกลุ่มครอบครัว (บางครอบครัวอาจเลือกที่จะไม่เป็นศูนย์การเรียนก็เป็นไปได้)
  • วิธีการเรียนแบบนี้จะตอบสนองต่อความสนใจ ความต้องการหรือปัญหาของแต่ละครอบครัวที่มีความแตกต่างหลากหลายกันไป จึงมีความยืดหยุ่นค่ะ
  • ความสำเร็จของการศึกษาจะเน้นเป็นรายบุคคล ซึ่งสอดคล้องกับความถนัด ความสนใจ และความต้องการที่มีอยู่จริง เป็นการเรียนรู้แบบตัวต่อตัว และสอดคล้องกับวิถีการดำเนินชีวิต
  • ไม่ใช่การศึกษาเพื่อผลกำไร และไม่เป็นไปเพื่อการแอบอ้างแสวงหาผลประโยชน์จากเด็ก

การเตรียมตัวเพื่อศึกษาแบบ Home School

  • คุณพ่อและคุณแม่ต้องมีความตั้งใจ ชัดเจนหนักแน่นและเห็นพ้องต้องกันอย่างแท้จริง อีกทั้งยังจำเป็นต้องศึกษาทำความเข้าใจถึงการศึกษาทางเลือกนี้ให้ดีก่อนเสียก่อนค่ะ
  • ต้องสำรวจความพร้อมของคุณพ่อและคุณแม่ด้วยว่ามีจิตใจมุ่งมั่นที่จะทำหน้าที่ครูของลูก ให้เวลากับการเรียนรู้ของลูกอย่างเต็มที่ มีความพร้อมที่จะเรียนรู้ร่วมไปกับลูก ใฝ่รู้และตั้งใจที่จะศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับวิธีการสอนตลอดเวลาหรือยัง เพราะคุณพ่อและคุณแม่ถือเป็นกุญแจสำคัญสำรับการศึกษาในระบบนี้
  • คุณพ่อและคุณแม่ต้องเป็นนักจัดการที่ดี ทั้งการวางแผนการเรียนรู้ของลูก การจัดสภาพสิ่งแวดล้อมของบ้านให้เอื้อต่อการเรียนรู้ การจัดโอกาสให้ลูกได้มีปฏิสัมพันธ์กับเด็กด้วยกันเพื่อมีทักษะทางสังคม การค้นคว้าหาแหล่งเรียนรู้ทั้งสถานที่และตัวบุคคล การติดต่อประสานงานกับกลุ่มโฮมสคูล กลุ่มสนับสนุน โรงเรียนที่ลูกจะขึ้นทะเบียนเพื่อการเทียบโอนกับระบบโรงเรียน
  • ต้องรักษาวินัยทั้งกับคุณพ่อคุณแม่และลูก จะได้เรียนรู้อย่างเต็มที่
  • เข้าใจพัฒนาการตามวัยของลูก เพื่อจัดการเรียนการสอนให้สอดคล้องตามช่วงวัย เช่น
    • ในวัยแรกเกิดถึงวัยอนุบาลเป็น ช่วงเวลาของการสร้างเสริมพัฒนาการทุกๆ ด้าน เพื่อเป็นรากฐานที่ถูกต้องมั่นคงของชีวิต
    • ในระดับประถมศึกษาเป็นเวลาแห่งการเรียนรู้พื้นฐาน ทุกวิชาและพัฒนาจริยธรรม
    • ช่วงมัธยมศึกษาก็เป็นช่วงเวลาแห่งการสำรวจ ค้นหาความสนใจ และความถนัด เป็นต้น
  • พร้อมจะให้เวลาคุณภาพกับลูก ในการอบรมบ่มนิสัยลูก สอดแทรกผ่านกิจกรรมการเรียนรู้หรือการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น
    • งานบ้านอย่างการล้างจาน ก็ช่วยฝึกเด็กให้รู้จักหน้าที่ รู้รับผิดชอบต่อตัวเอง ต่อส่วนรวมคือคนในบ้าน
    • เด็กจำเป็นต้องได้พัฒนาตัวเองในทุกแง่มุมไม่ใช่แค่เรื่องวิชาการ แต่รวมถึงเรื่องของทักษะชีวิต จริยธรรม
    • ต้องฝึกลูกให้มีความมั่นคงทางความคิด ทางอารมณ์ และการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า พร้อมปรับตัวเข้าสังคมได้ เป็นต้น

จะเห็นได้ว่าการเรียน Home School นั้นจะต้องอาศัยความพร้อมและความตั้งใจของคุณพ่อและคุณแม่เป็นอย่างมาก จะต้องใกล้ชิดและคอยสังเกตลูเป็นอย่างดี ซึ่งในปัจจุบันได้มีการตั้งศูนย์ประสานงานครอบครัวบ้านเรียนขึ้น ในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ เพื่อสร้างมาตรฐานการจัดการศึกษาโดยครอบครัวในสังคมไทยไห้มีความชัดเจนมากขึ้นต่อไปค่ะ

ที่มา

Writer Profile : giftoun


  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



เด็กวัยเข้าโรงเรียน เด็กวัยเข้าโรงเรียน
13 กันยายน 2560
10 โรงเรียนอนุบาลนานาชาติยอดฮิตในกรุงเทพ
เด็กวัยเข้าโรงเรียน
ประโยชน์ของกีฬาสีโรงเรียน
เด็กวัยเข้าโรงเรียน
ทำไมลูกชอบร้องไห้ก่อนไปโรงเรียน
เด็กวัยเข้าโรงเรียน
How to รับมือปัญหาลูกเเสดงออกไม่เหมาะสม
เด็กวัยเข้าโรงเรียน
8 วิธีให้ลูกดื่มน้ำเยอะขึ้น
เด็กวัยเข้าโรงเรียน
Update
ข่าว ข่าว
ในช่วงนี้คุณพ่อคุณแม่ต้องระวังเป็นพิเศษกับสถานการณ์สุขภาพของเด็กๆ เพราะในขณะนี้ไวรัส RSV กำลังระบาดในเด็กเล็ก ซึ่งทำให้เกิดปอดอักเสบได้ โดยเพจ Infectious ง่ายนิดเดียว ได้โพสต์ข้อความว่า ช่วงนี้คนไข้เด็กทั่วประเทศทั้งรพ.รัฐ เอกชน คลินิก รพ.สต. ป่วยด้วย ไข้หวัด หลอดลมอักเสบ ปอดอักเสบจาก ชื้อไวรัส RSV (อาร์เอสวี) เยอะมากๆ แน่นทุก โรงพยาบาล โดยโรคนี้มักพบมากในเด็กเล็ก สำหรับอาการของเด็กที่ติดเชื้อไวรัส RSV คือมีไข้ ไอ เสมหะ น้ำมูก บางรายอาการหนักมี หอบเหนื่อย หายใจมีเสียงหวีด ซึ่งสามารถสังเกตได้จาก 3S คือ Swelling หลอดลมบวม ตีบแคบ ทำให้หายใจหอบเหนื่อย  Spasm หลอดลมไวต่อสิ่งกระตุ้นและตีบได้ Secretion สารคัดหลั่งในหลอดลมมาก และอุดหลุดลม หายใจลำบาก ต้องดูดเสมหะช่วย วิธีการรักษาคือรักษาตามอาการ เพราะยังไม่มีวัคซีนที่ช่วยป้องกันโรคนี้ได้ ถ้าหายแล้วมีโอกาสเป็นซ้ำ แต่วิธีการป้องกันที่พอจะทำได้ คือ หลีกเลี่ยงการไปอยู่ในที่ชุมชนหรือคนเยอะๆ ควรใส่หน้ากากอนามัย และล้างมือบ่อยๆ หากลูกป่วยต้องให้หยุดเรียนและควรพาไปพบแพทย์ อ้างอิงจาก https://www.dailynews.co.th/regional/803052
26 ตุลาคม 2563

anal porno zdarma culi nudi al mare free sex videos antalya escort