5 ข้อสอนลูกให้เข้าใจความหลากหลายทางเพศ

Writer : Mookky TCN
: 14 มิถุนายน 2561

มีรายงานว่ากลุ่มเพศที่สามมีอัตราถูกแกล้งสูง และเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตายมากกว่าปกติ ซึ่งการรังแกกันมีทั้งต่อหน้า ผ่านโซเชียล คงดีหากคุณพ่อคุณแม่สามารถปลูกฝังทัศนคติที่ดีในเรื่องเพศให้ลูก เพื่อโลกให้โลกที่หลากหลายมีความน่าอยู่มากขึ้น

1. ปลูกฝังว่าโลกมีความแตกต่าง

เด็กๆ รับรู้เรื่องต่างๆ ได้เร็วมาก อธิบายให้ลูกฟังว่าโลกเรามีความหลากหลายทางเพศ ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิง ผู้ชาย หรือ LGBT(กลุ่มเพศที่สาม) แต่ทุกคนล้วนเป็นคนปกติเหมือนกัน ไม่ได้มีความแตกต่างที่น่ากลัว และสามารถอยู่ร่วมกันในสังคมได้

2. สอนลูกให้ถูกวิธี

แน่นอนว่าเราอยากให้ลูกสาวหรือลูกชายโตไปในแบบที่เขาเกิดมา แต่ก็ไม่ควรไปสอนด้วยวิธีผิดๆ เช่น “อย่าโตไปเป็นเกย์นะ เพราะเป็นเรื่องที่เลวร้าย” หรือ “การรักเพศเดียวกันเป็นปัญหาสังคม” เพราะพ่อแม่เป็นตัวอย่างที่ดีที่สุดในการเรียนรู้ของลูก

3. การล้อเลียนไม่ใช่เรื่องตลก

ผู้ใหญ่บางคนทำให้เด็กๆ เข้าใจผิด ว่าการล้อเลียนกันเป็นเรื่องปกติ ไม่ว่าจะเป็นรูปลักษณ์ภายนอก หรือเพศสภาพที่คนอื่นเป็น แต่ควรทำความเข้าใจกับเด็กๆ ว่า ในโลกใบนี้ยังยังมีการพูดคุยหลายๆ หัวข้อสร้างความสัมพันธ์ และสามารถสนุกได้ด้วยเรื่องอื่นที่ไม่ใช่การล้อเลียนอีกฝ่าย ซึ่งในบางครั้งการล้อเพื่อนบ่อยๆ ก็สร้างบาดแผลทางใจแบบที่เราไม่ได้เจตนา

4. ยกตัวอย่างดีๆ ให้ลูกดู

เพราะเด็กๆ อยู่บนโลกใบนี้มาน้อย จึงมีประสบการณ์กับเรื่องต่างๆ น้อย ลองยกตัวอย่าง LGBT ที่เป็นพี่น้องกัน เช่น คริสต์ อีแวนส์ หรือกัปตันอเมริกา ที่มีน้องชายเป็นเกย์ แต่เจ้าตัวก็ไม่ได้มองว่าเป็นเรื่องผิด อีกทั้งยังสนิทกันมากด้วย เป็นตัวอย่างของคนดังที่ปฎิบัติต่อ LGBT ด้วยวิธีที่ดี

5. สมมติว่าเป็นคนที่ลูกรัก

ทดลองสมมติกับลูกว่าหากน้องชาย น้องสาว หรือพี่ชาย ของลูก เดินมาแล้วบอกว่าอยากเป็นอีกเพศหนึ่ง แล้วลูกจะรังเกียจเขาเหรอ? หรือยังรู้สึกรักเขาไหม? การเปรียบเทียบแบบนี้จะทำลูกเข้าใจว่าควรปฏิบัติต่อคนอื่นด้วยความให้เกียรติ เสมือนเป็นคนหนึ่งในครอบครัว

ทัศนคติที่ดีจะทำให้เด็กโตไปเป็นผู้ใหญ่ที่เข้าใจเรื่องเพศ หรือถ้าลูกค้นพบว่าตัวเองอยากเป็นอีกเพศหนึ่งมากกว่าเพศสภาพเดิมที่เขาเกิดมา ก็จงกอดและให้กำลังใจลูก เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับเด็กๆ คือการได้รับ “การยอมรับ” จากคนที่เรารัก เพื่อให้เด็กที่น่ารักคนนึงโตขึ้นมาอย่างมีความสุขค่ะ 😀

 

 

 

Writer Profile : Mookky TCN

  • Blog :
  • Social Media :

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



Update
ข่าว ข่าว
กล้องวงจรปิดอาจเป็นสิ่งที่ช่วยสร้างความปลอดภัยให้แก่เด็กๆ เมื่อพวกเขาอยู่ในโรงเรียน แต่ในทางกลับกันอาจเป็นสิ่งที่ทำให้เด็กนักเรียนรู้สึกถูกจับผิดมากกว่าได้รับการปกป้อง ผลการสำรวจโรงเรียนระดับมัธยมต้นและมัธยมปลายในสหรัฐฯ มากกว่า 54,000 แห่ง พบว่าการว่าจ้างเจ้าหน้ารักษาความปลอดภัยประจำโรงเรียน เเละการติดตั้งกล้องวงจรปิดภายนอกตัวอาคารของโรงเรียนช่วยให้เด็กนักเรียนรู้สึกปลอดภัยขึ้น เเต่การติดตั้งกล้องวงจรปิดในตัวอาคารของโรงเรียน กลับทำให้เด็กนักเรียนรู้สึกไม่ปลอดภัย ยิ่งมีกล้องถ่ายภาพในโรงเรียนมากขึ้นเท่าใด เด็กนักเรียนบอกว่ายิ่งรู้สึกปลอดภัยน้อยลง เพราะรู้สึกว่ากำลังถูกสอดส่องหรือจับผิด เเชนนอน เบนเน็ท (Shannon Bennett) รองศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยาวัยรุ่น และผู้อำนวยการด้านจิตวิทยาคลีนิกที่ศูนย์ศึกษาความวิตกกังวลในวัยรุ่น กล่าวว่า ผลการศึกษาใหม่นี้แสดงให้เห็นว่าการเพิ่มการรักษาความปลอดภัยไม่ช่วยให้นักเรียนรู้สึกปลอดภัยมากขึ้นเสมอไป การติดกล้องวงจรปิดอาจช่วยแก้ปัญหาการรังแกในโรงเรียนได้ แต่ต้องมีการชี้แจ้งอย่างชัดเจนว่าจะนำภาพถ่ายหรือวิดีโอที่ได้ไปใช้อย่างไร นอกจากนี้การรักษาความปลอดภัยในโรงเรียนด้วยการสร้างบรรยากาศทางสังคมทางบวก ให้นักเรียนรู้สึกเป็นส่วนหนึ่ง มีคุณค่า ได้รับความเคารพและเข้าอกเข้าใจจากครูและผู้ใหญ่ในโรงเรียน อาจจะช่วยลดโอกาสที่จะเกิดความรุนแรงต่างๆ ในโรงเรียนได้ อ้างอิงจาก voathai.com/
18 ตุลาคม 2561