fbpx

จูงมือลูกน้อย ไปเที่ยวแหล่งเรียนรู้ธรรมชาติในวันหยุดยาว

Writer : Jicko
: 7 ธันวาคม 2561

ใกล้จะถึงวันหยุดยาวๆ แบบนี้ คุณพ่อคุณแม่คงหาที่พักผ่อน หรือที่เที่ยวกันบ้างแล้วใช่ไหมคะ แต่สำหรับใครที่ยังไม่รู้จะไปที่ไหน ไปห้างก็ไปบ่อยจนไม่รู้จะทำอะไรแล้ว อยากลองไปแบบธรรมชาติๆ ดูบ้าง วันนี้เราเลยรวบรวมแหล่งเรียนรู้ธรรมชาติที่ครอบครัวสามารถพาเด็กๆ ไปทำกิจกรรมได้ จะมีอะไรกันบ้าง ไปดูกันเลยค่ะ

  • Farm de Le

ฟาร์มเดอเล็ก เป็นฟาร์มที่เปิดขึ้นมาสำหรับเด็กๆ เป็นการเรียนรู้นอกห้องเรียนผ่านกระบวนการและกิจกรรมทางการเกษตร ฝึกให้เด็กๆ ได้อยู่ใกล้ชิดกับธรรมชาติ กิจกรรมต่างๆ ของทางฟาร์มจะมุ่งเน้นให้เด็กๆ เกิดการพัฒนาทางด้านสังคม ได้เจอเพื่อนใหม่ๆ ฝึกความอดทน และสร้างความมั่นใจให้กับเด็กๆ อีกทั้งยังทำให้เด็กๆ รู้จักระเบียบวินัย การแบ่งปัน การอยู่รวมกันผู้อื่นอีกด้วย นอกจากนี้จะเป็นการปลูกจิตสำนึกให้เด็กๆ ได้มองเห็นคุณค่าของสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่อยู่รอบตัว ตระหนักถึงที่มาที่ไปและคุณภาพของสิ่งที่เด็กๆ บริโภคเป็นอาหาร โดยสิ่งที่เด็กๆ ได้นั้นจะสอดแทรกอยู่ในทุกๆ กิจกรรมที่ฟาร์มนั้นเองค่ะ และยังเป็นการใช้เวลากับครอบครัวสร้างความรักให้เหนียวแน่นขึ้นอีกด้วยนะคะ

 

เปิดบริการ : ทุกวัน เวลา 09.30 – 15.30 น. เวลานี้เป็นเวลาตามตารางกิจกรรมนะคะ

ราคา :  เด็กอายุ 3-12 ปี ราคา 800 บาท , เด็กต่ำกว่า 3 ขวบ ราคา 100 บาท , ผู้ใหญ่ ราคา 450 บาท (ราคานี้ไม่รวมกับราคากิจกรรมพิเศษต่างๆ)

ที่ตั้ง :  43 หมู่ 3 ตำบลคลองใหญ่ อำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก 26120

รายละเอียดเพิ่มเติมfarmdelek หรือโทร 02-538-2215 , 02-539-1857,081-832-7848

 

  • ศูนย์การเรียนรู้ป่าในกรุง

เป็นแหล่งเรียนรู้ธรรมชาติที่คุณพ่อคุณแม่สามารถพาเด็กๆ มาสัมผัสกับธรรมชาติในกรุงเทพฯ ได้ที่นี่เลย ที่นี้มีบรรยากาศที่เต็มไปด้วยธรรมชาติ เด็กๆ จะสามารถสูดบรรยากาศที่บริสุทธิ์ อีกทั้งยังได้เรียนรู้เรื่องราวธรรมชาติจากป่าจำลองเป็นป่านิเวศได้อย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ยังมีทางเดินชมเรือนยอดไม้ หรือ sky walk ที่มีความยาว 200 เมตร ให้เด็กๆ ได้เพลิดเพลินกับธรรมชาติ และยังเป็นทางเดินที่เชื่อมไปยัง หอชมป่าที่มีความสูงถึง 23 เมตร ได้อีกด้วยนั้นเอง สิ่งที่น่าสนใจสำหรับโครงการป่าในกรุง เช่น นิทรรศการผลกระทบต่อเมือง ที่แสดงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในกรุงเทพฯ มีป่าบางกอก มีการเรียนรู้การเติบโตอย่างยั่งยืน มีเมล็ดพันธุ์แห่งป่าตลอดแนวผนังดินบดอัด และยังมีห้องฉายภาพยนต์ขนาดเล็กที่แสดงภาพยนต์สั้น เป็นการสร้างแรงจูงใจและปลูกจิตใต้สำนึกให้กับเด็กๆ ได้อย่างมากเลยทีเดียวค่ะ

 

เปิดบริการ : วันอังคาร – วันอาทิตย์ เวลา 09.00 – 18.00 น. หยุดทุกวันจันทร์ค่ะราคา : เข้าชมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น

ที่ตั้ง :  ศูนย์การเรียนรู้ป่าในกรุง ถนนสุขาภิบาล 2 แขวงดอกไม้ เขตประเวศ กรุงเทพฯ

รายละเอียดเพิ่มเติม : pttreforestation หรือโทร 02-136-6381

 

  • ดวงตวันบ้านสวน

คุณพ่อคุณแม่ช่วงวันหยุดไม่รุ้จะไปไหน นี่เลยค่ะ เป็นสถานที่สาธิตการเพาะปลูกตามวิถีเกษตรแบบธรรมชาติ ที่เหมาะกับเด็กๆ มากเลยนะคะ เพราะที่นี่เป็นการเพาะปลูกแบบไม่ใช้สารเคมีใดๆ มีแปลงเกษตรธรรมชาติขนาดย่อมให้คุณพ่อคุณแม่พาเด็กๆ มาลองปลูกผักกันนั้นเอง แถมยังช่วยให้เด็กๆ ได้เรียนรู้ถึงที่มาที่ไปของผักจากธรรมชาติรู้จักพืชผลทางการเกษตรมากขึ้นด้วย อีกทั้งที่นี่ยังมีผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับการเพาะปลูกให้คุณพ่อคุณแม่ที่สนใจได้ปรึกษากัน ก่อนจะกลับก็มีสินค้าทางเกษตรแบบธรรมชาติจำหน่ายให้เด็กๆ ได้ติดไม้ติดมือกันอีกด้วยนะคะ

 

เปิดบริการ : เปิดให้เข้าชมทุกวัน

ราคา : โทรสอบถามก่อน

ที่ตั้ง :  ดวงตวันบ้านสวน 18/1 ถนนคลองสิบสาม แขวงคลองสิบสอง เขตหนองจอก กรุงเทพฯ 10530

รายละเอียดเพิ่มเติม : Duangtawan หรือโทร 086-163-1780 , 088-883-6138

 

  • บ้านไร่ลุงคริส

สำหรับบ้านไร่ลุงคริส เป็นครอบครัวของลุงคริสที่เติบโตมาพร้อมความรักธรรมชาติ เลยต้องการที่จะปลูกฝังให้เด็กได้เห็นถึงความสวยงามของสิ่งเล็กๆ ที่เป็นธรรมชาติให้กับเด็กๆ โดยการให้ความรู้เกี่ยวกับความสวยงามของธรรมชาติให้เด็กรู้จักหวงแหนธรรมชาติ ปลูกฝังให้เด็กๆ คำนึงถึงผลกระทบที่จะได้รับต่อทุกสิ่งที่เราทำและประดิษฐ์ขึ้นมาใหม่ให้เป็นไปตามธรรมชาติ มองเห็นคุณค่าของการอยู่ร่วมกันบนโลกนี้ ไม่ทำร้ายกันไม่ว่าจะเป็นสัตว์หรือสิ่งมีชีวิตใดก็ตาม เพื่อให้เด็กๆ อยู่รวมกันบนโลกกับสัตว์ต่างๆ ได้อย่างมีความสุข ยิ่งตอนนี้เป็นช่วงฤดูหนาว เหมาะมากเลยค่ะที่จะพาเด็กๆ ไป

 

เปิดบริการ : เปิดให้สมัครเป็นรอบๆ รับเด็ก ไม่เกิน 30 คน

ราคา : ผู้ปกครองท่านละ 550 บาท เด็กอายุ 2-9 ปี คนละ 300 บาท

ที่ตั้ง :  89/4 หมู่ 3 ตำบาลท่ามะปราง อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี

รายละเอียดเพิ่มเติม : chriskoorganicfarm หรือโทร 081-374-7320 , Line id claire3330

 

  • ฟาร์มเมลอน บางหว้า

ถ้าหาที่เที่ยวใกล้รถไฟฟ้าละก็ แนะนำที่นี่เลยฟาร์มเมลอนบางหว้า ฟาร์มเมลอนกลางกรุงที่การเดินทางแสนจะง่ายดายแถมอยู่ใกล้ bts มากๆ เลย พาเด็กๆ ไปดูเมลอนลูกโตเต็มสวน ซึ่งภายในโรงเรือนยังมีกรงเลี้ยงไก่ บ่อเลี้ยงปลาและผักผลไม้นานาชนิดที่ปลูกไว้รอบๆ บริเวณอีกด้วย ความพิเศษก็คือเมลอนทุกลูกเจ้าของฟาร์มลงมือปลูกเองเลยนะคะ ซึ่งเป็นการปลูกแบบไฮโดรโปนิกส์โดยไม่ใช้ยาฆ่าแมลงนั้นเอง เด็กๆ จะได้สัมผัสกับสวนเมลอนแบบธรรมชาติกลางกรุงกันเลยทีเดียว แถมที่นี้ยังมีเมลอนไว้ขายสำหรับคนที่มาเที่ยวไว้ให้กลับไปกินกันที่บ้านอย่างมีความสุขอีกด้วยนะคะ

 

เปิดบริการ : เปิดทุกวัน เวลา 10.00 – 18.00 น.

ราคา : เข้าฟรี

ที่ตั้ง :  อยู่บนถนนราชพฤกษ์ขาออกจากเมือง สามารถนั่งรถไฟฟ้า bts มาลงสถานีบางหว้า ปากซอยทางเข้าฟาร์มจะมีร้านอาหารครัวอัปษรเป็นจุดสังเกต

รายละเอียดเพิ่มเติม : BangWaMelon หรือโทร 081-209-3226

 

  • ไร่หยดพิรุฬ

ไร่หยดพิรุฬ เป็นคอร์สให้เด็กๆ และผู้ปกครองที่อยากใช้เวลาว่างได้เพลิดเพลินกับธรรมชาติ เป็นคอร์สเรียนที่รับเด็ก ตั้งแต่ 3-12 ปี เป็นการเปิดมุมมองให้กับเด็กๆ ได้เห็นโลกธรรมชาติที่กว้างมากขึ้น ได้สัมผัสกับธรรมชาติและความเป็นไทย มีกิจกรรมสร้างสรรค์ให้เด็กๆ ได้ทำมากมาย เช่นจับแมลง จัดสวนในขวดแก้ว ทำอาหารต่างๆ เป็นต้น เป็นการฝึกให้เด็กๆ ได้รู้จักการใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่น มีความช่วยเหลือและเอื้อเฟื้อต่อเพื่อนๆ ด้วยกัน เป็นไร่ที่น่าสนใจมากๆ เลยใช่ไหมคะ ถ้าคุณพ่อคุณแม่คนไหนสนใจ ลองเข้าไปสอบถามเพราะที่นี่จะมีกิจกรรมเป็นช่วงๆ ไม่เหมือนกันและมีคอร์สที่แตกต่างกันไปนั้นเองค่ะ

 

เปิดบริการ : สอบถามเพิ่มเติมก่อนค่ะ

ราคา : 7000 บาท เปิดให้เข้าเฉพาะผู้ที่สมัครคอร์สเท่านั้น

          รับเฉพาะเด็กอายุ 6-12 ปี จำกัดเพียง 10 คน

          ราคารวมค่าอาหารทุกมื้อและที่พักของน้อง ไม่รวมค่าเดินทางค่ะ

          ผู้ปกครองเพิ่มค่าอาหาร 4 มื้อ คนละ 500 บาท ไม่รวมที่พัก

 

ที่ตั้ง :  ไร่หยดพิรุฬ ตำบลบางกระบือ อำเภอเมือง จังหวัดสิงห์บุรี ห่างจากกรุงเทพประมาณ 130 กิโลเมตร

รายละเอียดเพิ่มเติม : RaiYodpiroon หรือโทร 092-2480202

 

 

  • ไร่ปลูกรัก

ไร่ปลูกรัก เกษตรอินทรีย์วิถีชาวไร่ สถานที่ท่องเที่ยวที่อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ โดยที่นี้มีเนื้อที่ประมาณ 60 ไร่ โดยเป็นที่พักสำหรับครอบครัว คุณพ่อคุณแม่คนไหนที่อยากเปิดประสบการณ์ให้เด็กๆ ในฟาร์มอินทรีย์มาที่นี้ได้เลยค่ะ แถมที่นี้ยังมีกิจกรรมที่เหมาะสำหรับครอบครอบมากมาย เช่น พายเรือริมนา ชมหมูสนามออร์แกนิก  หุ่นฝางทำมือ การเลี้ยงเป็ดในนาข้าว ชมวัวนมหนองโพ เป็นต้น และยังมีอีกมากมาย ทำให้เด็กๆ รู้จักเพาะปลูกผักโดยไม่ใช้สารเคมี แถมยังทำให้เกิดความสนุกสนานกับคนในครอบครัวอีกด้วย ยิ่งถ้าอยู่ใกล้ๆ กรุงเทพฯ ก็สามารถไปกลับได้อย่างง่ายมากๆ เลยค่ะ

 

เปิดบริการ : ทุกวันเสาร์ – อาทิตย์ เวลา 09.00 – 18.00 น.

ราคา : เด็กคนละ 200 บาท , ผู้ใหญ่ 250 บาท

ที่ตั้ง :  ไร่ปลูกรัก 130 หมู่ 1 ตำบลวังเย็น อำเภอบางแพ จังหวัดราชบุรี 70160

รายละเอียดเพิ่มเติม : ไร่ปลูกรัก  หรือโทร 086-3327365

 

  • Little Tree House of Learning

 

เป็นค่ายจังหวะชีวิตของ ครูปิ๋ม – ศิริลักษณ์ ริ้วบำรุง ที่จะชวนเด็กๆ มาเรียนรู้ธรรมชาติภายในสวน โดยค่ายนี้ต้องการให้เด็กๆ ได้เรียนรู้ผ่านการสัมผัส ไปกับธรรมชาติที่มีอยู่ภายในสวน เพราะสมัยนี้เด็กบางคนมีชีวิตที่อยู่แต่ในเมืองไม่ได้มาวิ่งกับธรรมชาติสักเท่าไหร่ ซึ่งที่นี้เหมาะมากๆ สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่อยากให้เด็กๆ ได้เปิดใจเข้ามาลองทำกิจกรรมร่วมกันที่นี้ ซึ่งรูปแบบของกิจกรรมนั้นก็จะเปลี่ยนแปลงไปตามช่วงฤดูกาลต่างๆ ที่จัดขึ้น เด็กๆ จะไม่รู้สึกเบื่อกับกิจกรรมแน่นอน เป็นการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์อีกด้วยนะคะ

 

เปิดบริการ : ค่ายมีทั้งหมด 5 วัน เวลา 9.00 – 14.30 น.

ราคา : 2,950 บาท รับจำนวน 15 คน เป็นเด็กอายุ 5-9 ขวบ

ที่ตั้ง :  43 หมู่ 5 ซอยเทศบาล 13 ตำบาลอ้อมใหญ่ อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม

รายละเอียดเพิ่มเติม : littletreelearning  หรือโทร 086-3064852

 

  • บ้านนาครูธานี

 

บ้านครูธานี อยู่บนที่นากว่า 25 ไร่ เป็นศูนย์การเรียนรู้ที่ปลูกฝังให้เด็กๆ รู้จักวิถีชีวิตชาวนาและเห็นคุณค่าของเมล็ดข้าว ซึ่งที่นี้เปิดรับทั้งเด็กและผู้ใหญ่ให้ได้มาทำกิจกรรมร่วมกัน ซึ่งทุกคนจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับกระบวนการทำนาทุกขั้นตอนเลยจริงๆ ค่ะ ได้ทดลองทั้งสีข้าว ฝัดข้าว เกี่ยวข้าว รวมไปถึงการดำรงชีวิตแบบชาวนาชนบทนั้นเอง เพราะเด็กไทยสมัยนี้ขาดทักษะในการใช้ชีวิตแบบพึ่งพาตนเอง ที่นี้จึงเหมาะมากๆ ในการให้เด็กมาที่นี้ ยิ่งมาเป็นครอบครัวก็ยิ่งสนุก เด็กๆ จะได้ลงมือทำด้วยตนเองจากกิจกรรมมากมาย เป็นการจุดประการแนวทางการใช้ชีวิตอย่างมีความสุขอีกด้วยค่ะ

 

เปิดบริการ : เวลา 9.00 – 15.30 น. (ต้องนัดหมายกันมาเป็นหมู่คณะ 15-30 คน)

ราคา : สอบถามเพิ่มเติม

ที่ตั้ง :  1/9 หมุ่ 1 ตำบลบ่อเงิน อำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี

รายละเอียดเพิ่มเติม : ครูธานี  หรือโทร 081-3081918,02-9762064 และ 085-9304216

 

  • เบิกบานบุรี

ถ้าอยากกลับไปใช้ชีวิตที่เรียบง่ายละก็ ลองไปที่นี้เลยเบิกบานบุรี ที่นี่จะฝึกให้คนที่ไปกลับไปสู่การใช้ชีวิตที่เรียบง่ายบนพื้นฐานของชีวิต  หลีกหนีจากความวุ่นวายและหรูหรา เด็กๆ จะได้ปลูกข้าวอินทรีย์ ผัก และสมุทรไพร ได้ทำอาหารและเครื่องดื่มที่มาจากธรรมชาติ มีต้นไม้ที่ร่มรื่นโดยไม่ต้องพึ่งเครื่องปรับอากาศ เด็กๆ จะได้ลงมือทำภาชนะเซรามิกส์ด้วยตัวเอง มีความสุขกับการได้อยู่กับธรรมชาติ ได้เล่นดิน ทราย น้ำ อย่างมีความสุขที่นี้เลยก็ว่าได้ค่ะ

 

เปิดบริการ : สอบถามเพิ่มเติม

ราคา : สอบถามเพิ่มเติม

ที่ตั้ง :  95 หมู่ 3 ตำบลขนงพระ อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา 30130

รายละเอียดเพิ่มเติม : burgbarnburi

 

  • ฟาร์มหมอปอ

เป็นแหล่งเรียนรู้ธรรมชาติ ที่คุณพ่อคุณแม่สามารถพาเด็กๆ วัย 2-3 ขวบขึ้นไป มาทำกิจกรรมที่นี้ได้ เป็นการเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ระหว่างวันหยุด กับฟาร์มธรรมชาติที่สนุกสนาน เด็กๆ จะได้เจอกับม้าหลากหลายสายพันธ์ซึ่งเป็นสายพันธ์ที่หาดูยากในประเทศไทยเลยค่ะ สิ่งที่เด็กๆ จะได้ทำเช่น ให้อาหารสัตว์ทั้งม้า วัว แพะ ไก่ อาบน้ำม้า เก็บไข่ไก่ เป็นต้น เป็นการฝึกให้เด็กๆ รักสัตว์ มีจิตใจเมตตาขึ้น ได้เขาได้รู้จักการใช้เหตุผลและอดทน และพยายาม เพราะเจ้าม้าเป็นสัตว์ตัวใหญ่ ฝึกยากเด็กๆ ต้องอดทนมากๆ เลยค่ะ ก็เป็นกิจกรรมนึงที่น่าสนใจเลยทีเดียวนะคะคุณพ่อคุณแม่

 

เปิดบริการ : เปิดทุกวัน เวลา 08.00 -17.00 น.

ราคา : ผู้ใหญ่ 80 บาท เด็กเล็กฟรี (แต่เสียค่ากิจกรรมเพิ่มเติม)

ที่ตั้ง :  178 บ้านคลองเสือ ตำบลหมูสี อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา

รายละเอียดเพิ่มเติม : farmmorpor หรือโทร 081-9890202

 

  • Small Farm Chiangmai

ฟาร์มบรรยากาศดี สไตล์คาวบอย มีสถานที่ตั้งใกล้ชิดกับภูเขาใหญ่ ประกอบกับทำเลที่ตั้งโดดเด่นด้วยต้นตาล กังหันลมธรรมชาติพร้อมโรงนนาน้อยใหญ่มากมาย อีกทั้งยังมีสัตว์ให้ชมมากมาย ถือว่าถ้าเด็กๆ ได้มาคงชอบกับบรรยากาศที่นี้แน่ๆ เลยค่ะ เพราะที่นี้มีสัตว์เลี้ยงให้เราได้ทำกิจกรรมหรือชมความน่ารักกับเจ้าสัตว์มากมาย เช่น น้องแกะ ม้า ฝูงเป็ด แอมเบอร์ฟิลด์ นกกระจอกเทศ เป็นต้น อีกทั้งยังมีกิจกรรมที่สามารถชมธรรมชาติได้ เช่น นั่งเกวียนชมทุ่ง ปลูกผัก ดำนา และยังมีห้องพักไว้สำหรับครอบครัวที่ต้องการมาหลายๆ วันอีกด้วยนะคะ

 

เปิดบริการ : เปิดทุกวัน เวลา 08.00 -17.00 น.

ราคา : ผู้ใหญ่ 80 บาท เด็กเล็ก 50 บาท

ที่ตั้ง :  ก่อนทางขึ้นดอยอินทนนท์ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่

รายละเอียดเพิ่มเติม : smallfarm หรือโทร 085-5642649

  • ดาราดาเลบ้านดินฟาร์ม

บ้านดิน ในแบบฟาร์มเกษตรอินทรีย์ ท่ามกลางธรรมชาติ มีภูเขาโอบล้อม พร้อมที่พักและกิจกรรมต่างๆในแบบชาวฟาร์มให้คุณพ่อคุณแม่ที่สนใจพาเด็กๆ มาสัมผัสอาหารพื้นเมือง ผักปลอดสารพิษจากฟาร์ม บอกได้เลยว่าที่นี้อากาศดีมาก เด็กๆ จะได้รู้จักการทำบ้านดิน การทำปุ๋ยชีวภาพ การเพาะเมล็ด การปลูกผัก และการเก็บผักสดๆ ที่สามารถนำไปปรุงอาหารได้เลย ซึ่งแต่ละกิจกรรมจะปลูกฝังให้เด็กๆ รักธรรมชาติมากยิ่งขึ้น และเห็นคุณค่าของกิจกรรมี่แฝงประโยชน์เหล่านี้ เป็นการพักผ่อนกับครอบครัวที่มีประโยชน์มากๆ เลยก็ว่าได้ค่ะ

 

เปิดบริการ : เปิดทุกวัน เวลา 09.00 -20.00 น.

ราคา : คนละ 1,500 บาท รวมค่าที่พัก ค่าอาหาร และกิจกรรมชาวฟาร์ม

ที่ตั้ง :  กิโลเมตราที่ 96 ติดถนนสายเชียงใหม่-ฝาง หมู่บ้านห้วยลึก ตำบลปิงโค้ง อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่

รายละเอียดเพิ่มเติม : daradalay หรือโทร 086-3783837 , 089-4992878

 

 

 

Writer Profile : Jicko

  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

 

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



Update
ข่าว ข่าว
การล่วงละเมิดทางเพศเป็นเหตุการณ์อันตรายที่พ่อแม่ต้องให้ความสำคัญ ซึ่งในบางครั้งก็เกิดขึ้นจากคนใกล้ตัว เพราะมีกรณีที่ครูโรงเรียนเอกชนลวนลามเด็กหญิงป.6 มีเพื่อนร่วมห้องหลายคนถูกลวนลามเช่นกัน อีกทั้งยังทำมาแล้วหลายรุ่นอีกด้วย เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่โรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งย่านบางรัก โดยมีครูวัย 42 ปี  ได้ทำอนาจารเด็กหญิงชั้นป.6 ภายในห้องเรียนในขณะที่เด็กหญิงกำลังทำเวร ซึ่งเด็กหญิงได้กลับมาเล่าให้แม่ฟัง แม่จึงมาแจ้งความ ดำเนินคดีกับครูที่ทำอนาจารเด็กนักเรียน เด็กหญิงเล่าว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นในขณะที่ตนกำลังทำเวรที่ห้องเรียนกับเพื่อน 2 คน โดยมีครูคนนี้นั่งอยู่ที่โต๊ะคุณครูประจำชั้น ซึ่งระหว่างที่กำลังทำเวรครูก็ได้เรียกให้มาหา โดยอ้างว่าขอดูโทรศัพท์และขอให้แสกนนิ้วมือปลดล็อกมือถือ ขณะที่เด็กกำลังก้มลงมาจะแสกนนิ้วมือให้ ครูกลับล้วงเข้าไปในเสื้อนักเรียนแล้วบีบหน้าอก จนเด็กหญิงตกใจ นอกจากนี้ยังล้วงกระโปรงเข้าไปลูบอวัยวะเพศ และจับมือของเด็กหญิงมาจับที่อวัยวะเพศของตนเอง และกำชับว่าอย่าเอาเรื่องนี้ไปบอกใคร หลังจากเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเด็กหญิงรีบกลับมาบอกแม่ทันที เมื่อเรื่องแดงขึ้น ถึงได้รู้ว่าครูคนนี้ได้ลวนลามเด็กนักเรียนในห้องแล้วกว่า 20 คน อีกทั้งยังได้ก่อเหตุมาแล้วหลายรุ่นแต่ไม่มีใครกล้าพูด รุ่นโตสุดที่โดนตอนนี้ก็เรียนอยู่ระดับมหาวิทยาลัย โดยครูคนนี้มีลักษณะภายนอกและท่าทางที่ดีมาก ในตอนนี้โรงเรียนให้ครูรายดังกล่าวออกจากการสอนแล้ว และอยู่ระหว่างเร่งตามตัวมาดำเนินคดี ตามหมายจับคดีอนาจารเด็ก อ้างอิงจาก https://www.amarintv.com/news-update/news-23664/444358/
18 ตุลาคม 2562