fbpx

รีวิว Bunnierista คาเฟ่กระต่ายสุดน่ารักเหมาะกับทุกคนในครอบครัว

Writer : Lalimay
: 25 กรกฏาคม 2562

ไปเล่นกระต่ายด้วยกันไหม ? Bunnierista เป็นคาเฟ่ที่เพิ่งเปิดใหม่ได้เพียง 2-3 เดือนเท่านั้น ถือว่าเป็นน้องใหม่ในวงการคาเฟ่ ซึ่งมีความพิเศษตรงที่มีแต่กระต่ายเต็มไปหมดเลยย ซึ่งเจ้ากระต่ายเหล่านี้ก็น่ารักมากๆ แถมยังเชือง จับให้นั่งบนโต๊ะก็นั่งจุมปุ๊กไม่ขยับเขยื้อนไปไหน อย่างกับเป็นตุ๊กตาแหน่ะ ที่สำคัญถึงจะเป็นคาเฟ่กระต่ายแต่อาหารอร่อยมากกก แถมราคายังคุ้มค่า เดี๋ยวเราไปดูกันดีกว่ากว่าคาเฟ่กระต่ายแห่งนี้จะเป็นยังไงกันบ้าง

Bunnierista ตั้งอยู่แถวๆ ประชาชื่น เดินทางสะดวกด้วย BTS ลงสถานีงามวงศ์วานแล้วปักหมุดต่อไปถึงร้านเพียงแค่ 10 นาทีเท่านั้น โดยเมื่อไปถึงร้านก็หาได้ไม่ยากเลยเพราะตึกมีสีสันสดใส เตะตามาตั้งแต่ 100 เมตร ซึ่งที่นี่จะมีทั้งโซนที่เป็นคาเฟ่และโซนที่เปิดเป็น Co-working Space ด้วยค่ะ เดี่ยวเราไปตะลุยคาเฟ่กระต่ายกันเลยยย

ร้าน Bunnierista น่ารักมากกก ร้านตกแต่งเป็นโทนสีขาว ดูสบายตา พอไปถึงร้านอย่างแรกที่ต้องทำคือล้างมือและเปลี่ยนรองเท้า เพื่อความสะอาดเวลาที่จะไปเล่นกับนุ้งต่าย โดยเขามีอ่างล่างมือไว้ให้ใช้อยู่หน้าร้านเลยค่ะ พอล้างเสร็จก็เข้าสู่ร้านได้ เมื่อเราเปิดประตูเข้าไปก็จะเห็นต้นไม้สีเขียวอยู่กลางร้านทำให้รู้สึกสบายตา โดยพื้นที่จะไม่ได้กว้างมากจึงทำให้ดูอบอุ่นและเป็นกันเอง นอกจากนี้ยังรู้สึกว่าร้านสะอาดมากกก มีกลิ่นหอมอ่อนๆ รู้สึกว่าทางร้านจะดูแลรักษาความสะอาดเป็นอย่างดี 

และสิ่งที่เด่นที่สุดของร้านก็คงจะหนีไม่พ้นเหล่ากระต่ายซึ่งมีกันอยู่ 9 ตัว (ตอนนี้มีเจ้ากระต่ายเด็กอีก 4 ตัวด้วยนะ) ซึ่งแต่ละตัวก็จะมีคาร์แรกเตอร์ที่แตกต่างกันแต่ที่แน่ๆ คือทุกตัวเชื่องมากกก พอจับมานั่งบนโต๊ะ ก็คือนิ่งเหมือนตุ๊กตา ยอมให้จับ ยอมให้ถ่ายรูปแบบง่ายๆ

โดยกระต่ายทุกตัวจะสะอาดมากๆ ไม่มีกลิ่น ขาวสะอาดเอี่ยมอ่อง และกระต่ายแต่ละตัวเราสามารถอุ้มได้ด้วยนะคะ แต่ต้องอุ้มให้ถูกวิธีและทำตามที่พนักงานบอก เพื่อความปลอดภัยของทั้งคนและกระต่าย แต่สำหรับเด็กๆ แล้วอาจจะยังอุ้มไม่สะดวก เพราะเจ้ากระต่ายที่นี่ค่อนข้างอุดมสมบูรณ์ ตัวหนักไม่ใช่เบา เลยอาจจะยังไม่ให้อุ้ม แต่ว่าจะลูบ จะกอด จะถ่ายรูปก็จัดไปให้เต็มที่เลย

ซึ่งเขาจะพากระต่ายมาให้เราเล่นโต๊ะละตัวค่ะ (เหมือนเป็นพนักงานแสนน่ารักประจำโต๊ะยังไงยังงั้นเลย)

และตรงกลางร้านจะมีคอกเล็กๆ ที่ปล่อยให้น้องต่ายวิ่งเล่นกันอยู่ข้างใน  โดยเราก็สามารถลงไปนั่งเล่นกับเจ้ากระต่ายได้ด้วยนะคะ บอกเลยว่าป่วนสุดๆ เพราะน้องจะกระโดดดึ๋งดั๋ง ไม่ยอมหยุด แตกต่างกับตอนที่อยู่บนโต๊ะอย่างสิ้นเชิงเลยจ้า ซึ่งเจ้าพวกกระต่ายนี้ยิ่งมองก็ยิ่งน่าเอ็นดู เห็นแล้วอยากจะอุ้มขึ้นมาฟัดๆๆ เพราะน่าหมั่นเขี้ยวมากจริงๆ

อ้อ ก่อนที่จะเล่นกับน้องต่ายเราก็ต้องทำความสะอาดมืออีกรอบนึง ด้วยสเปรย์ล้างมือที่ผลิตขึ้นมาสำหรับใช้กับเจ้ากระต่ายเท่านั้น

นอกจากเราจะได้เพลิดเพลินกับน้องกระต่ายแล้ว เราก็ยังเพลิดเพลินกับอาหารและเครื่องดื่มของร้าน Bunnierista ได้อย่างอิ่มหนำ เพราะทุกเมนูอร่อยมากกกกกก แถมราคายังเป็นมิตรสุดๆ ซึ่งเราได้ลองสั่งมาเพียงแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้นนะ

สเต็กปลาแซลมอนซอสครีม (239 บาท)

เริ่มกันที่เมนูแรกกับสเต็กปลาแซลมอนซอสครีม บอกเลยว่าอร่อยมากกก แซลมอนสเต็กชิ้นหนา แถมยังสุกกำลังดี ไม่แข็งหรือแห้งจนเกินไป หนังแซลมอนก็กรอบ ทานคู่กับซอสครีมที่ราดลงมาบนเนื้อปลาคือดีสุดๆ เมนูนี้จะเสิร์ฟพร้อมกับเฟรนช์ฟรายส์ และสลัดค่ะ

สปาเก็ตตี้คาโบนาร่า (139 บาท)

เมนูต่อมาคือสปาเก็ตตี้คาโบนาร่า ที่อร่อยมากอีกแล้ว เพราะซอสคาโบนาร่าเข้มข้น หอมครีมและชีส เบค่อนที่โรยมาก็กรุบกรอบ เส้นสปาเก็ตตี้ก็สุกกำลังดี พอเราเจาะไข่แดงให้ไหลมาคลุกเคลือบเส้นที่กำลังร้อนๆ คืออร่อยมากกกก เมนูนี้เด็กๆ น่าจะถูกใจเด็กๆ ไม่ใช่เบาเลยค่ะ

ข้าวไก่สไปซี่ซอสหวาน (129 บาท)

หากอยากทานข้าวร้านนี้ก็มีเมนูข้าวเหมือนกันนะ อย่างวันนี้เราก็ลอง ข้าวไก่สไปซี่ซอสหวาน เมนูนี้เป็นเมนูง่ายๆ คือเป้นไก่ย่างที่มีรสชาติเผ็ด สไปซี่สมชื่อ ถ้าคนที่ไม่ชอบเผ็ดก็อาจจะเผ็ดไปหน่อย แต่พอทานคู่กับซอสหวานแล้ว ความเผ็ดก็ค่อยๆ จางลงค่ะ แถมรสชาติยังกลมกล่อมมากขึ้นด้วย

เฟรนช์ฟรายส์ดิปซอส (99 บาท)

เมนูทานเล่นที่ถูกใจทุกคน ไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่ก็ตาม โดยที่นี่มีความพิเศษตรงที่เขาจะมีซอสให้เราเลือกมาดิป 3 ซอสจาก 5 ซอส ซึ่งซอสที่ให้เราเลือกก็จะมีซอสบาร์บีคิว ซอสชีสแซ่บ มายองเนสชีสซอส ซอสมายองเนส ซอสมะเขือเทศและซอสพริกค่ะ

พออิ่มของคาวก็มาต่อกันที่ของหวานดีกว่า แน่นอนว่าเป็นคาเฟ่ก็ต้องมีขนมให้เลือกหลากหลายเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นวอฟเฟิล แพนเค้ก รวมไปถึงเครื่องดื่มต่างๆ แต่วันนี้ที่เราได้ลองสั่งมาชิมก็จะมี

แพนเค้กสตรอว์เบอร์รี่ลาวา (149 บาท)

ขนมหวานเมนูแรกเป็นแพนเค้ก 5 ชั้นที่สอดไส้ซอสสตรอว์เบอร์รี่ลาวาไว้ข้างใน พอเราหั่นปุ๊บ ซอสก็ไหลออกมาปั๊บ เสิร์ฟพร้อมสตรอว์เบอร์รี่สดรสเปรี้ยวหวาน ไอศกรีมวานิลลา 1 ลูกและครัมเบิลกรุกรอบ เวลาทานพร้อมกันก็จะสดชื่นมากๆ เลยค่ะ

Plant Me Please (169 บาท)

ขนมหวานที่ช่วยปลูกฝังความรักธรรมชาติให้แก่เด็กๆ เพราะเราจะได้รดน้ำให้ต้นไม้กันด้วยล่ะ โดยเป็นขนมบานอฟฟี่ที่เสิร์ฟมาในกระถาง ที่ก่อนทานจะต้องราดน้ำผึ้งสุดหอมหวานลงไป เพื่อเป็นการจำลองว่ากำลังรดน้ำต้นไม้ เสิร์ฟพร้อมไอศกรีมวานิลลา สตรอว์เบอร์รี่สด และครัมเบิลโอรีโอ เมนูนี้สร้างสรรค์ น่ารัก และอร่อยมากด้วยค่ะ

new BUTTERFLY EFFECT (70 บาท)

มาต่อกันที่เมนูเครื่องดื่มบ้าง กับเมนูแสนสวยนี้ ที่มีชื่อว่า new BUTTERFLY EFFECT ที่เป็นนมสด ผสมน้ำอัญชันที่มีความหวานนิดๆ หอมอ่อนๆ และมีสีที่น่ารักมากๆ นอกจากนี้ยังมีกิมมิกคือไข่มุกสีพาสเทลที่หนุบหนับ และใช้บัวลอยมาทำแทน เวลาดื่มจะให้อารมณ์เหมือนกำลังทานขนมไทยเลยล่ะค่ะ

new NIGHT GALAXY (65 บาท)

เมนูเครื่องดื่มอย่างสุดท้ายคือ new NIGHT GALAXY เป็นอิตาเลียนโซดา ที่มีความซ่าและอมเปรี้ยวอมหวาน ดื่มแล้วสดชื่นมากๆ โดยจะเป็นน้ำบลู เลมอน สัปปะรด และสตรอว์เบอร์รี่ค่ะ ท็อปด้วยเบอร์รี่ 3 ชนิด ใครที่ง่วงๆ ดื่มเมนูนี้แล้วตื่นแน่นอน

เป็นยังไงบ้างคะกับ Bunnierista คาเฟ่กระต่ายที่เราพามาชมในวันนี้ น่ารักสุดๆ ทำเอาใจละลายไปเลยใช่ไหมคะ โดยร้านนี้เนี่ยเราสามารถพาเจ้าตัวเล็กที่บ้านมาเรียนรู้ที่จะดูแลและทะนุถนอมสัตว์ตัวเล็กๆ อีกทั้งยังทำให้เขามีจิตใจเมตตาต่อสัตว์ต่างๆ ได้อีกด้วย

ปกติแล้วเมื่อมาที่ร้านก็สามารถนั่งได้ยาวๆ แบบไม่จำกัดชั่วโมงเลยนะคะ เพียงแค่สั่งอาหารขั้นต่ำ 100 บาท แต่ถ้าวันไหนที่ลูกค้าเยอะ ทางร้านก็ขอความร่วมมืออยู่ได้ไม่เกิน 1 ชั่วโมง 30 นาทีค่ะ เลยแนะนำว่าก่อนจะไปก็โทรหรือทักเพจเพื่อสอบถามก่อนจะสะดวกกว่า ถ้าคุณพ่อคุณแม่ไม่รู้จะพาเจ้าตัวเล็กไปที่ไหน ก็อย่าลืมไปหาน้องกระต่ายที่ Bunnierista กันนะค้าา

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/bunnierista/ หรือโทร 081 255 2715 ได้เลยค่า

 

Writer Profile : Lalimay

  • Blog :
  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

 

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



Update
ข่าว ข่าว
มีงานวิจัยที่ตีพิมพ์ลงในวารสาร Journal of Applied Developmental Psychology เผยว่าเด็กที่พูดได้น้อย มีแนวโน้มที่จะมีอารมณ์อารมณ์เสียง่ายและรุนแรงกว่าเด็กในวัยเดียวกัน ที่มีทักษะภาษาอยู่ในเกณฑ์ปกติ โดยงานวิจัยนี้ได้มีการสำรวจผู้ปกครองจากทั่วประเทศมากกว่า 2,000 คนที่มีลูกเล็กอายุตั้งแต่ 12-38 เดือน เพื่อเก็บผลสำรวจจากการตอบคำถาม ในเรื่องของพัฒนาการทางภาษาและพฤติกรรมทางอารมณ์ของลูกในแง่ของความฉุนเฉียว ผลสำรวจออกมาว่า เด็กที่พูดได้ต่ำกว่า 50 คำ หรือไม่สามารถประสมคำได้ภายในอายุ 2 ปี จะถูกจัดให้อยู่ในกลุ่ม “เด็กพูดช้า” โดยเด็กกลุ่มนี้มีแนวโน้มมีอารมณ์ฉุนเฉียวรุนแรง และบ่อยกว่าเด็กที่มีทักษะภาษาระดับปกติในอัตราเกือบ 2 เท่า ซึ่งความรู้สึกหงุดหงิดง่ายและทักษะทางภาษาที่ล่าช้า นั้นเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อความผิดปกติทางภาษาและการเรียนรู้ในภายหลัง เด็กที่พูดช้าราว 40% จะมีปัญหาทางภาษาเรื้อรัง ที่อาจกระทบความสามารถทางวิชาการของเด็กได้ อ้างอิงจาก https://www.mcot.net/view/5dd62d74e3f8e40b2f3b6931
22 พฤศจิกายน 2562