fbpx

NEWS: พ่อแม่เฝ้าระวัง! เด็กเล็กติดเชื้อไวรัส RSV ระบาดเร็วขึ้นจาก ส.ค.เป็น ก.ค.

Writer : Lalimay
: 9 กรกฏาคม 2562

องค์การอนามัยโลก (WHO) ประมาณการว่า จะพบเด็กทั่วโลกเสียชีวิตจากการติดเชื้อ RSV ถึงปีละ 160,000 ราย โดยมีเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปีทั่วโลก ติดเชื้อไวรัสดังกล่าว 33.8 ล้านคน จำนวนนี้ต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลถึง 3.4 ล้านคน

โดยในปีที่แล้วจากข้อมูลการเฝ้าระวังโรคย้อนหลังของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พบผู้ป่วยที่มีอาการเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล 9 แห่ง จำนวน 968 คน ติดเชื้อ RSV 115 คน คิดเป็นร้อยละ 11.88 ซึ่งเชื้อดังกล่าว มีการระบาดเร็วกว่าเดิม คือ เริ่มตั้งแต่ ก.ค. และในช่วงฤดูกาลระบาด มีจำนวนผู้ป่วยสูงกว่าปีที่ผ่านมาเฉลี่ยร้อยละ 30.26

นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค (คร.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า ช่วงฤดูฝนมักพบผู้ป่วยโรคติดเชื้อทางเดินหายใจ จากเชื้อไวรัสอาร์เอสวี (Respiratory Syncytial Virus: RSV) ที่ติดได้ง่ายเหมือนไข้หวัด และพบว่าอาการจะรุนแรงในเด็กเล็ก เด็กที่คลอดก่อนกำหนด และกลุ่มผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป รวมถึงผู้ที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง เช่น เบาหวาน โรคปอด โรคหัวใจ หรือมีปัญหาเกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกันร่างกายผิดปกติ

อาการโดยทั่วไปอาจจะเหมือนไข้หวัดธรรมดา แต่อาการจำเพาะของเชื้อนี้ที่มักพบในเด็กเล็ก คือ หลอดลมฝอยอักเสบ โดยเริ่มแรกจะมีอาการเพียงเล็กน้อย เช่น ไข้ ไอ มีน้ำมูก เจ็บคอ จนถึงอาการรุนแรง เช่น หายใจหอบเหนื่อย อกบุ๋ม ได้ยินเสียงปอดผิดปกติ เสียงหายใจดังวีด รับประทานอาหารได้น้อย และซึมลง ซึ่งการรักษาส่วนใหญ่เป็นการรักษาตามอาการเพราะยังไม่มีวัคซีนป้องกัน

ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ลูกได้รับเชื้อไวรัส RSV จึงควรปฏิบัติดังนี้

1.ล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่และน้ำสะอาด ควรสอนให้เด็กๆ ล้างมืออย่างถูกต้อง และรักษาสุขอนามัยส่วนตัว

2.หลีกเลี่ยงการไปสถานที่ที่ผู้คนหนาแน่น ไม่ควรพาเด็กไปเล่นในที่ที่มีเด็กเล่นอยู่ด้วยกันจำนวนมาก

3.หลีกเลี่ยงการสัมผัสควันบุหรี่ เนื่องจากอาจทำให้เกิดอาการรุนแรงในขณะที่มีการติดเชื้อ

4.ผู้ป่วยควรงดการออกนอกบ้านในช่วงที่ไม่สบาย เพื่อลดการแพร่กระจายเชื้อไปยังผู้อื่น และควรปิดปากปิดจมูกเวลาไอจาม

5.ทำความสะอาดบ้าน ของเล่นเด็กเป็นประจำ

6.รับประทานอาหารที่ถูกสุขลักษณะ ดื่มน้ำมากๆ

7.ให้เด็กพักผ่อนให้เพียงพอ

อ้างอิงจาก

mgronline.com

Writer Profile : Lalimay

  • Blog :
  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



Update
การเป็นคุณแม่นี่ใครบอกว่าจะเป็นได้สบายๆ เพราะนอกจากจะต้องอุ้มครรภ์ตั้ง 9 เดือนแล้ว ยังต้องเสี่ยงกับภาวะ "โรคซึมเศร้าหลังคลอด" ด้วยนั่นเอง โรคซึมเศร้าหลังคลอด คือ โรคยอดฮิตที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนที่รวดเร็ว ทำให้อารมณ์ของคุณแม่มีการแปรปรวน โดยเฉพาะเมื่อตอนที่อยู่กับลูกน้อย ที่เราจะต้องดีใจเมื่อได้คลอดเขาออก แต่มันกลับตรงกันข้าม!! ซึ่งโรคนี้เป็นโรคที่ทรมานใจของแม่ๆ มากเลยค่ะ หลายคนมักจะสับสนกับ Baby blue ซึ่งเป็นอาการเศร้าเล็กน้อยของแม่ๆ ด้วยเช่นกันค่ะ แต่ว่าแตกต่างกันตรงที่ Baby blue คุณแม่จะหายหลังจากวันคลอดประมาณ 2-3 วัน อาจเพราะเหนื่อยล้า และยังไม่ชินกับการมีลูกน้อย แต่ว่าโรคซึมเศร้าหลังคลอดจะไม่หายเลย ถ้าหากคุณแม่ไม่ได้รับการรักษา กรณีที่ร้ายแรงที่สุด คือ ถึงขั้นฆ่าตัวตายก็มีค่ะ เพราะฉะนั้นเราเลยอยากจะมาแชร์ 10 ความในใจที่คุณแม่ซึมเศร้าหลังคลอดอยากบอกให้ทุกคนได้รับรู้ เพื่อที่จะได้เข้าใจหัวอกคนเป็นแม่ที่ต้องเผชิญหน้ากับโรคนี้ เเละช่วยกันให้กำลังใจคุณแม่ๆ กันด้วยนะคะ (more…)
25 กันยายน 2563

anal porno zdarma culi nudi al mare free sex videos antalya escort