fbpx

NEWS: พ่อแม่ต้องระวัง เด็กป่วยโรคมือ เท้า ปาก โดยเฉพาะกลุ่มเด็กอนุบาล

Writer : Lalimay
: 15 กุมภาพันธ์ 2564

ในช่วงนี้นอกจากเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ต้องระวังเป็นพิเศษแล้ว โรคที่พบบ่อยในเด็กอีกอย่างหนึ่งก็คือโรคมือ เท้า ปาก ยิ่งในช่วงนี้เด็กๆ เปิดเทอม และมีการทำกิจกรรมใกล้ชิดกันก็ยิ่งต้องดูแลเป็นพิเศษ

นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า โรคมือ เท้า ปากเป็นโรคที่พบได้บ่อยในเด็กทารกและเด็กเล็ก โดยเฉพาะกลุ่มเด็กอนุบาล จากสถานการณ์ของโรคมือ เท้า ปาก ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 8 กุมภาพันธ์ 2564 พบผู้ป่วย 3,107 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิต ช่วงอายุที่พบมากที่สุดคือเด็กแรกเกิด-4 ปี (88.77%) รองลงมาคืออายุ 5 ปี (4.31%) และอายุ 7-9 ปี (3.12%)

โรคมือ เท้า ปาก เป็นโรคที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสชนิดหนึ่ง ซึ่งเชื้อไวรัสจะติดมากับมือหรือของเล่นที่เปื้อนน้ำมูก น้ำลาย หรือติดต่อจากการไอ จาม รดกัน ทำให้เด็กๆ ติดกันได้ง่ายจากพฤติกรรมการนำของเล่นเข้าปาก

สำหรับอาการของเด็กที่เป็นโรคมือ เท้า ปากโดยทั่วไปคือมีอาการไข้ต่ำๆ ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย ต่อมา 1-2 วัน มีอาการเจ็บปาก ร่วมกับมีตุ่มพองเล็กๆ บริเวณฝ่ามือฝ่าเท้า ตุ่มแผลในปาก เพดานอ่อน กระพุ้งแก้ม ลิ้น และจะแตกออกเป็นแผลหลุมตื้นๆ

แต่ถ้ามีอาการรุนแรง เช่น มีไข้ขึ้นสูง ซึมลง หอบหายใจเหนื่อย อาเจียนมาก อาจเข้าข่ายโรคมือ เท้า ปากชนิดรุนแรง ต้องรีบไปพบคุณหมอทันที

โดยวิธีการป้องกันโรคมือ เท้า ปาก ให้ทำเหมือนป้องกันเชื้อไวรัสโควิด-19 คือ สวมหน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อยๆ สอนให้ลูกไม่เอาของเล่นเข้าปาก ส่วนคุณครูและพ่อแม่ต้องทำความสะอาดของเล่นหรือของใช้ของเด็กบ่อยๆ หากเด็กมีอาการไม่สบายควรหยุดเรียนจนกว่าจะหาย

อ้างอิงจาก

https://ddc.moph.go.th/brc/news.php?news=17041&deptcode=brc&news_views=465

 

Writer Profile : Lalimay

  • Blog :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



Update
ข่าว ข่าว
ด้วยสถานการณ์โควิด-19 ส่งผลให้เด็กต้องใช้ชีวิตในบ้านเพื่อปรับตัวเรียนผ่านระบบออนไลน์ จึงทำให้มีโอกาสใช้สื่อออนไลน์เพิ่มขึ้น ปัญหาสำคัญในการใช้สื่อดิจิทัลของเด็ก คือ ใช้สื่ออย่างไม่รู้เท่าทัน ขาดการยับยั้งชั่งใจ เสี่ยงต่อการได้รับกลั่นแกล้งในโลกออนไลน์ เข้าถึงสื่อที่ไม่เหมาะสมทำให้เกิดผลเสียทั้งสุขภาพกายและจิตใจ ส่งผลต่อพัฒนาการเรียนรู้ในระยะยาว จากการสำรวจของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ คณะนิเทศศาสตร์และนวัตกรรมการจัดการ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) และสถาบันสื่อเด็กและเยาวชน (สสย.) ในเรื่องของการใช้สื่อดิจิทัลของเด็กและเยาวชนไทยในอนาคต เดือนมกราคม 2564 พบว่า  ในกลุ่มเด็กมัธยมศึกษาชั้นปีที่ 1-6 อายุ 13-19 ปี รวม 542 คน มีการเปิดรับสื่อมากถึงวันละ 6-8 ชั่วโมง โดยเป็นการใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อการศึกษา 61% ใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อการเข้าสื่อสังคมออนไลน์ เล่นเกม และติดต่อสื่อสารกับผู้อื่น 39% ส่วนในกลุ่มผู้ปกครองที่มีบุตรหลานศึกษาอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 อายุ 6-12 ปี รวม 403 คน ผู้ปกครองส่วนใหญ่เริ่มอนุญาตให้เด็กใช้สื่อตั้งแต่อายุเพียง 2-3 ปี เท่านั้น แสดงให้เห็นว่าเด็กรุ่นใหม่ มีการเริ่มต้นใช้สื่อที่อายุน้อยลง อีกทั้งยังพบว่าผู้ปกครองอนุญาตให้ลูกใช้สื่อออนไลน์วันละ 1-3 ชั่วโมง สูงถึง 77.67% รองลงมา คือ 4-6 ชั่วโมง 16.13% และ 7 ชั่วโมงขึ้นไป 11.91% โดยพบว่า ยิ่งเด็กและเยาวชนยิ่งโตมากขึ้น หรืออยู่ในระดับการศึกษาที่สูงขึ้น ก็จะใช้สื่อออนไลน์นานขึ้น แต่ปัญหาที่ตามมาก็คือ เด็กยังขาดประสบการณ์ และอยู่ในวัยที่ใจร้อน อีกทั้งยังขาดสื่อคุณภาพดี ที่สำคัญคือพ่อแม่และโรงเรียน ขาดความรู้ความเข้าใจในการดูแล ส่งผลกระทบในทางลบที่เกิดกับเด็กและเยาวชน ทั้งด้านร่างกายและจิตใจ เช่น…
14 พฤษภาคม 2564

anal porno zdarma culi nudi al mare free sex videos antalya escort

eşya depolama istanbul eşya depolama