fbpx

NEWS: พ่อแม่เฝ้าระวัง! กรมควบคุมโรคเผย เด็กเป็นโรค “มือ เท้า ปาก” กว่า 18,000 คน

Writer : Lalimay
: 29 มิถุนายน 2561

ยังคงระบาดอยู่อย่างต่อเนื่องกับโรคมือ เท้า ปาก ที่เด็กเล็กเป็นกันมากในช่วงเปิดเทอมและฤดูฝน ในครึ่งปีแรกพบผู้ป่วยจำนวนกว่า 18,000 คน เป็นเด็กเล็กอายุ 1-3 ปี มากถึงร้อยละ 68

นายแพทย์อัษฎางค์ รวยอาจิณ รองอธิบดีและโฆษกกรมควบคุมโรค กล่าวถึงสถานการณ์โรคมือ เท้า ปาก ว่ามักพบโรคนี้ในช่วงหน้าฝน เด็กที่ป่วยจะแสดงอาการป่วย เริ่มด้วยมีไข้ต่ำๆ อ่อนเพลีย ต่อมา 1-2 วัน มีอาการเจ็บปาก เนื่องจากมีตุ่มแดงที่ลิ้น เหงือก และกระพุ้งแก้ม ต่อมาจะแตกออกเป็นแผลหลุมตื้นๆ และมีตุ่มหรือผื่นบริเวณฝ่ามือ นิ้วมือ ฝ่าเท้า และอาจพบที่ก้นด้วย

นอกจากนี้หากเด็กมีไข้ขึ้นสูง ซึมลง เดินเซ ชัก เกร็ง หายใจหอบเหนื่อย อาเจียนมาก ต้องรีบไปพบแพทย์ทันทีเพราะอาจติดเชื้อโรคมือ เท้า ปากชนิดรุนแรง ถึงขั้นเสียชีวิตได้

ข้อมูลจากสำนักระบาดวิทยา ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 25 มิถุนายน 2561 พบผู้ป่วยจำนวน 18,579 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิต ผู้ป่วยส่วนใหญ่ซึ่งเกินครึ่งเป็นกลุ่มเด็กเล็กอายุ 1-3 ปี (12,602 ราย) คิดเป็นร้อยละ 68 ของผู้ป่วยทั้งหมด

การป้องกันการรับเชื้อโรคมือเท้าปากสามารถทำได้ ดังนี้

1.สอนให้ลูกรักษาความสะอาด โดยการล้างมือบ่อยๆ ด้วยน้ำและสบู่ ทั้งก่อนรับประทานอาหารและหลังจากเข้าห้องน้ำ

2.หลีกเลี่ยงการนำเด็กเล็กไปในสถานที่ที่มีคนแออัดเช่น ห้างสรรพสินค้า โรงภาพยนตร์ สนามเด็กเล่น ตลาด ควรอยู่ในที่มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก 3.ดูแลรักษาสุขอนามัยที่ดีให้ถูกสุขลักษณะของสถานที่ อุปกรณ์เครื่องใช้ให้สะอาด อย่างสม่ำเสมอ อาทิ ภาชนะใส่อาหาร ห้องน้ำ ห้องส้วม ของเล่นต่างๆ ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อโรค

พ่อแม่จะต้องคอยสังเกตอาการของลูกให้ดีนะคะ หากพบว่าลูกมีอาการข้างต้น ควรจะให้หยุดเรียนเพื่อรอดูอาการและรักษาจนหาย อีกทั้งยังควรแจ้งให้ทางโรงเรียนและศูนย์เด็กเล็กทราบ เพื่อทำการค้นหาเด็กที่อาจป่วยเพิ่มเติม

อ้างอิงจาก

กรมควบคุมโรค

Writer Profile : Lalimay

  • Blog :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



Update
ข่าว ข่าว
นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย กล่าวถึงกรณีที่มีคุณแม่วัยใสโพสต์คลิป TikTok ป้อนข้าวลูกในท่านอน ซึ่งเป็นการกระทำที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพของทารก เพราะจะทำให้เด็กเกิดการสำลักจนเศษอาหารหลุดเข้าไปในหลอดลม อุดตันทางเดินหายใจ ส่งผลให้เด็กหายใจไม่ออก ปอดแฟบ ปอดพอง หรือเป็นหอบหืดได้ และหากเศษอาหารหลุดเข้าไปในปอด อาจเกิดภาวะปอดติดเชื้อตามมา เป็นอันตรายถึงชีวิต นายแพทย์สุวรรณชัยจึงแนะนำว่า "การป้อนอาหารลูกน้อยควรจัดให้ลูกอยู่ในท่านั่ง ประคองศีรษะให้ตรง ป้อนอาหารให้พอดีคำ โดยควรเริ่มให้อาหารหลังจากอายุ 6 เดือนขึ้นไป" ส่วนการเลือกอาหารนั้น ควรเลือกให้เหมาะสมตามวัยของลูก กินควบคู่กับนมแม่ต่อเนื่องไปจนอายุ 2 ปี หรือนานกว่านั้น ในช่วงแรกควรให้อาหารในปริมาณน้อยๆ มีความเหลว ง่ายต่อการฝึกกลืนและดีต่อกระบวนการย่อยอาหาร หมั่นสังเกตอาการท่าทีของเด็กหลังกินอาหารชนิดใหม่ๆ ที่ไม่เคยกิน แล้วจึงเพิ่มปริมาณทีละน้อยให้เหมาะสมกับช่วงอายุ อ้างอิงจาก https://multimedia.anamai.moph.go.th/news/060865/?fbclid=IwAR132LqbnR8KiqHpL6TxlykvBcfz0sxzmb4b4tCs1s-G7LslveaMn2ZoLIc
8 สิงหาคม 2565

anal porno zdarma culi nudi al mare free sex videos antalya escort

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save