fbpx

ชีวิตครอบครัว

เลือกหมวดหมู่


จู่ๆ ลูกเราก็ไม่ยอมทานอาหารที่ชอบ เพราะบอกว่าเขาจะอ้วน จู่ๆ ลูกเราก็ไม่ยอมไปลงทะเลทั้งที่เป็นกิจกรรมโปรด เพราะบอกว่าเขาอาจจะดำ จู่ๆ ลูกเราก็ไม่ยอมให้ถ่ายรูปเขา เพราะบอกว่าเขาไม่หล่อ/ไม่สวย เราก็กลับมาคิด ว่าลูกไปเอาความคิดแง่ลบแบบนี้มาจากไหน จนลองมานึกย้อนถึงคำที่เราพูดคุยกับเขาโดยไม่ตั้งใจ...และคิดว่าเราเรียกเขาด้วยความรัก ความเอ็นดู " ไอ้อ้วนของแม่ ยัยลูกหมู กินขนาดนี้ยังไงก็เป็นหมู " " โถดำจนเห็นแต่ฟันแล้วลูกพ่อ ดำจริงๆ ได้ใครมา " " ยิ้มซะจมูกบานเลย ฟันก็หลอ ขี้เหร่จริงๆ " พอมาย้อนดูแล้ว เป็นเรานี่เอง ที่ทำให้ลูกเสียความมั่นใจ....เป็นเรานี่เองที่ทำให้ลูกไม่ภูมิใจกับสิ่งที่เขาเป็น สัญญากับตัวเองเลยว่าต่อไป เราจะระวังคำของเราให้มากขึ้น... ขอโทษนะลูก  

ทุกวันนี้อีกหนึ่งอุบัติเหตุที่คนเป็นพ่อแม่มักได้รับข่าวที่มาพร้อมกับความสูญเสียเสมอก็คือเรื่องของการจมน้ำ ที่มักเกิดขึ้นในเด็กเล็กหรือเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 3 ขวบโดยที่บางครั้ง ก็มักจะเกิดขึ้นในตอนที่เราไม่ได้ระวังตัว หรือเกิดขึ้นอย่างฉับพลันจนไม่สามารถยื่นความช่วยเหลือเข้าไปได้ทันท่วงทีจนทำให้เกิดเรื่องขึ้น ซึ่งส่วนหนึ่งนั้นก็มักจะเกิดจากการที่เราคลาดสายตาจากลูก หรือลูกอยู่ในจุดอับสายตา ดังนั้นสำหรับบทความนี้ ทาง Parents one จะมาแนะนำวิธีดูแลลูกในแบบฉบับที่เริ่มจากการระวังของตัวเราเองว่าจะสามารถป้องกันอย่างไรได้บ้าง ซึ่งทุกบ้านสามารถนำไปปรับใช้ได้ตั้งแต่เด็กวัยเล็กเริ่มเดินไปจนถึงวัย 3-4 ขวบเลยนะคะ หลัก 3 อย่าที่ต้องท่องให้ขึ้นใจ อย่าใกล้ ทุกครั้งที่เห็นว่ามีแหล่งน้ำ ต้องบอกลูกเสมอว่า อย่าใกล้ หรือเข้าไปใกล้โดยเด็ดขาด รวมถึงตัวผู้ปกครองเองเมื่อเห็นว่ามีแหล่งน้ำอยู่ใกล้ๆ ต้องพาลูกออกจากบริเวณนั้นทันที อย่าเก็บ เมื่อมีสิ่งของตกลงไปในน้ำ ต้องสอนลูกเสมอว่าอย่าเก็บ มีอะไรให้เรียกพ่อแม่เสมอเมื่อทำของตกลงไปในน้ำ อย่าเก็บเอง หรือหากเห็นเองเลยว่ามีของตก ต้องรีบเข้าไปเก็บแทนลูก อย่าบอกให้ลูกเก็บเอง อย่าก้ม เวลาเราทำความสะอาดบ้าน หรือซักผ้าก็มักจะต้องใช้ถังน้ำ หรือกะลามังในการรองน้ำไว้ซึ่งปริมาณน้ำเพียงเท่านั้นก้สามารถทำให้เด็กจมน้ำได้แล้ว ดังนั้นต้องบอกเด็กๆ ไว้เสมอว่า อย่าก้ม ลงไปมองในน้ำเด็ดขาด และตัวเราเองเมื่อมีถังน้ำสูงๆ ในบ้าน ก็ควรนำลูกไปไว้ให้ห่าง หรือแม้แต่บ่อน้ำละแวกบ้านเองก้ต้องระวังไม่ให้ลูกเราเข้าไปเล่นใกล้ๆ หากเราจำหลัก 3 อย่าได้ขึ้นใจแล้ว ก็จะทำให้คุณพ่อคุณแม่หลายบ้าน สามารถช่วยป้องกันไม่ให้เหตุไม่คาดฝันเกิดขึ้นได้มากเลยล่ะค่ะ แต่อย่าลืมว่าสิ่งสำคัญที่สุด คือตัวคุณพ่อคุณแม่เอง ต้องหูตาไวอยู่เสมอ ไม่ปล่อยให้ลูกน้อยวัยกำลังซนเดินไปไหนมาไหนคนเดียวโดยที่เราไม่ได้อยู่ใกล้ๆ ค่ะ ซึ่งระยะที่ปลอดภัยในกรณีที่เราจะพาจอมซนวัยเตาะแตะไปลงเล่นน้ำเองก็มีหลักให้สังเกต และคาดคะเนความอันตรายหรือความเสี่ยงที่จะเกิดได้ดังนี้ เมื่อพาลูกไปเล่นน้ำ อายุต่ำกว่า 3 ขวบ ต้องอยู่ในระยะวงแขนคว้าทัน ไม่ปล่อยให้คลาดสายตา ต้องคอยมองตลอด อายุ 3-6 ขวบ อยู่ในระยะเกินวงแขนได้ แต่ต้องสามารถเข้าถึงได้อย่างรวดเร็ว ต้องไม่คลาดสายตาเช่นกัน และเหตุที่ต้องให้เด็กอายุต่ำกว่า 3 ขวบ อยู่ในสายตาตลอดนั่นก็เพราะเมื่อเด็กทำการลอยตัวขึ้น จนเท้าไม่แตะพื้น การที่เขาจะกลับมายืนได้เหมือนเดิม นับว่าเป็นเรื่องที่ยากมากเพราะเด็กเล็กจะยังไม่สามารถทรงตัวหรือควบคุมร่างกายได้ดีพอ เราถึงได้เห็นเด็กหลายคนที่ยังจมน้ำ หรือสำลักน้ำแม้ว่าจะว่ายน้ำเป็นแล้วก็ตามค่ะ…
23 กุมภาพันธ์ 2565