fbpx

คุณแม่ๆ ฟังทางนี้ ปรับเงินสงเคราะห์บุตรเพิ่มขึ้นและจ่ายย้อยหลังในปี 2562 นี้ เช็คเลย!

Writer : Jicko
: 5 กุมภาพันธ์ 2562

อย่างที่เห็นในโครงการช่วยเหลือเด็กแรกเกิดจนถึงอายุ 6 ปีเมื่อต้นปี ที่มีการกล่าวถึงการปรับเพิ่มเงินสงเคราะห์บุตร จาก 400 บาท เป็น 600 บาทต่อคน ให้กับคุณพ่อคุณแม่ผู้ประกันตน ซึ่งตอนนี้เริ่มมีการจ่ายเงินย้อนหลังในอัตราที่ปรับใหม่ให้กับคุณพ่อคุณแม่ที่ประกันตน เพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดูบุตร ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นตามนโยบายนั้นเองค่ะ

เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่เข้าใจง่ายยิ่งขึ้น วันนี้เราจึงสรุปเนื้อหาเหล่านั้นมาให้คุณพ่อคุณแม่ได้อ่านกัน  จะเป็นยังไงบ้างไปดูกันเลยค่ะ

การปรับเพิ่มเงินสงเคราะห์บุตรจากสำนักงานประกันสังคม จากเดิมที่เคยจ่าย 400 บาท เป็น 600 บาทต่อเดือนต่อคน โดยมีการเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้คุณพ่อคุณแม่ผู้ประกันตนนั้น ซึ่งผู้ประกันตนตั้งแต่แรกเกิดจนถึงอายุ 6 ปี (จำนวน 3 คน) จะได้รับเงินสงเคราะห์บุตรจำนวน 600 บาทต่อเดือนต่อคน และในวันที่ 31 มกราคม 2562 จะมีการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของผู้ประกันตนซึ่งในนั้นจะมีการรวมเงินสงเคราะห์บุตรย้อนหลังเข้าไปด้วย เพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดูบุตรของประชาชนและภาคแรงงานให้สามารถเลี้ยงดูบุตรให้มีคุณภาพที่ชีวิตที่ดีนั้นเอง

การจ่ายเงินสงเคราะห์บุตร ปี 2562

  • การจ่ายเงินย้อนหลังจะจ่ายเพิ่มเดือนละ 200 บาทจากสิทธิ์ที่ได้รับไปแล้ว 400 บาท ซึ่งคุณพ่อคุณแม่สามารถเช็คได้ด้วยตนเองค่ะ และการได้รับเงินนั้นจะได้รับทุกคนไม่ว่าบุตรจะเกิดเมื่อไหร่ หรือปีใดๆ ก็ตาม ที่ยังไม่ครบ 6 ขวบนั้นเองค่ะ
  • ารจ่ายย้อนหลังถ้าท่านมีสิทธิรับมาโดยตลอดทุกเดือน จะได้รับตั้งแต่เดือนมกราคม – เดือนกันยายน 2561 ซึ่งคาดว่าจะจ่ายเข้าบัญชีภายในเดือนมกราคม 2562 ซึ่งคุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องทำอะไรเลยค่ะ  ทางสำนักงานประกันสังคมจะประมวลผลจ่ายให้เอง ส่วนท่านที่บุตรอายุครบ 6 ขวบ หรือว่าออกจากงานก่อนกันยายน 2561 ก็จะจ่ายย้อนให้เช่นกันตามสิทธิที่พึงได้รับ เช่น บุตรอายุครบ 6 ปีเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2561 ท่านก็จะได้รับย้อนหลัง ะ 2 เดือน คือ มกราคม -กุมภาพันธ์ 2561 เป็นเงิน 400 บาท เป็นต้น
  • ทำไมไม่ย้อนหลัง 12 เดือน ก็เพราะเนื่องจากปัจจุบันสำนักงานประกันสังคมไม่ได้จ่ายเงินสงเคราะห์บุตรเดือนต่อเดือนค่ะ
  • และกรณีที่ไม่เคยยื่นขอรับประโยชน์ทดแทน  สิทธิของแต่ละคนจะได้รับไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับการนำส่งเงินสมทบด้วย หรือหากคุณพ่อคุณแม่สงสัยว่าทำไม เงินสงเคราะห์บุตร 600 ไม่เข้า รวมไปถึงเรื่องอื่นๆ เกี่ยวกับสิทธิประกันสังคมที่ควรได้รับ สามารถโทร. สอบถามรายละเอียดกับสำนักงานประกันสังคมได้ทุกแห่งที่ท่านสะดวก หรือสายด่วน 1506 กด 1 และแจ้งเลขบัตรประจำตัวประชาชน หรือ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานประกันสังคมทุกแห่งทั่วประเทศ

รายละเอียดการจ่ายเงินกรณีสงเคราะห์บุตร

ตามกฎกระทรวงการจ่ายประโยชน์ทนแทนในกรณีสงเคราะห์บุตร พ.ศ. 2561 และได้รับย้อนหลังตั้งแค่เดือน มกราคม 2561 ซึ่งจะทำการโอนเงินให้กับผู้ประกันตนในวันที่ 31 มกราคม 2562

กลุ่มที่ 1

กรณีผู้ประกันตนที่มีการบันทึกอนุมัติให้ได้สิทธิก่อนวันที่ 15 พฤศจิกายน 2557 มีระยะเวลาตัดจ่ายย้อนหลัง 1 เดือน เพื่อตรวจสอบข้อมูลการแจ้งเข้า – แจ้งออก ของนายจ้างและสถานะความเป็นผู้ประกันตน

กลุ่มที่ 2 

กรณีผู้ประกันตนที่มีการบันทึกอนุมัติให้ได้สิทธิตั้งแต่วันที่ 15 พฤศจิกายน 2557 มีระยะเวลาตัดจ่ายย้อนหลัง 3 เดือน เนื่องจากกรณีนายจ้างเปลี่ยนแปลงข้อมูลผู้ประกันตนแจ้งเข้า – แจ้งออกเพื่อให้ประวัติผู้ประกันตนในฐานข้อมูลถูกต้อง

** หากกรณรีผู้ประกันตนได้รับเงินย้อนหลังน้อยกว่า 2,200 บาท หรือ 1,800 บาท แล้วแต่กรณี ซึ่งมีสาเหตุดังนี้

  • ส่งเงินสมทบไม่ครอบ 12 เดือนภายในระยะเวลา 36 เดือน
  • สิ้นสภาพความเป็นผู้ประกันตน
  • บุตรอายุครอบ 6 ปีบริบูรณ์
  • บุตรเสียชีวิต

ผู้ประกันตนจะได้รับเงินย้อนหลังลดลงตามเดือนที่ไม่มีสิทธิได้รับ

เงินสงเคราะห์บุตร ปี 62 ลงทะเบียนได้เมื่อไหร่

คุณพ่อคุณแม่สามารถลงทะเบียนได้ตั้งแต่ วันที่ 1 ตุลาคม 2561 – 30 กันยายน 2562 ค่ะ ซึ่งก่อนอื่นต้องลองตรวจสอบสิทธิ์กันก่อนนะคะว่ามีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไขหรือไม่ ไปดูกันเลยค่ะ

คุณสมบัติในการลงทะเบียน

  • คุณพ่อคุณแม่ของเด็กๆ ที่ลงทะเบียนขอรับเงิน ต้องมีสัญชาติไทย
  • ต้องเป็นคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์หรือคุณแม่ของเด็กที่เกิดระหว่าง วันที่ 1 ตุลาคม 2561 – 30 กันยายน 2562
  • มีรายได้รวมของบ้าน ต้องไม่เกิน 3,000 บาทต่อคน ต่อเดือน
  • ต้องเป็นผู้ที่ไม่ได้รับการช่วยเหลือในการเลี้ยงดูบุตรจากหน่วยงานรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ (ยกเว้นได้รับเงินสงเคราะห์เป็นครั้งคราว หรือเบี้ยคนพิการ หรือเงินสงเคราะห์บุตรจากกองทุนประกันสังคม)
  • คุณพ่อคุณแม่มีประกันสังคม สามารถลงทะเบียนได้
สถานที่ลงทะเบียน (โดยดูจากภูมิลำเนา)

  • อยู่ในภูมิลำเนาในกรุงเทพฯ สามารถลงทะเบียนรับเงินได้ที่สำนักงานเขตภูมิลำเนาได้เลย
  • อยู่ในภูมิลำเนาอยู่ต่างจังหวัด สามารถลงทะเบียนรับได้ที่ทำการ อบต. ตามภูมิลำเนา หรือที่สำนักงานเทศบาลได้เลย
  • หากอาศัยอยู่ต่างภูมิลำเนา เดินทางไปลงทะเบียนไม่สะดวก ให้ลงทะเบียนรับเงินสงเคราะห์บุตรได้ที่ สำนักงานเขตในกรุงเทพฯ เมืองพัทยา เทศบาล หรืออบต. ในเขตพื้นที่ที่อาศัยอยู่
เอกสารประกอบการลงทะเบียนขอรับเงิน

  • แบบลงทะเบียน (ดร.01) ไปรับได้ที่ สถานที่ลงทะเบียนในวันลงทะเบียนได้เลย
  • แบบรับรองสถานะของครัวเรือน (ดร.02)
  • สำเนาบัตรประชนของคุณแม่
  • สำเนาทะเบียนบ้านของคุณพ่อคุณแม่
  • สำเนาเอกสารการฝากครรภ์ หรือสมุดบันทึกสุขภาพแม่และเด็ก หน้าที่ 1
  • สำเนาสูติบัตรเด็กแรกเกิด หากลงทะเบียนระหว่างตั้งครรภ์ ให้นำมายื่นหลังจากคลอดแล้ว
  • สำเนาสมุดบัญชีธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (กรณีต้องการรับเงินผ่านบัญชี)

** ทั้งนี้หากคุณแม่ไม่ต้องการรับเงินผ่านบัญชี สามารถไปรับเงินได้ที่ “สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด” หรือ “กรมกิจการเด็กและเยาวชน ค่ะ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม 

  • สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด (พมจ.)
  • กรมกิจการเด็กและเยาวชน (ดย.) โทร. 0 2651 6532
  • ศูนย์ช่วยเหลือสังคม (OSCC) โทร. 1300 ตลอด 24 ชั่วโมง

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : khaosod, สำนักประกันสังคมจังหวัดฉะเชิงเทราamarinbabyandkids

 

Writer Profile : Jicko

  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



เด็กวัยเข้าโรงเรียน เด็กวัยเข้าโรงเรียน
30 มิถุนายน 2560
Update
ข่าว ข่าว
ด้วยสถานการณ์โควิด-19 ส่งผลให้เด็กต้องใช้ชีวิตในบ้านเพื่อปรับตัวเรียนผ่านระบบออนไลน์ จึงทำให้มีโอกาสใช้สื่อออนไลน์เพิ่มขึ้น ปัญหาสำคัญในการใช้สื่อดิจิทัลของเด็ก คือ ใช้สื่ออย่างไม่รู้เท่าทัน ขาดการยับยั้งชั่งใจ เสี่ยงต่อการได้รับกลั่นแกล้งในโลกออนไลน์ เข้าถึงสื่อที่ไม่เหมาะสมทำให้เกิดผลเสียทั้งสุขภาพกายและจิตใจ ส่งผลต่อพัฒนาการเรียนรู้ในระยะยาว จากการสำรวจของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ คณะนิเทศศาสตร์และนวัตกรรมการจัดการ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) และสถาบันสื่อเด็กและเยาวชน (สสย.) ในเรื่องของการใช้สื่อดิจิทัลของเด็กและเยาวชนไทยในอนาคต เดือนมกราคม 2564 พบว่า  ในกลุ่มเด็กมัธยมศึกษาชั้นปีที่ 1-6 อายุ 13-19 ปี รวม 542 คน มีการเปิดรับสื่อมากถึงวันละ 6-8 ชั่วโมง โดยเป็นการใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อการศึกษา 61% ใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อการเข้าสื่อสังคมออนไลน์ เล่นเกม และติดต่อสื่อสารกับผู้อื่น 39% ส่วนในกลุ่มผู้ปกครองที่มีบุตรหลานศึกษาอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 อายุ 6-12 ปี รวม 403 คน ผู้ปกครองส่วนใหญ่เริ่มอนุญาตให้เด็กใช้สื่อตั้งแต่อายุเพียง 2-3 ปี เท่านั้น แสดงให้เห็นว่าเด็กรุ่นใหม่ มีการเริ่มต้นใช้สื่อที่อายุน้อยลง อีกทั้งยังพบว่าผู้ปกครองอนุญาตให้ลูกใช้สื่อออนไลน์วันละ 1-3 ชั่วโมง สูงถึง 77.67% รองลงมา คือ 4-6 ชั่วโมง 16.13% และ 7 ชั่วโมงขึ้นไป 11.91% โดยพบว่า ยิ่งเด็กและเยาวชนยิ่งโตมากขึ้น หรืออยู่ในระดับการศึกษาที่สูงขึ้น ก็จะใช้สื่อออนไลน์นานขึ้น แต่ปัญหาที่ตามมาก็คือ เด็กยังขาดประสบการณ์ และอยู่ในวัยที่ใจร้อน อีกทั้งยังขาดสื่อคุณภาพดี ที่สำคัญคือพ่อแม่และโรงเรียน ขาดความรู้ความเข้าใจในการดูแล ส่งผลกระทบในทางลบที่เกิดกับเด็กและเยาวชน ทั้งด้านร่างกายและจิตใจ เช่น…
14 พฤษภาคม 2564

anal porno zdarma culi nudi al mare free sex videos antalya escort

eşya depolama istanbul eşya depolama