fbpx

พาไปส่อง "เงินอุดหนุนเด็กเล็ก"จากรัฐของ 4 ประเทศ ที่แม่ๆ ต้องปลื้ม!

Writer : Jicko
: 14 กุมภาพันธ์ 2565

คุณพ่อคุณแม่คงทราบกันดีนะคะว่า สวัสดิการเงินอุดหนุนเด็กเล็กของไทยนั้น ไม่ได้เป็นเงินอุดหนุนแบบถ้วนหน้า กว่าจะได้มาทุกคนต้องผ่านกระบวนการพิสูจน์ที่ยุ่งยาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องรายได้เฉลี่ยต่อปีที่มีการตั้งเพดานไว้ ขั้นตอนการลงทะเบียนเพื่อพิสูจน์สิทธิก่อน ซึ่งเชื่อเลยค่ะว่าการที่ฐานข้อมูลไทยไม่แม่นยำก็มีเด็กจำนวนไม่น้อยที่ตกหล่นไม่ได้รับเงินก้อนนี้เช่นกัน

วันนี้ Parents One เลยจะพาแม่ๆ ไปส่องสวัสดิการเงินอุดหนุนเด็กเล็กของต่างประเทศกันค่ะว่า แต่ละประเทศได้เงินเท่าไหร่กันบ้าง และมีเงื่อนไขและวิธีอย่างไร ไปดูพร้อมกันเลยค่ะ

โครงการ Kindergeld ของประเทศเยอรมนี

  • งบประมาณ 3.3 หมื่นล้านยูโร (1.3 แสนล้านบาท)
  • อัตราส่วนงบต่อ GDP = 1.1%
  • ครอบคลุมเด็ก 14.97 ล้านคน (110.2%)

* ข้อมูลปี 2017

เงินที่ได้ขึ้นอยู่กับว่าเป็นลูกคนที่เท่าไหร่ของครอบครัว

  • ลูกคนโตหรือคนที่ 2 : จะได้รับเงินเดือนละ 219 ยูโร (8,500 บาท) / คน
  • ลูกคนที่ 3 : จะได้รับเงินเดือนละ 225 ยูโร (8,800 บาท) / คน
  • ลูกคนที่ 4 เป็นต้นไป : จะได้รับเงินเดือนละ 250 ยูโร (9,700 บาท) / คน

เงื่อนไข

  • จ่ายจนเด็กอายุครบ 18 ปี อาจถึง 25 ปี ถ้าเด็กยังศึกษาอยู่
  • ไม่มีสัญชาติเยอรมันก็มีสิทธิครอบคลุม
  • ผู้ลี้ภัยรวมถึงเด็กเยอรมันที่อยู่ต่างประเทศบางกรณียังมีโอกาสได้รับเงินด้วย

นอกจากนี้หากครอบครัวไหนยังไม่ประสงค์รับเงินก้อนนี้ สามารถเข้าโครงการ Kinderfreibetrag เป็นการให้ค่าลดหย่อนภาษีสำหรับการมีบุตรแทนได้อีกด้วย โดยส่วนมากครอบครัวที่มีรายได้สูงมักจะประสงค์ไม่รับเงินนี้แต่ไปใช้สิทธิ Kinderfreibetrag แทนนั่นเองค่ะ

โครงการ Child Benefit ของสหราชอาณาจักร

  • งบประมาณ 1.2 หมื่นล้านปอนด์ (5.5 แสนล้านบาท)
  • อัตราส่วนงบต่อ GDP = 0.6%
  • ครอบคลุมเด็ก 12.52 ล้านคน (92%)

* ข้อมูลปี 2020

เงินที่ได้ขึ้นอยู่กับว่าเป็นลูกคนที่เท่าไหร่ของครอบครัว

  • ลูกคนแรก : จะได้รับเงินเดือนละ 21.15 ปอนด์ (9800 บาท) / คน
  • ลูกคนที่ 2 เป็นต้นไป : จะได้รับเงินเดือนละ 14 ปอนด์ (600 บาท) / คน

เงื่อนไข

  • จ่ายจนเด็กอายุครบ 16 ปี อาจถึง 20 ปี ถ้าเด็กยังศึกษาอยู่
  • ครอบครัวที่สมาชิกอย่างน้อย 1 คน มีรายได้ต่อปีเกิน 50,000 ปอนด์ (2.3 ล้านบาท) ต้องเสียภาษีจากเงินอุดหนุน
  • ครอบครัวที่สมาชิกอย่างน้อย 1 คน มีรายได้ต่อปีเกิน 60,000 ปอนด์ (2.8 ล้านบาท) ต้องเสียภาษี 100%

เรียกได้ว่าเป็นการคัดกรองที่มีรายได้มากบางส่วน สามารถที่จะไม่เลือกรับเงิน เพื่อไม่ต้องเสียเวลาไปจ่ายเงินคืนทีหลังนั่นเองค่ะ

โครงการ Child Money Program ของประเทศมองโกเลีย

  • งบประมาณ 2.31 แสนล้านทูกริก (2.7 พันล้านบาท)
  • อัตราส่วนงบต่อ GDP = 1.0%
  • ครอบคลุมเด็ก 9.76 แสนคน (87%)

* ข้อมูลปี 2019

แจกเงินอุดหนุนเด็กแบบถ้วนหน้า

  • ลูกทุกคน : จะได้รับเงินเดือนละ 20,000 ทูกริก (235 บาท) / คน

เงื่อนไข

  • จ่ายจนเด็กอายุครบ 18 ปี
  • สำหรับครอบครัวที่มีรายได้ต่ำกว่าเพดานที่กำหนด
  • ครอบครัวที่เข้าเกณฑ์สามารถแสดงความสมัครใจไม่รับเงินได้ด้วย

เรียกได้ว่าเป็นการคัดกรองครอบครัวที่มีรายได้สูงออกบางส่วน แต่ก็ยังทำให้มีปัญหาเด็กบางส่วนตกหล่นจากกระบวนการคัดกรองด้วยเช่นกัน

โครงการ Child Grant ของประเทศเนปาล

  • งบประมาณ 2.95 พันล้านรูปีเนปาล (820 ล้านบาท)
  • อัตราส่วนงบต่อ GDP = 0.1%
  • ครอบคลุมเด็ก 5.52 แสนคน (19.2%)

* ข้อมูลปี 2018

แจกเงินอุดหนุนเด็กในพื้นที่ที่อยู่ในขอบเขตของโครงการ

  • ลูกทุกคน : จะได้รับเงินเดือนละ 400 รูปีเนปาล (110 บาท) / คน

เงื่อนไข

  • จ่ายจนเด็กอายุครบ 5 ปี
  • จำกัดเฉพาะบางพื้นที่
  • จ่ายเงินทุก 4 เดือน

โดยทางประเทศเนปาลตั้งใจว่าจะทำให้เงินอุดหนุนนี้ เป็นแบบได้รับเงินถ้วนหน้าภายในปี 2025 ที่จะถึงนี้อีกด้วย

โครงการ เงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด ของประเทศไทย

  • งบประมาณ 1.66 หมื่นล้านบาท
  • อัตราส่วนงบต่อ GDP = 0.1%
  • ครอบคลุมเด็ก 1.8 ล้านคน (43%)

* ข้อมูลปี 2021

แจกเงินอุดหนุนเด็กตามรายได้เฉลี่ยครอบครัว

  • ลูกทุกคน : จะได้รับเงินเดือนละ 600 บาท / คน

เงื่อนไข

  • จ่ายจนเด็กอายุครบ 6 ปี
  • แจกเฉพาะครอบครัวที่มีรายได้เฉลี่ยต่อปี ต่ำกว่า 100,000 บาท

เนื่องจากงบประมาณไม่เพียงพอ จากสถานการณ์หลายๆ อย่าง ทำให้เงินอุดหนุนเด็กเล็กของประเทศไทยได้แบบไม่ทั่วถึง มีการจำกัดรายได้เฉลี่ยของครอบครัวที่ได้ตามข้างต้นนั่นเองค่ะ

ทุกวันนี้ประมาณ 30 ประเทศทั่วโลกมีเงินอุดหนุนเด็กแบบถ้วนหน้ากันแล้ว หากตามแผนเดิมของประเทศไทยจะมีการปรับเข้าสู่ระบบเงินอุดหนุนเด็กเล็กแบบถ้วนหน้าในปี 2565 นี้ ก็มาติดตามกันต่อค่ะว่าประเทศไทยจะมีการปรับแผนและแนวทางสวัสดิการในรูปแบบไหน หรือต้องรอกันต่อไป มารอลุ้นกันค่ะคุณแม่ๆ

อ้างอิงจาก : the101

Writer Profile : Jicko

  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



ถ้าลูกเราเปลี่ยนไป
ไลฟ์สไตล์
รู้จักกับกระเป๋านักเรียน “รันโดะเซะรุ”
เด็กวัยเข้าโรงเรียน
Update
“หนูทำไม่ได้…” “หนูไม่อยากทำ!” คุณพ่อคุณแม่หลายคน คงเคยได้ยินประโยคข้างต้นกันมาบ้างใช่ไหมคะ? แท้จริงแล้วการที่เด็กๆ พูดคำพวกนี้ออกมาอาจมาจากความไม่มั่นใจในตัวเอง หรือการกลัวอะไรบางอย่าง วันนี้ Parents One จะมาแชร์เทคนิคที่สามารถช่วยให้เด็กๆ มีทัศนะคติที่ดีต่อการทำสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ต้องการให้ทำกันค่ะ   เมื่อ... ลูกปฏิเสธที่จะลองทำสิ่งใหม่ๆ บางครั้งในเวลาที่คุณพ่อคุณแม่พยายามเสนอสิ่งใหม่ให้เด็กๆ ได้ลองทำ เช่น การลองให้เล่นของเล่นพัฒนาศักยภาพชิ้นใหม่ หรือลองของเล่นที่เด็กๆ ไม่เคยเล่นมาก่อน เจ้าตัวเล็กอาจจะเคยปฏิเสธ หรือบอกว่าทำไม่ได้กันใช่ไหมคะ แต่รู้ไหมว่าความจริงแล้วคำปฏิเสธนั้นอาจมาจากความไม่มั่นใจในตัวเอง หรือความกลัวว่าจะทำไม่ได้ หรือทำได้ไม่ดี แล้วมีวิธีแก้ปัญหาอย่างไร? วิธีง่ายๆ ที่จะทำให้ลูกๆของเรามั่นใจในตัวเอง คือ การให้พวกเขาลองดูวิดิโอหรือรูปภาพของตนเองตอนเด็กๆ ที่ผ่านมา ว่าเขาสามารถทำอะไรได้หลายสิ่งหลายอย่างเลย “แล้วทำไม การลองทำสิ่งใหม่ๆ หนูจะทำไม่ได้เหมือนที่ผ่านมาล่ะ” คุณพ่อคุณแม่อาจจะช่วยพูดเสริมความมั่นใจเพิ่มเติม ว่าเราเชื่อว่าเขาทำได้ ขนาดก่อนหน้านี้ยังเคยทำและทำมาแล้วเลย การให้เด็กๆ ย้อนนึกถึงอดีตที่ตัวเองเคยประสบความสำเร็จมาก่อน จะช่วยสร้างความมั่นใจให้เจ้าตัวน้อยได้อีกครั้ง ทำให้สามารถก้าวข้ามผ่านความไม่มั่นใจและความกลัวได้ค่ะ   ลูกมีพฤติกรรมที่ไม่น่ารัก พูดแล้วไม่ยอมฟัง หากเด็กๆ บ้านไหนที่มีพฤติกรรมไม่น่ารัก แล้วเมื่อคุณพ่อคุณแม่พูดแล้วไม่ยอมฟัง และมักปฏิเสธที่จะไม่ทำอยู่ตลอดเวลา เช่น การชอบเล่นแรงๆ  ทำให้ของเล่นพัง หรือการชอบทำลายข้าวของ แล้วเมื่อคุณพ่อคุณแม่พยายามห้ามแล้วแต่ไม่สำเร็จ คุณพ่อคุณแม่จะมีวิธีแก้ไขอย่างไร?  จริงๆ แล้วการทำให้ลูกหยุดใช้ความรุนแรง หรือการหยุดพฤติกรรมที่ไม่ดีของลูกมีหลายวิธีด้วยกัน แต่วันนี้เราขอนำเสนอวิธีที่จะทำให้เด็กๆ เกิดการตระหนักรู้ได้ด้วยตัวเอง คือ การให้ดูรูปหรือวิดิโอที่เคยถ่ายไว้ ในช่วงเวลาที่เขาไม่มีพฤติกรรมที่ไม่ดี พร้อมบอกว่า “หนูยังสามารถทำได้เลยก่อนหน้านี้”  เพราะเมื่อเด็กๆเห็นภาพตัวเองตอนเด็กแล้ว ย่อมเป็นสิ่งที่สามารถเชื่อมโยงกับจิตใจของเขามากกว่าแค่การพูดหรือให้ดูในสิ่งที่เด็กๆ ไม่ได้รู้จักหรือสนใจ การให้เด็กๆ ได้เห็นตัวเองนั้น จะทำให้เขาเข้าใจและเห็นภาพมากกว่าและสามารถคิดได้ว่า ก่อนหน้านี้เรายังทำได้อย่างที่คุณพ่อคุณแม่บอกจริงๆ แล้วทำไมตอนนี้เราจะทำไม่ได้หละ ดังนั้นการที่เราให้ดูภาพหรือวิดิโอ ดีๆ ของเขา จึงสามารถช่วยทำให้เจ้าตัวเล็กหยุดพฤติกรรมก้าวร้าวลงได้อย่างไม่ยากเย็นเลยค่ะ   การชักจูงลูกๆ…
4 กรกฏาคม 2565

anal porno zdarma culi nudi al mare free sex videos antalya escort

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save