fbpx

รู้จักกับ Generational Trauma เมื่อความเจ็บปวดถูกส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น

: 16 มีนาคม 2565

บทความนี้มีสปอยล์เนื้อหาของภาพยนตร์เรื่อง Encanto และ Turning Red

นับว่าเป็นช่วงเวลาที่ครื้นเครงสำหรับวงการแอนิเมชั่นและแฟนคลับดิสนีย์เลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวของ “มีราเบล” กับครอบครัวที่เต็มไปด้วยเวทมนตร์และเสียงดนตรีอย่าง “Encanto เมืองเวทมนตร์คนมหัศจรรย์” หรือเรื่องราวของ “เมยหลิน” สาวน้อยที่กำลังค้นหาตัวเองในวัยแรกแย้มในเรื่อง “Turning Red เขินแรงแดงเป็นแพนด้า” เรื่องราวของทั้งสองครอบครัวไม่ว่าจะเป็นมาดรีกาลหรือลี ที่ต่างมีปัญหาแต่ก็สามารถแก้ไขกันได้อย่างเป็นครอบครัว เรียกได้ว่าเป็นหนังครอบครัวที่ควรรับชมทั้งสองเรื่องเลยค่ะ

แต่คุณพ่อคุณแม่สังเกตไหมคะ ว่าภาพยนตร์แอนิเมชั่นสองเรื่องนี้ไม่มีผู้ร้ายตายตัวอย่างเรื่องทั่ว ๆ ไป และที่จริงแล้วมีราเบลและเมยหลินนั้นต่างแบกรับความผิดหวังและความคาดหวังจากครอบครัวที่ถูกส่งต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่นโดยไม่รู้ตัว ซึ่งนั่นก็เป็น “ตัวร้าย” ตัวจริงของภาพยนตร์ทั้งสองเรื่องนี้นั่นเอง

วันนี้เรามาทำความรู้จักกับสิ่งที่เรียกว่า Generational Trauma หรือบาดแผลทางใจที่ถูกส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่นผ่านภาพยนตร์ทั้งสองเรื่องนี้กันดีกว่าค่ะ

 

Generational Trauma คืออะไร?

เราอาจจะคุ้นเคยกับคำว่า trauma ที่แปลว่าภาวะความเจ็บปวด หรือบาดแผลทางใจกันมาบ้างแล้ว แต่รู้หรือไม่ว่าความเจ็บปวดเหล่านี้นั้นไม่ได้อยู่ที่แค่คนที่ประสบเหตุการณ์สะเทือนใจเหล่านั้นแต่เพียงผู้เดียว แต่สามารถส่งต่อไปยังคนในครอบครัว โดยเฉพาะลูกและหลานต่อไปเป็นทอด ๆ ได้อีกด้วย ความเจ็บปวดเหล่านี้อาจไม่ปรากฎตัวให้เห็นชัด มันอาจมาในรูปแบบที่เบาบาง เงียบงัน หรือแฝงตัวอยู่ใต้คำสอน ธรรมเนียมหรือความเชื่อต่าง ๆ ของแต่ละบ้านและครอบครัว แต่ถึงอย่างนั้นก็ถูกปลูกฝังให้แก่สมาชิกครอบครัวตั้งแต่เล็ก โดยที่เราไม่รู้ตัว

คำว่า Generational Trauma นั้นถูกเริ่มใช้ในปี 1966 จากนักจิตวิทยาชาวแคนาดา Vivian M. Rakoff, MD และผู้ร่วมงานได้พบว่าเหล่ารุ่นลูกของชาวยิวที่เป็นผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ The Holocaust ในสงครามโลกครั้งที่สองนั้นมีปัญหาเกี่ยวข้องกับสุขภาพจิตเป็นจำนวนมาก แนวคิดของคำว่า Generational Trauma ก็ถูกบัญญัติขึ้นนับตั้งแต่นั้นมา

ซึ่งตัวเอกสองสาวของเรา มีราเบลกับเมยหลิน ก็เป็นเหยื่อของสิ่งที่เรียกว่า Generation Trauma เช่นกันค่ะ

 

Encanto: การถูกเพิกเฉยเพียงเพราะไม่ใช่คน “พิเศษ”

“ยายได้รับโอกาสมา ได้รับปาฏิหารย์อีกครั้ง แต่ก็กลัวเหลือเกินว่าจะเสียมันไป กลัวจนลืมไปว่าเราได้ปาฏิหารย์มาเพื่อใคร”

ตลอดชีวิตของมีราเบลนั้นนับได้ว่าอยู่ใต้เงาของเหล่าพี่สาวและญาติที่ต่างมีพลังพิเศษกันถ้วนหน้า เธอไม่ได้การยอมรับจากอาบัวล่า (คุณยาย) อัลม่า เพียงเพราะว่าเธอเป็นคนเดียวในบ้านมาดริกัลที่เป็นคนธรรมดา ถึงแม้ว่าเธอจะมีพ่อแม่ที่ให้กำลังใจเธอและคอยย้ำเตือนเสมอว่าเธอไม่ต้องพิสูจน์ตัวเองกับใคร แต่การไม่ถูกยอมรับจากอาบัวล่าหรือผู้นำของบ้านก็สร้างบาดแผลในใจของเธอมาตลอด

ซึ่งในตอนหลังของเรื่องนั้นเราก็ได้เรียนรู้ถึงความเป็นมาของกาซิต้า (บ้าน) และนำไปสู่สาเหตุที่อาบัวล่าถึงเพิกเฉยต่อมีราเบล ความสูญเสียทำให้อาบัวล่านั้นยึดติดกับหลักที่เรียกว่าเวทมนตร์ ทำให้มีราเบลผู้ไม่ไม่พลังวิเศษนั้นเหมือนตัวตอกย้ำถึงจุดอ่อนที่อาบัวล่าพยายามซ่อนมันมาเสมอ อย่างไรก็แล้วแต่ อาบัวล่าก็ได้สร้างบาดแผลในใจให้กับมีราเบลจากความเจ็บปวดที่เธอพบเจอมาในอดีต

เรียนรู้ที่จะปล่อยวางและให้อภัย

“ต้องขอโทษที่ฉันยึดมั่นมากไป จิตใจหวาดกลัวจะสูญเสียเธอ”

สำหรับมีราเบลและอาบัวล่า ทั้งคู่เลือกที่จะตัดวงจรของความเจ็บปวดทิ้งไป เมื่อมีราเบลและอาบัวล่าเปิดใจให้กัน ทั้งคู่ได้รับรู้ถึงความเจ็บปวดของแต่ละฝ่าย อาบัวล่าเรียนรู้ที่จะปล่อยวางจากหลักที่เธอยึดถือไว้แน่นหนา และมีราเบลเรียนรู้ที่จะต่อสู้เพื่อตัวเองและให้อภัยอาบัวล่าจากความผิดพลาดในอดีต และพร้อมที่จะเดินหน้าไปยังอนาคตด้วยกัน

 

Turning Red: เมื่อลูกไม่ “ดีพอ” อย่างที่เราคาดหวังไว้

“ระวังให้ดี เคารพพ่อแม่เป็นเรื่องที่ดี แต่ถ้าเคารพมากเกินไป เราอาจลืมเคารพตัวเองก็ได้”

หนึ่งในประโยคเปิดเรื่องของเรื่องเขินแรงแดงเป็นแพนด้า หากมิราเบลนั้นเป็นความผิดหวังของอาบัวล่า เมยหลินก็เปรียบเสมือนขั้วตรงข้ามที่ต้องแบกรับความคาดหวังที่ถูกส่งต่อมาจากรุ่นสู่รุ่น ถึงแม้ตอนต้นเรื่องเมยหลินจะดูมีความสุขดี แต่ภายใต้ความสุขนั้นเป็นความอึดอัดใจที่ต้องแบกรับความรับผิดชอบและภาพลักษณ์เด็กเรียบร้อยจากแม่ของเธอ ในขณะเดียวกันที่เมยหลินก็อยู่ในวัยที่กำลังอยากค้นหาตัวเอง อยากสนุกสนานกับกลุ่มเพื่อนสนิทไม่ต่างจากวัยรุ่นคนอื่น ๆ เธอเบื่อหน่ายกับชีวิตที่ถูกตีกรอบ ไม่ชอบที่ถูกแม่ดูถูกความชอบของตัวเอง แต่ก็ไม่อยากเสียความสัมพันธ์ที่ดีกับแม่ของเธอไป

การเลี้ยงดูที่เต็มไปด้วยความคาดหวังในความสมบูรณ์แบบของลูกนั้นก็ถูกส่งต่อมาจากแม่และยายของเมยหลินนั่นเอง ภายหลังเราได้รู้ว่าการที่แม่ของเมยหลินนั้นคาดหวังให้เธอต้องดีพร้อม ก็เพราะว่าเป็นตัวแม่เองที่ถูกยายกดดันให้ต้องสมบูรณ์แบบเสมอ ซึ่งแน่นอนว่านั่นเป็นสิ่งที่มากเกินกว่าที่เด็กคนหนึ่งจะรับไหว

ไม่ว่าลูกจะโตแค่ไหน ลูกก็จะยังเป็นลูกน้อยสำหรับแม่เสมอ แม้ประโยคนี้จะเป็นคำปลอบโยนในวันที่ลูกเหนื่อยล้าหรือล้มลงได้ แต่ในทางกลับกันประโยคนี้ก็เป็นดาบสองคมที่ทำให้ลูกไม่รู้สึกเป็นตัวของตัวเอง รู้สึกอยู่ใต้เงาของพ่อแม่เสมอ ทำให้เขาไม่กล้าที่จะตัดสินใจหรือไม่มีความมั่นใจมากพอ ในภาพยนตร์เราสามารถสังเกตได้ว่า ไม่ว่าแม่ของเมยหลินจะดูเข้มแข็งแค่ไหน แต่เธอก็ถูกคำพูดของยายกดขี่มาจนเป็นบาดแผลในใจ และนำมาใช้กับเมยหลินโดยที่เธอเองก็ไม่รู้ตัว

 

เรียนรู้ที่จะยอมรับความไม่สมบูรณ์แบบและความเป็นตัวของตัวเอง

“ยิ่งลูกไปได้ไกล แม่ก็ยิ่งภูมิใจ”

ภายหลังที่ทั้งคู่ทะเลาะกันอย่างรุนแรง เมยหลินก็ได้เข้าใจว่าแม่ของเธอเองนั้นก็ไม่ได้ต่างอะไรจากเธอที่ต้องแบกรับความคาดหวังตั้งแต่เด็กเลย เธอเรียนรู้ที่จะเข้าใจความรู้สึกของหมิง–ผู้เป็นแม่ของเธอ แต่ในขณะเดียวกัน เมยหลินก็ได้สร้างจุดยืนอันเข้มแข็งให้แม่รู้ว่าเธอได้ค้นพบตัวตนของเธอแล้ว

เมื่อแม่ของเมยหลินที่ได้เห็นว่าลูกของเธอโตขึ้นไปอีกขั้น ก็ได้เรียนรู้ที่จะยอมรับและปล่อยให้ลูกได้ออกไปค้นหาตัวเอง และยังเน้นย้ำว่าเมยหลินนั้นไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนตัวเอง ไม่ว่าจะเพื่อใครก็ตาม

 

เราจะหยุดวงจรความเจ็บปวดได้อย่างไร?

แน่นอนว่าเหตุการณ์ในชีวิตจริงนั้นไม่ได้ง่ายเหมือนในการ์ตูน ความเจ็บปวดที่ถูกส่งต่อมาเป็นทอด ๆ ในบางครอบครัวอาจรุนแรงเกินกว่าที่การพูดคุยจะแก้ปัญหาทั้งหมดได้ บางปัญหาซับซ้อนและไม่วิธีแก้ตายตัว และบางปัญหานั้นเกิดจากปัจจัยที่เราไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยตัวเอง

พึงระลึกไว้เสมอว่าเราไม่ได้อยู่คนเดียว ยังมีคนมากมายที่คอยพร้อมให้ความช่วยเหลืออยู่มากมาย หาทางรักษาจิตใจและรักษาความเป็นอัตลักษณ์ของตัวเองไว้ให้ดี

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น การพูดคุยก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการเปิดใจ และเดินหน้าไปด้วยกันเป็นครอบครัวค่ะ

Writer Profile : phanthirapuyou

  • Blog :
  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



ตัวตนของลูก คือทางของลูก
ชีวิตครอบครัว
Update
Banner Banner
“หนูอยากเป็นนักแคสเกม” “ผมอยากเป็นนักกีฬาอีสปอร์ต” “น้องอยากเป็นเกมมาสเตอร์”  คุณพ่อคุณแม่เคยมีจังหวะขมวดคิ้วกันบ้างไหมคะ กับคำตอบของเจ้าตัวน้อยที่เงยหน้าขึ้นจากจอมาพูดกับเรา ก่อนเคยถามว่า “โตขึ้นหนูอยากเป็นอะไร” ก็ได้คำตอบเป็นคุณหมอ พยาบาล ตำรวจ หรือคุณครู แต่ตอนนี้คำตอบของลูกๆ กลับกลายเป็นเหมือนภาษาต่างดาวชวนให้นั่งคิด นึกสงสัยกันครู่ใหญ่ โดยเฉพาะกับอาชีพสายเกมที่ได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่เด็กๆ รุ่นใหม่ที่เติบโตมากับเทคโนโลยีทันสมัยรอบตัว   ทาง Parents One ขอเชิญชวนคุณพ่อคุณแม่มา Level up! ทำความรู้จักอาชีพสายเกมให้มากขึ้นไปพร้อมกัน จะมีอาชีพอะไรในวงการเกมที่น่าจับตามองบ้าง เป็นอาชีพในฝันที่เจ้าตัวน้อยเคยบอกเคยเล่าให้ฟังหรือเปล่า กดปุ่ม Start! แล้วเริ่มเรียนรู้กันเลยค่ะ  (more…)
29 มิถุนายน 2565

anal porno zdarma culi nudi al mare free sex videos antalya escort

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save