fbpx

เลี้ยงลูกเชิงบวกด้วยหลัก 5L แนวทางการเลี้ยงลูกยอดฮิตของพ่อแม่ยุคใหม่

Writer : Jicko
: 3 กันยายน 2564

เป้าหมายสำคัญของคนเป็นพ่อเป็นแม่ก็คือการเลี้ยงลูกให้ดีที่สุดจริงไหมคะ? แต่ในสภาพแวดล้อมที่มีสิ่งเร้ามากมาย การเลี้ยงลูกสำหรับคุณพ่อคุณแม่ยุคนี้คงไม่ใช่เรื่องง่ายเลย วันนี้เรามาทำความเข้าใจและสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกด้วยแนวทางการเลี้ยงลูกเชิงบวกด้วยหลัก 5L กันค่ะ จะมีอะไรบ้างไปดูกันเลย

LOVE การแสดงความรัก

ความรักในที่นี้ไม่ใช่แค่การที่พ่อแม่แสดงผ่านทางภาษา หรือการให้ของขวัญ หรือเอาข้าวมาให้กินเพียงอย่างเดียว ความรักในที่นี้หมายถึงการมีเวลาคุณภาพ คือ เวลาที่มีปฏิสัมพันธ์เชิงบวกกับลูก เล่นกับเขา ให้เขารู้สึกว่าพ่อแม่นั้นรักเขา เขามีความหมาย ฟังดูเหมือนง่าย แต่นี้เป็นปัญหาที่เด็กๆ มักพบมากที่สุด เพราะพ่อแม่มักไม่มีเวลาให้กับเขาเลย

LEARN การเรียนรู้มากด้วยประสบการณ์

การเรียนรู้ส่วนใหญ่ของเด็กก็มักจะได้จากการเล่นนั้นล่ะค่ะ พ่อแม่อย่างเราเลยต้องมีหน้าที่ที่จะคอยส่งเสริมให้พวกเขาได้พัฒนาทั้งการคิด การเรียนรู้ที่ไม่ใช่แค่ความรู้ แต่เป็นการตั้งคำถาม และลองให้เด็กๆ ได้ลองเจอประสบการณ์จริง เพื่อให้เขาได้แก้ปัญหาและอุปสรรค สิ่งนี้จะช่วยพัฒนาสมองของลูกได้มากๆ เลยค่ะ

LIMIT การฝึกวินัย เข้าใจกฎกติกา

การฝึกวินัยในที่นี้ไม่ใช่เป็นการบังคับขู่เข็นให้ลูกต้องทำเดี๋ยวนี้เดี๋ยวนั้น หรือบังคับให้ลูกทำในสิ่งที่ไม่อยากทำ แต่เป็นการใช้วิธีเพิ่มทางเลือกให้กับลูก เช่น ลูกจะเก็บของเล่นหรือจะไปอาบน้ำก่อนคะ เป็นการสร้างข้อตกลงระหว่างกัน เช่น ถ้าถึงเวลานอนแล้วหนูไม่นอน พรุ่งนี้แม่จะไม่ให้ดูการ์ตูน 1 วันนะคะ เป็นต้น การฝึกแบบนี้จะช่วยให้เขารู้เหตุและผล และทำให้เขามีวินัยติดตัวด้วยนั่นเอง

LET THEM GROW การให้อิสรภาพในการเติบโต

การให้อิสรภาพไม่ได้หมายความว่าให้เราปล่อยปละละเลยลูกแต่อย่างใด แต่เป็นการปล่อยให้เขาได้ใช้ชีวิต ได้เลือกและตัดสินใจด้วยตัวเองบ้าง ได้ลองปล่อยให้เขาได้ล้มลงบ้าง ลองผิดลองถูกดูบ้าง เพื่อเรียนรู้ข้อผิดพลาดของตัวเอง ได้มีชีวิตเป็นของตัวเองและเติบโตอย่างมีคุณภาพต่อไปค่ะ

LET IT BE การปล่อยวางกับเรื่องบางเรื่อง

คุณพ่อคุณแม่ควรเรียนรู้ที่จะปล่อยวางลูกอย่างเข้าใจ เรื่องบางเรื่องเราเองก็ไม่สามารถควบคุมได้ด้วยความสัมพันธ์ ให้เข้าใจว่าลูกไม่ใช่ของเรา ควรปล่อยให้เขามีชีวิตของตัวเอง ส่วนเราเองก็คอยหนุนหลังช่วยเหลือ แบบนี้จึงจะทำให้เขาเติบโตได้อย่างสมวัยนั่นเองค่ะ

การเลี้ยงลูกใช่ว่าความรักอย่างเดียวจะสามารถเลี้ยงให้เขาเติบโตได้อย่างดีที่สุดนะคะ คุณพ่อคุณแม่ต้องมีความเข้าใจเขา รับฟัง และลองปล่อยให้เขาได้คิดและตัดสินใจเองบ้าง เพราะลูกควรมีชีวิตของลูก จะผิดหรือถูกควรเรียนรู้ด้วยตัวเอง ส่วนเราก็คอยประคับประคอยและอยู่เคียงข้างเขา เพียงเท่านี้ก็พอแล้วค่ะ

 

อ้างอิง : Thai PBS Kids, Hello Thailand

 

 

Writer Profile : Jicko

  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



Sometime…บางครั้งของลูก
ชีวิตครอบครัว
กำลังใจที่ไม่เคยสังเกต
ชีวิตครอบครัว
Update
ข่าว ข่าว
ในขณะนี้ ได้มีการอนุมัติการฉีดวัคซีนโควิด-19 ของไฟเซอร์ให้เด็กในช่วงอายุ 5 - 11 ปีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งคาดการณ์ไว้ว่าสามารถฉีดให้เด็กได้ภายในวันที่ 31 มกราคมนี้ โดยเริ่มฉีดวัคซีนป้องกันโควิดในเด็กกลุ่มเสี่ยงก่อน รวมทั้งแจ้งผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้ และแนวทางปฏิบัติตัวให้คุณพ่อคุณแม่ได้เตรียมความพร้อมก่อนค่ะ โดยอาการผลข้างเคียงเบื้องต้นดังกล่าวมีดังนี้ เจ็บในตำแหน่งที่ฉีด 79-86% อ่อนเพลีย 60-66% ปวดศีรษะ 55-66% จากที่สังเกตุการณ์ยังพบว่าผู้ที่ฉีดวัคซีนเข็ม 2 จะมีอาการข้างเคียงสูงกว่า แต่ยังไม่พบอาการข้างเคียงรุนแรง แต่อย่างไรก็ควรเฝ้าระวังอาการไว้ด้วย ซึ่งอาการดังกล่าวมีดังนี้ค่ะ แน่นหน้าอก เจ็บหน้าอก หอบ เหนื่อยง่าย ใจสั่น หมดสติ เป็นลม เพลียมากกว่าปกติ ซึ่งหากพบอาการดังกล่าวให้รีบพบแพทย์ทันที นอกจากสังเกตอาการในช่วง 30 นาทีหลังได้รับวัคซีนแล้วก็ควรติดตามอาการต่อเนื่องอีก 30 วัน และไม่ควรออกกำลังกายหนัก ๆ หลีกเลี่ยงให้หัวใจทำงานหนักค่ะ คุณพ่อคุณแม่หลายคนอาจจะกังวลกับการฉีดวัคซีนในเด็ก ด้วยกังวลถึงภาวะกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบที่อาจจะตามมา ทางราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทยได้ให้คำแนะนำว่าอาการดังกล่าวนี้ มักเกิดในเด็กผู้ชายมากกว่าเด็กผู้หญิง และเกิดหลังจากได้รับวัคซีนเข็มที่ 2 หากกังวลกับเรื่องดังกล่าว ควรชะลอการรับเข็มวัคซีน 2 ไปก่อน จนกว่ามีข้อมูลความปลอดภัยมารองรับมากขึ้น แต่อาการดังกล่าวยังพบได้น้อยมากค่ะ  อ้างอิงจาก https://www.komchadluek.net/covid-19/501982
21 มกราคม 2565

anal porno zdarma culi nudi al mare free sex videos antalya escort