fbpx

วิธีส่งเสริมความเปิดกว้างทางความคิดให้ครอบครัว

: 28 ตุลาคม 2563

Open-mindedness หรือความเปิดกว้างทางความคิด คือคุณสมบัติที่ผู้มีนั้นสามารถทำความเข้าใจและพร้อมที่จะเปิดรับความคิดใหม่ๆ ที่แตกต่างหรือตรงกันข้ามโดยไม่ใช้อารมณ์เป็นตัวตัดสินเพราะโลกใบนี้มีคนนับหลายล้านคนความแตกต่างย่อมมีเป็นเรื่องปกติและแน่นอนว่าทุกคนย่อมมีอิสระทางความคิดของตัวเอง

ซึ่งความเปิดกว้างทางความคิดนั้นนับเป็นคุณสมบัติที่จำเป็นมากในยุคสมัยนี้ที่ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปเสมอ ควรจะปลูกฝังในครอบครัวและตัวลูกน้อยเป็นพิเศษ เพราะทุกคนมีสิทธิ์ที่จะเห็นต่าง แต่ก็สามารถอยู่ร่วมกันได้ถ้าเรามีความเข้าใจและความประณีประนอมให้กันและกันค่ะ

แต่จะเริ่มจากไหนดีนะ? วันนี้ ParentsOne ก็เลยจะมาขอแนะนำวิธีส่งเสริมความเปิดกว้างทางความคิดให้กับทั้งครอบครัว จะมีอะไรกันบ้าง เราไปดูกันเลยดีกว่าค่ะ

 

เริ่มที่ตัวเอง

เด็กเล็กก็เหมือนกับฟองน้ำ พร้อมจะซึมซับและเรียนรู้ทุกอย่างและนำมาปฏิบัติเอง ถ้าหากต้องการสอนเขาให้เปิดกว้าง ก็ต้องเริ่มจากการปฏิบัติตนให้เปิดกว้างทางความคิดต่อหน้าเขาให้ได้ก่อนค่ะ แสดงให้เขาเห็นเสมอว่าความแตกต่างไม่ใช่สิ่งที่ไม่ดี เปิดโอกาสให้เขาถามคำถามและตอบโดยใช้เหตุผลและความเข้าใจเป็นที่ตั้ง

การฝึกความเปิดกว้างทางความคิดก็เหมือนกับการเปิดใจ อย่ากลัวที่จะต้อนรับสิ่งใหม่หรือความคิดที่ต่างไปจากเรา ถ้าเจอแง่คิดหรือมุมมองไหนที่เราไม่เห็นด้วย แทนที่จะใช้อารมณ์และความไม่เข้าใจ ให้มองเป็นประสบการณ์และโอกาสในการเรียนรู้แทน

 

ฟังให้มาก

“พูดให้น้อยลง ฟังให้มากขึ้น” เป็นขั้นตอนแรกสู่การทำความเข้าใจกับคนที่มีความเห็นต่างกับเราถึงการฟังจะดูเป็นอะไรที่ทำได้ง่าย แต่การตั้งใจฟังอีกฝ่ายเพื่อทำความเข้าใจนั้นถือเป็นการใช้ความอดทนสูง ฟังให้เข้าใจว่าสิ่งที่อีกคนต้องการจะสื่อคืออะไร และนำสิ่งที่เขาพูดมาแยกแยะความถูกผิด ความสมเหตุสมผล และนำข้อดีในเนื้อหานั้นๆ นำมาประยุกต์ใช้กับตัวเองค่ะ

ถ้าเจ้าหนูไม่พอใจกับความคิดหรือการกระทำคนไหน ลองให้เขาลองแทนตัวเองเข้าไปในคนที่เขาไม่พอใจอยู่ ถามเขาว่าทำไมอีกฝ่ายถึงทำแบบนั้น ให้เขาใช้เหตุผลแยกแยะกับอารมณ์ และรับมือกับสิ่งนั้นได้ด้วยความเข้าใจค่ะ

 

อย่ากลัวที่จะตั้งคำถาม

ถ้าเรากลัวที่จะตั้งคำถาม เราก็จะไม่รู้ความจริง พยายามส่งเสริมคนในครอบครัวให้หัดตั้งคำถามและตั้งใจฟังคำตอบที่ได้รับ เพราะทุกคนที่เรารู้จักมีเรื่องราวที่เราอาจจะไม่รู้ ถ้าใช้เวลาพูดคุยทำความเข้าใจกับเขาสักหน่อย อาจเปลี่ยนโลกเราได้เลยทีเดียวเชียวค่ะ และให้เขารู้ว่าแต่ละคนมีปัญหาที่ไม่เหมือนกัน เป็นธรรมดาที่มุมมองจะแตกต่างไปจากตัวเขาค่ะ

อย่ากลัวที่จะพูดคุยกับคนในครอบครัวเกี่ยวกับเรื่องความแตกต่าง ไม่ว่าจะเป็นภายนอกหรือภายใน ใช้โอกาสในการตั้งคำถามของลูกน้อยเพื่ออธิบายให้เขาเข้าใจว่าถึงแตกต่างแต่ก็ไม่เป็นไร เพราะทุกคนสามารถอยู่ร่วมกันได้ค่ะ

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นแล้วต้องระวังไม่ให้ถามละลาบละล้วงจนเกินไป ควรถามก็ต่อเมื่อตอนที่อีกฝ่ายพร้อมเปิดใจให้ ถึงตอนนั้นหน้าที่ของเราคือรับฟังอย่างเต็มใจค่ะ

 

เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ

การได้เรียนรู้หรือลองอะไรใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นการเรียนภาษาต่างประเทศด้วยกัน พาเจ้าตัวน้อยไปเที่ยวที่ๆ ไม่เคยไปมาก่อน หรืออ่านหนังสือ ดูสารคดีเรียนรู้สังคมและวัฒนธรรมอื่นๆ ที่เราอาจจะยังไม่คุ้นชิน อย่าตั้งอคติกับสิ่งที่เราไม่เคยลอง การได้ทำความคุ้นเคยกับวัฒนธรรมต่างๆ จะสอนให้เจ้าตัวน้อยนั้นไม่รู้สึกกลัวอะไรที่ผิดแปลกไปจากความเข้าใจของเขา โลกเราไม่ได้มีแค่คนที่เหมือนเราอย่างเดียว แต่มีความหลากหลายไม่รู้จบ

ซึ่งการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องยากหรือซับซ้อน การให้เจ้าตัวน้อยได้ลองอาหารจานอร่อยจากประเทศหรือภูมิภาคอื่นๆ ก็ถือว่าเป็นการเรียนรู้วัฒนธรรมผ่านอาหารการกินได้แล้ว

อย่ากลัวที่จะเปลี่ยน

เป็นปกติที่พอเรายึดมั่นกับความเชื่อหนึ่งไปแล้ว ก็ต้องมีบ้างที่เราจะรู้สึกยึดติดกับมัน ไม่กล้าปล่อยไปเสียทีเดียว ความเปลี่ยนแปลงถึงแม้จะเป็นสิ่งที่น่ากลัวแต่การเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีย่อมส่งผลบวกให้เราเสมอ พยายามส่งเสริมให้คนในครอบครัวได้ลองอะไรใหม่ๆ ออกจาก comfort zone ที่คุ้นเคยบ้าง

แต่ด้วยลิมิตของคนเรานั้นมีไม่เท่ากัน โดยเฉพาะถ้าหากในครอบครัวมีคนที่มีปัญหาเกี่ยวกับความวิตกกังวลอยู่ การค่อยๆ เปิดใจควรทำอย่างค่อยเป็นค่อยไปทีละน้อย ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนทันทีค่ะ

Writer Profile : phanthirapuyou

  • Blog :
  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



ชีวิตครอบครัว ชีวิตครอบครัว
2 กุมภาพันธ์ 2564
Update
ไลฟ์สไตล์ ไลฟ์สไตล์
เคยกลับบ้านมาแล้วกรี๊ดลั่นบ้านเพราะเจ้าตัวแสบไปวิ่งเล่นเลอะเทอะกันไหมคะ ? หรือแต่งตัวลูกอย่างดีไปทานข้าวนอกบ้าน แต่คุณลูกก็ทำซอสหกใส่ ไอติมหล่นไปเป็นก้อน เละทั้งตัว วันนี้ ParentsOne มีเสื้อเด็กที่เจ๋งมากๆ จาก GQ : the good day lab™ มาลองรีวิวให้ได้ชมกันค่ะ 🛒 ช้อปเลยที่ -> https://gqsize.link/bZT7Sx แกะกล่อง GQ : the good day lab™ เสื้อเด็ก ฟีเจอร์เพียบ คุณภาพ GQ ขึ้นชื่อว่า GQ ก็มั่นใจได้เรื่องคุณภาพค่ะ ผ้านุ่ม เบาบาง เหมาะกับอากาศเมืองไทย ใส่วิ่งสบายๆ ที่แปลกตาคือเป็นเสื้อที่ไม่มีป้ายแท็กค่ะ ทั้งด้านหลังคอเสื้อ หรือข้างใน ไม่ต้องห่วงว่าจะเคืองหรือคันเลย กระดุมแข็งแรงเอามากๆ ใช้แรงผู้ใหญ่ดึงแรงๆ ก็ไม่มีปัญหาเลย ไฮไลท์สำคัญที่คุณแม่แทบกรี๊ด คือเป็นไม่เปื้อนค่าาาา เทน้ำ เทนมใส่เสื้อ ไม่เปียกเลย สะบัดสองที หายปกติ ซึ่งถ้าใครเคยเห็นโฆษณา GQ ที่เสื้อเชิ้ตขาวไปทำงานคุณพ่อ โดนกาแฟหกใส่ แต่ผ้าไม่เปื้อนเลย เทคโนโลยีผ้าสะท้อนน้ำ ตอนนี้มาอยู่ในเสื้อเด็กแล้ววววว ทีมงานทดสอบเทน้ำสีผสมอาหาร นม หรือแม้แต่ซอสมะเขือเทศลงบนเสื้อ ก็ไม่เปื้อนค่ะ ไม่น่าเชื่อมากๆ ข้อดีที่สุดของผ้าแบบนี้ คือทำให้ชีวิตคุณแม่สบายขึ้นมาก พาลูกไปเที่ยว วิ่งเล่นสนามหญ้า พาไปทานก๋วยเตี๋ยว หรือให้ทานอะไร ก็ไม่ต้องกลัวเสื้อสวยๆ เลอะ แถมประหยัดเวลาซักผ้าด้วย ไม่ต้องมาคอยแช่ผ้าให้คราบมันออกแบบสมัยก่อน สำหรับเสื้อเด็ก the good day lab™…
8 ธันวาคม 2566

anal porno zdarma culi nudi al mare free sex videos antalya escort

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save