fbpx

ปลอดภัยไว้ก่อนกับเชื้อไวรัสโคโรน่าที่พ่อแม่ต้องรู้

Writer : Jicko
: 27 มกราคม 2563

ช่วงนี้คุณพ่อคุณแม่จะเห็นว่า สถานการณ์เกี่ยวกับโรคระบาดกำลังเป็นกระแสกันมากในช่วงนี้ ทั้ง PM 2.5 และที่ขาดไม่ได้เลยนั้นก็คือ “เชื้อไวรัสโคโรน่า” ที่ระบาดกันอยู่ช่วงนี้

นอกจากผู้ใหญ่อย่างเราๆ ที่กลัวแล้ว เด็กๆ ก็ยิ่งน่าเป็นห่วงเข้าไปกันใหญ่ วันนี้ทาง Parentsone จึงมีวิธีป้องกันกับโรคระบาดอย่างเชื้อไวรัสโคโรนา มาฝากคุณพ่อคุณแม่กัน เพื่อความปลอดภัยของลูกน้อย จะมีอะไรบ้าง ไปดูกันเลย

ไวรัสโคโรน่า คืออะไร ?

ไวรัสโคโรน่า เป็นเชื้อไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคปอดอักเสบติดเชื้อ รวมไปทั้งโรคปอดอักเสบรุนแรง พบได้ทั้งในสัตว์และในคน ซึ่งเป็นเชื้อไวสัสที่กำลังระบาดอยู่ในช่วงนี้ และเป็นสายพันธุ์ใหม่ 2019

ไวรัสโคโรน่า สามารถติดต่อผ่านคนสู่คนได้ทางไหนบ้าง ?

  • การสัมผัสน้ำมูก
  • น้ำลาย
  • เสมหะของผู้ป่วย
  • ตา
  • จมูก
  • ปาก

อาการของโรค

ข้อสังเกตก็คือ หากภายใน 14 วัน หลังเดินทางกลับจากพื้นที่เสี่ยงในจีน แล้วพบว่า

  • มีไข้สูง ปวดหัว
  • ไอ เจ็บคอ
  • มีน้ำมูกไหล
  • หายใจเหนื่อยหอบ
  • แน่นหน้าอก
  • ปวดเมื่อยตามตัว

อาการเหล่านี้หากคุณพ่อคุณแม่ หรือลูกๆ หลานๆ มีอาการควรรีบไปพบแพทย์ทันที พร้อมแจ้งประวัติการเดินทางให้เจ้าหน้าที่ทราบก็จะเป็นการดีค่ะ

แนวทางห่างไกลโคโรน่า

เพราะว่าไวรัสนี้อันตรายอย่างมาก คุณพ่อคุณแม่ควรที่จะระมัดระวังและหมั่นคอยดูแลคนในครอบครัวอย่างใกล้ชิด ซึ่งวิธีป้องกันสามารถทำได้ดังนี้

  • หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่ที่แออัด หรือสถานที่ที่คนหนาแน่น
  • สวมหน้ากากอนามัยทุกครั้งเมื่อออกไปที่สาธารณะ
  • ไม่สัมผัสกับผู้ป่วยและสัตว์ที่กำลังป่วย หรือหลีกเลี่ยงการไปตลาดค้าสัตว์หรือสินค้าสัตว์
  • ไม่ทานอาหารสุกๆ ดิบๆ กินร้อน ช้อนกลาง
  • ไม่ใช้ของร่วมกับผู้อื่น ทั้งเสื้อผ้า ช้อน ชาม ผ้าเช็ดหน้า แก้วน้ำ ผ้าเช็ดตัว เป็นต้น
  • หมั่นล้างมือให้สะอาด ด้วยน้ำ และสบู่ อย่างน้อย 20 วินาที หรือใช้เจลล้างมือหรือแอลกอฮอล์
  • พักผ่อนให้เพียงพอ
  • หากมีอาการไข้ ระบบทางเดินหายใจมีปัญหา ให้รีบพบแพทย์โดยด่วน

 

บอกได้เลยว่าเจ้าไวรัสตัวนี้ไม่ธรรมดาจริงๆ นะคะ ยังไงก็อยากจะแนะนำคุณพ่อคุณแม่เฝ้าระวัง และช่วงนี้ก็ควรที่จะหยุดอยู่บ้าน หลีกเลี่ยงการออกเดินทางได้ยิ่งดีนะคะ เพราะเราไม่รู้หรอกว่าการไปที่ต่างๆ ที่มีผู้คนมากหน้าหลายตาแบบนั้น เราจะติดเชื้อโรคมาได้บ้าหรือเปล่า ยังไงก็ดูแลสุขภาพกันเยอะๆ นะคะ

 

 

 

Writer Profile : Jicko

  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

 

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



Update
ข่าว ข่าว
การกอด เป็นวิธีการบอกรักรูปแบบหนึ่งที่ทำได้ง่าย นอกจากจะช่วยทำให้รู้สึกอบอุ่นและมีความสุขแล้ว ยังช่วยกระตุ้นการทำงานของฮีโมโกลบิน ทำให้การลำเลียงของออกซิเจนไปเลี้ยงเนื้อเยื่อส่วนต่าง ๆ ให้ทำงานได้อย่างทั่วถึงอีกด้วย นายแพทย์บัญชา ค้าของ รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า จากการเก็บข้อมูลขของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ที่ได้ทำการศึกษาในกลุ่มคนจำนวน 724 คน ระยะเวลา 75 ปี พบว่า ปัจจัยที่ทำให้คนเราอายุยืนก็คือการมีปฏิสัมพันธ์ที่ดี โดยเฉพาะความสัมพันธ์ใกล้ชิดที่มีคุณภาพ ซึ่งการกอดคือหนึ่งในปัจจัยนั้น เพราะการกอดมีประโยชน์ต่อร่างกายและจิตใจ ที่ช่วยให้ผู้ถูกกอดรู้สึกอบอุ่นและเป็นสุข ซึ่งผู้ที่ได้รับการกอดหรือกอดผู้อื่น จะช่วยทำให้เกิดความกระตือรือร้น บรรเทาความเจ็บป่วย ซึมเศร้า ความวิตกกังวล  ตามคำแนะนำของเวอร์จิเนีย ซาเทียร์ นักจิตวิทยาครอบครัวที่มีชื่อเสียงระดับโลกชาวแคนาดา ที่พบว่าการกอดวันละ 4 ครั้ง เพื่อการดำรงชีวิต วันละ 8 ครั้ง เพื่อการดำเนินชีวิต และ 12 ครั้ง เพื่อจิตใจและการเจริญเติบโตของร่างกาย ดังนั้นการกอดจึงเป็นการการทำง่ายๆ ที่เราสามารถทำได้ทุกวัน วันละหลายครั้ง เพื่อเพิ่มความอบอุ่นและความสุขให้ครอบครัวของเรา อ้างอิงจาก https://multimedia.anamai.moph.go.th/news/news140263/
20 กุมภาพันธ์ 2563

anal porno zdarma culi nudi al mare free sex videos antalya escort