fbpx

First Aid ปฐมพยาบาลเบื้องต้นที่คุณแม่ควรรู้

Writer : blahblahboong
: 19 กรกฏาคม 2560

เพราะเป็นเด็ก จึงไม่แปลกที่จะเจ็บตัวเล็ก ๆ น้อย ๆ โดยไม่ได้ตั้งใจอยู่เสมอ คุณแม่ควรมีความรู้เกี่ยวกับการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ไว้ช่วยเหลือเด็ก ๆ ในกรณีที่เกิดเหตุการฉุกเฉินไม่คาดคิด 

เลือดกำเดา

  • ให้เด็กก้มหน้าลง จะเป็นนั่งหรือยืนก็ได้แต่ห้ามนอน
  • ใช้นิ้วกดจมูกด้านที่เลือดกำเดาไหล
  • ใช้ความเย็นประคบดั้งจมูก 1-2 นาที
  • หากเลือดยังไม่หยุด ให้ใช้ผ้านุ่ม ๆ สอดเข้าไปในรูจมูกข้างที่เลือดออกทิ้งไว้สักครู่ใหญ่ สังเกตดูว่าเลือดหยุดไหลหรือยัง
  • กรณีเลือดไหลไม่หยุดเกินครึ่งชั่วโมงขึ้นไปต้องรีบนำส่งโรงพยาบาล

มีดบาด

  • ต้องห้ามเลือดก่อน
  • ทำความสะอาดแผล และใส่ยาเหมือนแผลถลอก

หากเป็นแผลใหญ่เมื่อห้ามเลือดแล้วควรรีบนำเด็กส่งโรงพยาบาล เพราะอาจต้องเย็บแผล สำหรับแผลที่สกปรกมาก หรือสิ่งที่บาดนั้นมีสนิมต้องได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันบาดทะยัก หากเลือดออกมากใช้วิธีกดห้ามเลือดไม่ได้ผล ให้ใช้วิธีรัดส่วนเหนือของแผลด้วยผ้าแล้วใช้ไม้สอดเข้าไปในผ้านั้น พร้อมหมุนไม้ไปทางเดียวกันขันจนแน่น

การห้ามเลือดวิธีนี้จะปิดกั้นไม่ให้เลือดไหลผ่านบริเวณที่มีบาดแผลทำให้เลือดหยุดไหลแต่ต้องคลายผ้าเป็นระยะเพื่อป้องกันเนื้อเยื่อตาย เช่น รัดนาน 5 นาที คลายออก 1 นาทีและรีบนำเด็กส่งโรงพยาบาลโดยด่วน

จมน้ำ

  • ช่วยเด็กขึ้นมากจากน้ำให้เร็วที่สุด และดูว่ายังหายใจ รู้สึกตัวอยู่หรือไม่
  • ห้ามนำเด็กขึ้นพาดบ่า เพราะท่านี้ไม่สามารถทำให้น้ำไหลออกมาจากปอดได้
  • ควรปฐมพยาบาลเด็กด้วยการผายปอดอย่างถูกวิธี
  • รีบนำลูกส่งโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด

ชัก

ควรทำ

  • ตั้งสติ

ก่อนอื่นต้องตั้งสติให้มั่น อย่ามัวตกใจเกินไป เพราะการปฐมพยาบาลจะเป็นไปอย่างร้อนรน และอาจจะทำให้เกิดความผิดพลาดได้

  • นอนในที่โล่ง

ขณะที่ชักหากลูกอยู่บนที่สูงหรือบริเวณที่มีสิ่งของวางกระจัดกระจายอยู่ใกล้ๆ ต้องนำลูกไปนอนในที่โล่งๆ เพื่อป้องกันลูกตกจากที่สูง หรือป้องกันมือฟาดไปโดนสิ่งของตกลงมากระแทกตัวลูก

  • นอนตะแคง

เพื่อป้องกันเสมหะ อาหาร ลิ้น หรือน้ำลายอุดตันหลอดลม ควรให้ลูกนอนตะแคงศีรษะต่ำเล็กน้อย หรือนอนหงายแล้วหันศีรษะไปข้างใดข้างหนึ่ง

  • ปลดเสื้อผ้าให้หลวม

คลายเสื้อผ้าของลูกออก เพื่อไม่ให้อึดอัดและสะดวกต่อการปฐมพยาบาล

  • เช็ดตัวด้วยน้ำอุ่น

หาก มีไข้สูง คุณพ่อคุณแม่ควรเช็ดตัวด้วยน้ำธรรมดาหรือน้ำอุ่น ตามซอกขาหนีบ รักแร้ ซอกคอ และศีรษะ คอยเปลี่ยนผ้าให้เย็นอยู่เสมอ เพื่อให้ไข้ลดลงโดยเร็วที่สุด ซึ่งอาการชักจากไข้จะเป็นอยู่ไม่นานเกิน 15 นาทีและจะหยุดเอง

  • ส่งโรงพยาบาล

ถ้าชักเกิน 10 นาที หรือชักซ้ำ ขณะที่ลูกยังไม่ฟื้นเป็นปกติควรรีบนำลูกส่งโรงพยาบาล เพื่อหาสาเหตุและรักษาให้ถูกต้องต่อไป

ไม่ว่าอาการชักของลูกจะมาจากสาเหตุอะไร คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรไว้วางใจ เมื่อปฐมพยาบาลเบื้องต้นแล้วควรรีบพาลูกไปพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุและรักษาโดยเร็ว เพื่อป้องกันผลเสียหายต่อสมองที่อาจจะเกิดขึ้นได้

ห้ามทำเด็ดขาด

  • อย่าอุ้มเด็กขึ้นมากอดไว้ขณะเด็กชัก
  • อย่าเขย่าหรือตีลูก
  • อย่าใช้นิ้วมือของตัวเองสอดเข้าไปในปากลูก
  • อย่าฝืนง้างปากลูก เพราะอาจทำให้ฟันและขากรรไกรหักได้

อาหารติดคอ

  • คุณพ่อคุณแม่ต้องตั้งสติให้ดี
  • จับลูกพาดแขนหรือขา โดยให้ส่วนหัวต่ำกว่าลำตัว
  • ใช้มือกระแทกที่กลางหลังลูก ความแรงขึ้นอยู่กับลำตัวและอายุของลูก กระแทกติดกันเร็ว ๆ 5 ครั้ง
  • เปิดปากลูกให้กว้างพอและดูว่ามีอะไรอยู่ในปากให้รีบเอาออก แต่ถ้ามองไม่เห็นไม่ต้องใช้มือควานเข้าไปดู เพราะนิ้วมืออาจดันสิ่งของนั้นเข้าไปลึกกว่าเดิม
  • ถ้ามองไม่เห็นสิ่งของในปากลูก จับลูกนอนหงายราบศีรษะไปกับพื้นอย่าให้หัวอยู่สูงกว่าตัวเด็ดขาด ใช้นิ้วกลางและนิ้วชี้กระทุ้งหน้าอกลูกเร็ว ๆ 5 ครั้ง
  • ทำซ้ำกันจนกว่าของจะออกระหว่างที่ทำให้รีบเรียกรถพยาบาลด่วน หรือรีบพาลูกไปโรงพยาบาล

แมลงเข้าหู

  • ต้องทำให้แมลงตายโดยใช้น้ำมันพืช หยอดเข้าไปในหู
  • ทิ้งไว้สักครู่แมลงจะตายและลอยขึ้นมา
  • ตะแคงหูเพื่อให้แมลงและน้ำมันไหลออกมาให้หมด
  • ใช้สำลีเช็ดทำความสะอาดอีกครั้ง

หัวโน

  • ถ้ามีอาการหัวปูด หัวโน รอยฟกช้ำ ควรประคบเย็นให้ลูก จะช่วยให้เลือดหดตัว และลดอาการบวมได้
  • ถ้ามีบาดแผล ปากแตกหัวแตก ควรล้างแผลด้วยน้ำสะอาดก่อนและประคบเย็นเพื่อลดอาการบวม
  • แขน-ขา แพลง ถ้ามีอาการบวมก็ใช้การประคบเย็นก่อน แต่ถ้าไม่แน่ใจว่ากระดูกจะเป็นอะไรหรือเปล่าให้พาลูกส่งโรงพยาบาล

ไฟไหม้ น้ำร้อนลวก

  • ฉีดหรือตัดผ้าบริเวณที่โดนน้ำร้อนลวกออก
  • เสื้อผ้าที่โดนไฟไหม้  ถ้าติดที่แผลแล้วไม่ต้องดึงออก
  • ถอดเครื่องประดับออกจากตัวให้หมด เพราะแผลจะบวมในภายหลัง
  • บริเวณที่โดนไฟไหม้ หรือ น้ำร้อนลวกควรทำให้เย็นลงให้เร็วที่สุด

สุดท้ายแจ้งหน่วยฉุกเฉิน 1669

Writer Profile : blahblahboong

  • Blog :
  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

 

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



วิธีการสอนให้ลูกรับมือกับความผิดหวัง
เตรียมตัวเป็นแม่
Update
ข่าว ข่าว
ไข่เป็นแหล่งโปรตีนที่มีคุณภาพสูง หาได้ง่าย และเหมาะสมสำหรับทุกเพศ ทุกวัย เป็นแหล่งของแร่ธาตุและวิตามินอีกมากมาย  ซึ่งมีประโยชน์ต่อเด็กวัยเรียน ดร.สาธิต  ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ไข่ไก่ 1 ฟอง ให้พลังงาน 80 กิโลแคลอรี และมีโปรตีนที่มีคุณภาพดีที่สุดโดยมีประสิทธิภาพในการดูดซึมสูงกว่าอาหารชนิดอื่น อีกทั้งยังช่วยสร้างการเจริญเติบโตและกระตุ้นการทำงานของประสาทและสมองอีกด้วย โดยในเด็กวัยเรียนควรกินไข่ไก่วันละ 1 ฟอง ควบคู่กับการดื่มนมวันละ 2 แก้ว และส่งเสริมให้เด็กออกกำลังกายเป็นประจำทุกวัน วันละ 60 นาทีหรืออย่างน้อยสัปดาห์ละ 5 วัน เพื่อให้เด็กเจริญเติบโตอย่างเต็มศักยภาพ นอกจากนี้แพทย์หญิงพรรณพิมล  วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย ยังกล่าวอีกว่า เด็กแต่ละวัยจะบริโภคไข่ในปริมาณที่ต่างกัน และควรกินอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่ พยายามให้ลูกกินผักหลากสี อาจนำผักผสมเข้าไปในเมนูไข่ แนะนำเป็นไข่ต้มหรือไข่ตุ๋นจะดีต่อสุขภาพมากกว่า ควรหลีกเลี่ยงการกินไข่ดิบ และขนมปังไข่ดาวใส่เบคอนหรือไส้กรอก เพราะจะได้รับปริมาณไขมันสูงมากจากเบคอน น้ำมันที่ใช้ทอด และเนยที่ทาขนมปัง อ้างอิงจาก กรมอนามัย
16 ตุลาคม 2562