fbpx

วิธีช่วยให้ลูกมีนิสัยรักการอ่าน

Writer : giftoun
: 20 ธันวาคม 2560

หลายคนคงสงสัยว่านิสัยรักการอ่านนี้จะปลูกฝังให้ลูกรักได้อย่างไรบ้าง วันนี้ Parentsone มีเคล็ดไม่ลับมาฝากคุณพ่อและคุณแม่กันค่ะ

อ่านให้ลูกฟังตั้งแต่ยังเล็ก

เมื่อคุณแม่เริ่มปรับตัวหลังจากคลอดได้แล้ว อยากให้คุณแม่ลองหยิบนิทานมาอ่านให้ลูกฟังตั้งแต่ยังเล็ก จะได้ซึมซัมนิสัยรักการอ่านภายในตัวและสานสัมพันธ์ระหว่างแม่ลูกได้อย่างดีอีกด้วยค่ะ

ระหว่างอ่านให้ฟัง ลองใช้เสียงหลายรูปแบบ

เพื่อความเพลิดเพลินในการอ่านหนังสือ คุณแม่สามารถลองใช้เสียงหลายรูปแบบในการอ่านหนังสือให้ฟังก็ดีนะคะ

มีมุมหนังสือที่หยิบง่าย

การที่มุมนึงของบ้านจะมีชั้นหนังสือที่หยิบง่ายเป็นการปลูกฝังให้ลูกรักการอ่านได้ เมื่อสร้างสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการเห็นหนังสือโดยง่ายแล้ว ลูกเห็นทุกวันก็ต้องมีการอยากหยิบมาบ้างล่ะ

พาไปห้องสมุดบ้างถ้ามีโอกาส

บางครอบครัวอาจมีอุปสรรคในการซื้อหนังสือดีๆ แพงๆ อย่างน้อยห้องสมุดประจำห้องเรียนก็ช่วยลูกทางหนึ่ง อาจจะต้องเลือกสถานที่นิดนึงเพราะสำหรับเด็กหลายคน ห้องสมุดที่เต็มไปด้วยหนังสือผู้ใหญ่อาจทำให้เขาหวาดกลัวมากกว่ามุมเล็กๆ ในห้องเรียนของเขา

ลองให้ลูกเลือกหนังสือด้วยตัวเอง

ถ้ามีโอกาสลองให้ลูกเลือกซื้อหนังสือที่ชอบด้วยตัวเองก็ดีเหมือนกัน นอกจากจะเพลิดเพลินกันการเลือกซื้อแล้ว ยังสนุกที่ได้เลือกหนังสือด้วยตัวเองจนอยากรีบกลับบ้านไปอ่านเลยทีเดียวค่ะ

ให้ลูกๆ ลองแต่งตอนต่อไปของเรื่องราวที่อ่านดู

วิธีการนี้จะทำให้ลูกเข้าใจความสัมพันธ์ของเหตุและผล และสามารถระบุได้ว่าเหตุการณ์ใดที่เป็นสาเหตุของอีกเหตุการณ์ อีกทั้งยังเสริมสร้างจินตนาการได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

ชมทุกครั้งที่ลูกหยิบหนังสือขึ้นมาอ่าน

เวลาลูกหยิบหนังสือขึ้นมาอ่าน คุณพ่อและคุณแม่ลองชมลูก เพราะบางคนจะปากแข็ง คิดว่าถ้าชมมากลูกจะเหลิง แต่จริงๆ แล้วเป็นการให้กำลังใจและย้ำว่าสิ่งที่ลูกทำนั้นดีอยู่แล้ว ควรทำต่อไป

เมื่อรู้วิธีที่ทำให้ลูกรักการอ่านที่ไม่ยากแล้ว วันนี้มาเริ่มปลูกฝังให้ลูกรักการอ่านกันดีกว่าค่ะ

ที่มา

Writer Profile : giftoun


  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

 

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



6 สถานที่ที่เหมาะพาลูกไปปั่นจักรยาน
กิจกรรมของครอบครัว
กิจกรรมช่วงปิดเทอมสำหรับเด็ก
เด็กวัยเข้าโรงเรียน
12 ข้อดีจากการให้นมแม่
เตรียมตัวเป็นแม่
Update
ข่าว ข่าว
ในปัจจุบันพบว่าเด็กและวัยรุ่นเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 เพิ่มขึ้นถึง 27% สาเหตุหนึ่งมาจากพฤติกรรมบริโภคหวานและขนมในโรงเรียนนั่นเอง ทางสำนักการศึกษา กทม. จึงได้มีโครงการเสริมสร้างศักยภาพของเด็กและเยาวชน เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีในพื้นที่กรุงเทพฯ โดยสนับสนุนการจัดเมนูอาหารให้ถูกหลักโภชนาการ เหมาะกับความต้องการของนักเรียนแต่ละคน รวมถึงโครงการเด็กไทยไร้พุง ซึ่งเป็นโครงการส่งเสริมให้นักเรียนออกกำลังกาย เพื่อควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน  นอกจากนีโรงเรียนในสังกัด กทม. ยังได้ร่วมมือกับสำนักงานเขต โดยครูและฝ่ายเทศกิจช่วยกันดูแลคุณภาพอาหารและความปลอดภัยของร้านอาหารแผงลอยหน้าโรงเรียนและบริเวณใกล้เคียง อีกทั้งรณรงค์ไม่ดื่มน้ำอัดลมและผลักดันให้ปลอดน้ำอัดลมในโรงเรียนสังกัด กทม. โดยทุกโรงเรียนในสังกัด กทม. ไม่จำหน่ายน้ำอัดลมภายในโรงเรียน ตามมาตรการประเมินคุณภาพสถานศึกษาอีกด้วย อ้างอิงจาก https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/856701  
4 ธันวาคม 2562