fbpx

5 แนวทางแก้ปัญหาลูกไม่ยอมนอน ลองทำตามวิธีนี้ลูกหลับปุ๋ยแน่นอน

Writer : giftoun
: 3 มกราคม 2562

เมื่อปัญหาลูกไม่ยอมนอนกลายเป็นปัญหาใหญ่ที่คุณแม่หลายคนปวดหัวเป็นอย่างมาก จะมีวิธีใดที่จะแก้ปัญหาลูกไม่ยอมนอนบ้าง มาดูกันเลยค่ะ

สร้างบรรยากาศที่ดีก่อนนอน

ทั้งอากาศที่ร้อนเกินไปและแสงสว่างจ้า ต่างก็มีผลต่อการนอนของลูกทั้งนั้น คุณพ่อคุณแม่ควรเช็กให้ห้องของลูกมีสภาพแวดล้อมบรรยากาศที่น่านอน ลดสิ่งเร้ารบกวนต่างๆ เพื่อให้เขาได้ผ่อนคลาย และหลับง่ายขึ้น เช่น ไม่มีเสียงรบกวน ห้องมืดสนิท อุณหภูมิเหมาะสม ห้องสะอาด ที่นอนโล่งสบาย เป็นต้น

ไม่เล่นกับลูกก่อนนอน

การที่คุณแม่เล่นกับลูกก่อนนอนจะยิ่งทำให้ลูกยิ่งตื่นตัวมากขึ้นจนนอนหลับได้ยาก ทางที่ดีควรงดเล่นกับลูกก่อนนอนจะดีที่สุดค่ะ เมื่อลูกร้องแล้วคุณพ่อคุณแม่รีบเข้าไปอุ้ม ให้กินนม หรือเขย่า ลูกจะเรียนรู้ว่าพอร้องแล้วพ่อแม่จะมาหา มาให้กินนม จะทำให้ร้องบ่อย เพราะฉะนั้นต้องใจแข็งไม่เข้าไปหาตอนลูกจะนอนค่ะ

กินนมก่อนนอน

การกินนมก่อนนอนจะช่วยให้ลูกหลับสบายยิ่งขึ้น แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการนอนหลับจากโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยวินโทรป ในรัฐนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา บอกไว้ว่า ในนมสดนั้นมีกรดอะมิโนชื่อว่า “ทริปโตเฟน” ซึ่งช่วยควบคุมการผลิตสารเมลาโทนินในร่างกาย เพื่อทำหน้าที่คลายความตึงเครียดลงของระบบประสาท ทำให้รู้สึกง่วง และช่วยให้หลับสบายตลอดคืนค่ะ

ไม่กินเยอะจนอึดอัด

การให้ลุกน้อยกินมากเกินไป จนมีอาการอึดอัด แน่นท้องนั้น จะทำให้ลูกมีอาการเหมือนกับนอนหลับไม่สนิท วิธีแก้ไข คือ จำกัดปริมาณนมที่ลูกกิน ไม่ให้มากเกินไป จริงอยู่ที่ว่า การกินนมแม่มากเท่าไร ก็ไม่เป็นโรคอ้วน แต่หากกินมากเกินไป ก็ทำให้รู้สึกอึดอัดไม่สบายตัว นอนหลับไม่ดีก็เป็นได้ หากลดปริมาณนมลงได้ อาการดังกล่าวหายไป ลูกจะนอนหลับได้ดีขึ้น ในช่วงที่ยังลดปริมาณนมที่กินยังไม่ได้ การใช้ยาขับลมหรือยาแก้ท้องอืด การจับเรอ อาจบรรเทาอาการได้บ้างค่ะ

คุณแม่ควรหลีกเลี่ยงคาเฟอีน

เครื่องดื่มบางอย่างเช่น กาแฟ ชา น้ำอัดลง โกโก้ ช็อคโกแลต เป็นต้น มักจะมีคาเฟอีนซึ่งอาจออกทางน้ำนมแม่ ทำให้เด็กบางคนนั้นไวกับคาเฟอีนได้ ถึงแม้ว่าแม่กินแค่วันละแก้วก็อาจส่งผลทำให้ลูกหลับยากได้ แนะนำว่าคุณแม่ควรหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนเป็นส่วนผสมจะดีที่สุดค่ะ

พอจะรู้แนวทางแก้ปัญหาลูกไม่ยอมนอนกันแล้วนะคะ คุณแม่สามารถนำไปปรับใช้ตามความเหมาะสมได้เลยค่ะ

ที่มา

Writer Profile : giftoun


  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

 

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



6 สถานที่ที่เหมาะพาลูกไปปั่นจักรยาน
กิจกรรมของครอบครัว
วิธีช่วยให้ลูกมีนิสัยรักการอ่าน
กิจกรรมของครอบครัว
12 ข้อดีจากการให้นมแม่
เตรียมตัวเป็นแม่
Update
ข่าว ข่าว
ในตอนนี้กำลังมีเชื้อไวรัสระบาด โดยระบาดมาจากทางเมืองอู่ฮั่น ประเทศเทศจีน ซึ่งในขณะนี้มียอดผู้ติดเชื้อแล้วกว่า 554 ราย และเสียชีวิต 17 ราย ส่วนที่ประเทศไทยพบผู้ติดเชื้อ 3 คน โดยหนึ่งในนั้นเป็นคนไทยรายแรกอยู่ที่จังหวัดนครปฐม  โรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือที่รู้จักกันในชื่อ “ไวรัสอู่ฮั่น” ซึ่งเป็นเป็นโรคติดต่อทางเดินหายใจจากไวรัส แพร่กระจายทางระบบทางเดินหายใจเป็นหลัก เป็นไวรัสกลุ่มใหญ่ที่พบได้ทั้งในคนและในสัตว์ และติดต่อจากคนสู่คนได้ แต่ไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด  โดยในประเทศไทยได้มีมาตรการป้องกัน ด้วยการคัดกรองผู้โดยสารที่บินตรงมาจากเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน มีการเปิดศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน (EOC) เพื่อเฝ้าระวังผู้ป่วยที่เดินทางมาจากเมืองอู่ฮั่นอย่างเข้มข้น นักท่องเที่ยวทุกคนจะได้รับบัตรเฝ้าระวังสุขภาพ (Health Beware Card) ให้สังเกตอาการและยื่นให้กับโรงพยาบาลทราบเวลาไปตรวจรักษา ผู้ป่วยที่มีอาการเข้าข่ายได้รับโรคจะถูกแยกกักจนกว่าจะตรวจยืนยันเชื้อก่อโรคได้ ส่วนถ้ายืนยันว่าติดเชื้อสายพันธุ์ใหม่จริงก็จะมีการติดตามญาติที่เดินทางมาด้วยกันมาตรวจหาเชื้อด้วย ส่วนองค์การอนามัยโลก (WHO) ยังไม่ได้ประกาศให้โรคปอดอักเสบแพร่ระบาดจากไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่นี้เป็นสถานการณ์ฉุกเฉินระหว่างประเทศ เนื่องจากยังต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับกรณีการอุบัติและระบาดของไวรัสสายพันธุ์ใหม่นี้ เพราะข้อมูลที่ทุกฝ่ายมีอยู่ยังไม่สามารถสรุปได้ว่า ตัวไวรัสมีการแพร่เชื้อได้อย่างไร และลักษณะอาการทางคลินิก ความรุนแรงของโรค ขอบเขตการกระจายของไวรัสเป็นอย่างไร รวมถึงแหล่งกำเนิดของไวรัสคืออะไร สำหรับเกณฑ์การเฝ้าระวัง คือ มีอาการไข้ตั้งแต่ 38 องศาเซลเซียส  ร่วมกับมีอาการของระบบทางเดินหายใจ เช่น ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก หายใจเหนื่อยหรือหายใจลำบากอย่างใดอย่างหนึ่ง และที่สำคัญคือเพิ่งเดินทางมาจากเขตพื้นที่โรคระบาด คือ เมืองฮู่ฮั่นภายใน 14 วัน ให้สวมหน้ากากอนามัย และรีบไปพบแพทย์หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุขทันที พร้อมทั้งแจ้งประวัติการเดินทาง เนื่องจากมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนปอดบวม และมีอาการรุนแรง ถึงขั้นเสียชีวิตได้ และเพื่อเป็นการป้องกัน ในระหว่างนี้หากมีการเดินทางไปต่างประเทศ ก็ควรสวมหน้ากากอนามัย หลีกเลี่ยงอยู่ใกล้ชิดกับผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ ล้างมือให้สะอาดอยู่เสมอ พยายามอย่านำมือมาสัมผัสตา จมูก และปากโดยไม่จำเป็น รวมไปถึงไม่ใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น อ้างอิงจาก https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/863229 https://www.springnews.co.th/global/605467 https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/863088 https://workpointnews.com/2020/01/22/viral-pneumonia/…
23 มกราคม 2563