fbpx

NEWS: อย่าลืมพาลูกไปฉีดวัคซีน ป้องกันโรคหัดและโรคในเด็กอื่นๆ

Writer : Lalimay
: 4 กุมภาพันธ์ 2562

วัคซีนเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับเด็กเพราะจะช่วยป้องกันโรคที่เกิดขึ้นได้เด็ก โดยเฉพาะโรคหัด โรคที่อันตรายในกลุ่มเด็กเล็กมากๆ ซึ่งเด็กเล็กควรได้รับวัคซีนป้องกันโรคหัด 2 ครั้ง

จากการเฝ้าระวังของกรมควบคุมโรคพบรายงานผู้ป่วยเป็นกลุ่มก้อนแล้ว 6 เหตุการณ์โดยสถานที่ที่พบคือ โรงเรียน (33.33%) ที่พัก (22.22%) และคาดว่าในสัปดาห์นี้จะพบผู้ป่วยเป็นกลุ่มเพิ่มสูงขึ้นในจังหวัดภาคใต้ตอนล่าง เนื่องจากเป็นพื้นที่ได้รับวัคซีนป้องกันโรคหัดไม่ทั่วถึง

โรคหัดเป็นโรคที่แพร่กระจายผ่านละอองเสมหะ น้ำมูก น้ำลายและในอากาศ โดยผู้ป่วยจะมีอาการไข้ น้ำมูกไหล ไอแห้งๆ แสบตา ตาแดงประมาณ 3-4 วัน จากนั้นจะมีผื่นนูนแดงขึ้นจากหลังหู ลามไปที่ใบหน้าและทั่วร่างกาย ก่อนจะคงอยู่ประมาณ 1-2 สัปดาห์

โดยโรคหัดสามารถป้องกันได้ด้วยการให้เด็กเล็กรับวัคซีนป้องกัน 2 ครั้ง คือครั้งแรกตอนอายุ 9-12 เดือน โดยให้ในรูปของวัคซีนรวมป้องกันโรคหัด คางทูม หัดเยอรมัน (MMR) และให้ซ้ำอีกเป็นครั้งที่สองเมื่อเด็กอายุ 2 ปี 6 เดือน

อ้างอิงจาก

Writer Profile : Lalimay

  • Blog :
  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

 

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



Update
ข่าว ข่าว
ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา มีรายงานจากทวีปยุโรปและอเมริกาเหนือพบผู้ป่วยเด็กและวัยรุ่นที่เจ็บป่วยด้วยลักษณะที่คล้ายกับกลุ่มอาการคาวาซากิ ร่วมกับมีภาวะช็อก คือมีอาการเจ็บป่วยเฉียบพลัน ด้วยการอักเสบรุนแรงในหลายอวัยวะทั่วร่างกาย เบื้องต้นเชื่อว่ากลุ่มอาการนี้สัมพันธ์กับการติดเชื้อไวรัสโควิด 19 โดยภาวะนี้เรียกว่า Multisystem Inflammatory Syndrome in Children and Adolescents (MIS-C) แม้กลุ่มอาการนี้จะมีลักษณะคล้ายคลึงกับโรคคาวาซากิ ที่ทำให้เกิดภาวะหลอดเลือดอักเสบทั่วร่างกายที่พบในภูมิภาคเอเชีย แต่ก็มีหลายประเด็นที่แตกต่างกันคือ  กลุ่มอาการ MIS-C พบในเด็กโตอายุเกิน 5 ปีได้บ่อยกว่า  มีอาการของระบบทางเดินอาหารได้บ่อยถึงร้อยละ 67-100 และบางครั้งเป็นอาการนำก่อนที่จะมีอาการอื่นๆ หลายระบบตามมา  มีความผิดปกติของการทำงานหัวใจที่ค่อนข้างรุนแรง  มีระดับของเอนไซม์บางตัวสูงขึ้นอย่างชัดเจน (Triponin, BNPs) ซึ่งไม่ค่อยได้พบในโรคคาวาซากิ  มีปริมาณเกร็ดเลือดที่ค่อนข้างต่ำซึ่งต่างจากโรคคาวาซากิที่มักมีภาวะเกล็ดเลือดสูง  บางรายยังมีอาการของระบบประสาทหรือเยื่อหุ้มสมอง เช่น ปวดศีรษะ ซึม กระสับกระส่าย คอแข็ง ในรายที่รุนแรงพบเนื้อสมองบวม แต่สิ่งที่น่ายินดีคือพบว่าผู้ป่วยส่วนใหญ่ แม้ว่าจะมีอาการรุนแรง แต่ตอบสนองดีต่อการรักษาด้วยยาลดการอักเสบกลุ่ม IVIG หรือ สเตียรอยด์ เกือบทั้งหมดสามารถหายและกลับบ้าน ได้มีเพียงผู้ป่วยจำนวนน้อยที่เสียชีวิต   สำหรับในประเทศไทยยังไม่พบผู้ป่วยที่เข้าเกณฑ์การวินิจฉัยของ MIS-C เหมือนในต่างประเทศ แต่ถ้าหากผู้ปกครองพบมีเด็กอาการน่าสงสัยคือไข้สูงเกิน 3 วัน มีอาการทางเดินอาหาร หรือมีผื่นผิวหนัง ตาแดง สามารถปรึกษากุมารแพทย์ที่โรงพยาบาลใกล้บ้าน หรือสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี call center 1415  อ้างอิงจาก http://www.dms.go.th/Content/Select_Landding_page?contentId=21859
5 มิถุนายน 2563

anal porno zdarma culi nudi al mare free sex videos antalya escort