fbpx

NEWS: องค์กรอนามัยโลกเตือน โรคหัดอาจระบาดทั่วโลก อันตรายเป็นพิเศษสำหรับทารกเเละเด็กเล็ก

Writer : Lalimay
: 29 มีนาคม 2562

โรคหัดยังคงมาแรงมากในปีนี้ โดยโรคหัดนั้นอาจทำให้เสียชีวิตและยังอาจทำให้เกิดความพิการถาวร ในปีนี้สหรัฐอเมริกาได้รายงานการแพร่ระบาดของโรคหัดถึง 10 รัฐ

ด็อกเตอร์ คามิล ซาเบลลา (Dr. Camille Sabella) แห่งโรงพยาบาลเด็กคลีฟเเลนด์ (Cleveland Clinic Children’s) กล่าวว่า โรคหัดติดต่อกันได้ง่ายมาก เพราะ แพร่ระบาดจากละอองไอหรือจามของคนไข้ที่จะกระจายไปในอากาศ หากมีคนติดเชื้อในชุมชุนแล้ว ก็จะเกิดการแพร่ระบาดอย่างรวดเร็ว

เด็กที่ติดเชื้อโรคหัดจะมีอาการเบื้องต้นเหมือนเด็กที่เป็นหวัดธรรมดาๆ ทั่วไป โดยมีอาการน้ำมูกไหลแและไอ และจะไม่เป็นผื่นจนกระทั่ง 4 วันให้หลัง ซึ่งกว่าจะถึงเวลาที่ผื่นออกก็หมายความว่าคนป่วยสามารถแพร่กระจายเชื้อให้คนอื่นไปแล้ว

โรคหัดทำให้มีไข้สูงและอาจทำให้เกิดโรคปอดปวมซึ่งเป็นสาเหตุที่พบทั่วไปของการเสียชีวิตจากเชื้อไวรัสโรคหัดในเด็กเล็ก โรคหัดอาจทำให้เกิดอาการติดเชื้อในสมองเเละทำให้เสียชีวิตหรือก่อให้เกิดอาการพิการถาวร

สำหรับวิธีป้องกันโรคหัดที่ดีที่สุดคือการได้รับวัคซีน แต่มีเด็กหลายล้านคนที่ไม่ได้รับวัคซีนชนิดนี้ เพราะมีผู้ปกครองหลายคนที่มีความเชื่อว่าวัคซีนจะทำให้เป็นออทิสติก ซึ่งมีผลการศึกษาหลายชิ้นว่าไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด

อ้างอิงจาก

voathai.com/

Writer Profile : Lalimay

  • Blog :
  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

 

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



Update
ข่าว ข่าว
ปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาที่อยู่กับสังคมไทยมาอย่างยาวนาน โดยสถิติพบว่าผู้มีที่ติดยามีอายุน้อยลงเรื่อยๆ ซึ่งสถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติ บรมราชชนนี (สบยช.) พบว่า ผู้เข้ารับบำบัดรักษายาเสพติด เริ่มใช้ยาเสพติดตอนอายุน้อยที่สุดคือ 9 ขวบ หากเด็กมีการใช้ยาเสพติด แน่นอนว่าจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อสมอง คือ สมองหยุดพัฒนา สติปัญญาลดลง การเรียนรู้มีปัญหา มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคทางจิตประสาท เพราะสมองของเด็กวัยนี้ยังพัฒนาไม่เต็มที่ ซึ่งในคนปกติสมองจะพัฒนาอย่างเต็มที่ในช่วงอายุ 22-25 ปี ดังนั้นพ่อแม่จึงควรเป็นแบบอย่างที่ดี ไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด "ทุกชนิด" หมั่นสังเกตพฤติกรรมของลูก หากพบว่าลูกมีพฤติกรรมเสี่ยงหรือเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ควรพูดคุย บอกกล่าวถึงอันตรายและผลกระทบที่จะตามมา อย่าจับผิด ให้ติดตามเฝ้าระวังและพาไปพบแพทย์ นอกจากนี้ควรใช้เวลาพูดคุย หากิจกรรมทำด้วยกันอย่างสม่ำเสมอ ทำให้ลูกรู้ว่าเราคือคนที่พร้อมช่วยเหลือ ไม่ใช่คนที่จะผลักไสลูก เพื่อให้ลูกเกิดความไว้วางใจและเรียนรู้ที่จะแก้ไขปัญหา ลดละเลิกยาเสพติด และพยายามกลับมาใช้ชีวิตอยู่ในสังคมได้ด้วยตนเอง อ้างอิงจาก https://www.matichon.co.th/local/quality-life/news_1898196
20 มกราคม 2563