fbpx

NEWS: พ่อแม่รู้ไว้ เด็กจะสุขภาพจิตดี หากมีพื้นที่สีเขียวรอบบ้าน

Writer : Lalimay
: 29 ตุลาคม 2562

สภาพแวดล้อมมีผลต่อการเจริญเติบโตของลูกโดยเฉพาะในเรื่องของสุขภาพจิต ซึ่งมีงานวิจัยเผยว่าเด็กที่เติบโตในพื้นที่สีเขียวจะมีสุขภาพจิตดี

นักวิจัยชาวเดนมาร์กติดตามชีวิตเด็ก 900,000 คนในช่วงปี 1985 ถึงปี 2013 พบว่าเด็กที่เติบโตขึ้นมาโดยมีสิ่งแวดล้อมเป็นพื้นที่สีเขียวในระดับที่ต่ำ มีความเสี่ยงที่จะมีปัญหาด้านสุขภาพจิตสูงขึ้น 55%

ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยขนาดเล็กที่พบก่อนหน้านี้ว่าเด็กจะเพิ่มความเสี่ยงของอารมณ์ที่ผิดปกติและโรคจิตเภทหากขาดพื้นที่สีเขียว ซึ่งอาจถึงกับส่งผลต่อพัฒนาการทางสติปัญญาของเด็ก

โดยงานวิจัยนี้นักวิจัยได้ใช้ภาพถ่ายจากดาวเทียมวิเคราะห์พื้นที่สีเขียวรอบๆ บ้านของผู้เข้าร่วมงานวิจัยและพบว่า ยิ่งเด็กที่เข้าร่วมเห็นต้นไม้หรือพื้นที่สีเขียวรอบบ้านมากเท่าไหร่ก็ยิ่งทำให้มีสุขภาพจิตที่ดีมากขึ้นเท่านั้น

นั่นรวมถึงสนามหน้าบ้านและหลังบ้านที่เด็กสามารถมองเห็นและสัมผัสพื้นที่สีเขียวเหล่านั้นได้

อ้างอิงจาก

https://www.springnews.co.th/lifestyle/565174

Writer Profile : Lalimay

  • Blog :
  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

 

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



Update
ข่าว ข่าว
เด็กถูกลืมไว้บนรถเป็นข่าวที่ออกมาให้เห็นอยู่เนืองๆ หากโชคไม่ดีเด็กที่ถูกลืมก็อาจถึงขั้นเสียชีวิตได้ ดังนั้นนักวิทยาศาสตร์ที่ประเทศแคนาดาจึงพัฒนาระบบเซนเซอร์ติดตั้งบนรถ ที่สามารถตรวจจับความเคลื่อนไหวของเด็กและสัตว์เลี้ยงด้วยระบบเอไอ คณะวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยวอเตอร์ลูในแคนาดา เผยว่า อุปกรณ์นี้พัฒนาขึ้นมาโดยใช้เทคโนโลเรดาร์และปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) ซึ่งจะต้องติดตั้งอุปกรณ์เซนเซอร์นี้ไว้ที่เพดานรถยนต์หรือกระจกมองหลังเพื่อการตรวจจับอย่างละเอียด แล้วสัญญาณเรดาร์จะสะท้อนกลับมาที่อุปกรณ์ เมื่อตรวจพบคนหรือสัตว์เลี้ยงภายในรถ เอไอก็จะวิเคราะห์การค้นหา เพื่อตัดสินใจว่าควรจะส่งสัญญาณหรือไม่  อุปกรณ์นี้ยังป้องกันไม่ให้ประตูรถถูกล็อกและส่งสัญญาณเตือนไปถึงคนขับและผู้ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงด้วย ซึ่งทีมนักพัฒนายืนยันว่าอุปกรณ์นี้ทำงานได้ถูกต้อง 100% และตั้งใจจะทำวางจำหน่ายในสิ้นปี 2563 สำหรับสาเหตุที่เด็กเสียชีวิตเพราะถูกทิ้งไว้ในรถมีทั้งพ่อแม่ลืม เด็กล็อกประตูเล่น รวมไปถึงพ่อแม่ตั้งใจทิ้งลูกไว้ เพราะคิดว่าไปทำธุระแป๊บเดียว โดยที่พ่อแม่ลืมก็เป็นเพราะนั่งอยู่บนคาร์ซีทที่เด็กนั่งหันหน้าเข้าเบาะ ทำให้พ่อแม่ไม่เห็นและเด็กก็ยังเล็กเกินกว่าที่จะสื่อสารได้ ซึ่งเด็กที่เสียชีวิตเพราะความอบอ้าวภายในรถ ราว 83% เป็นเด็กอายุไม่เกิน 3 ขวบและอีก 55% มีอายุประมาณ 1 ขวบหรือเด็กกว่านั้น  อ้างอิงจาก https://www.thebangkokinsight.com/237733/  
14 พฤศจิกายน 2562