fbpx

NEWS: อุทาหรณ์พ่อแม่ เด็ก 1.6 ขวบจมน้ำในห้องน้ำ อาการสาหัส

Writer : Lalimay
: 22 สิงหาคม 2562

การจมน้ำ เป็นสาเหตุการตายอันดับต้นๆ ของเด็ก ซึ่งเราอาจจะไปโฟกัสการจมน้ำเมื่อไปเที่ยวทะเล น้ำตก หรือสระว่ายน้ำ แต่จริงๆ แล้วทุกที่ที่มีน้ำก็ก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้ แม้กระทั่งในห้องน้ำค่ะ

เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2562 เวลา 15.00 น. ที่จังหวัดปทุมธานี ได้รับแจ้งว่ามีเด็กจมน้ำอาการสาหัส โดยเป็นเด็กหญิงวัย 1 ขวบ 6 เดือน สถานที่เกิดเหตุคือที่พักภายในโครงการบ้านเอื้อาทรสะพานขาว

จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ คือห้องน้ำภายในที่พักพบถังน้ำ สีน้ำเงิน ความสูงประมาณ 60 เซนติเมตร ถูกเปิดน้ำไว้จนเต็มถังโดยมีฟองแชมพูและกระป๋องแก้วน้ำอัดลมลอยอยู่ ข้างกันยังพบกะละมังซักผ้าอีกจำนวน 2 ใบซึ่งไม่มีน้ำวางอยู่

จากการสอบปากคำผู้เป็นแม่ ได้กล่าวว่า ตนเองเผลอหลับไป เมื่อตื่นขึ้นมาพบว่าลูกทั้งสองคน คือ เด็กหญิงปาร์ตี้ลูกสาว ที่จมน้ำอาการสาหัส และเด็กชายโปเต้ อายุ 2 ขวบ 8 เดือน ไปเล่นน้ำในห้องน้ำ โดยเด็กหญิงปาร์ตี้จมน้ำอยู่ภายในห้องน้ำ แต่ตนเองก็ไม่ทราบว่าลักษณะใด ซึ่งปกติแล้วจะมียายอีกคนเป็นคนช่วยเลี้ยง แต่ยายเดินทางกลับต่างจังหวัดไปประมาณ 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา

ตนจึงได้ออกมาร้องขอความช่วยเหลือก่อนที่อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูจะเดินทางมาถึงและรีบทำการปั้มหัวใจช่วยชีวิต และมีการเรียกทีมแพทย์ขั้นสูงจาก รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ เพื่อมาให้ความช่วยเหลือ ก่อนจะปั้มหัวใจประมาณ 20 นาที และนำส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน

อ้างอิงจาก

one31.net

Writer Profile : Lalimay

  • Blog :
  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

 

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



Update
ข่าว ข่าว
ปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาที่อยู่กับสังคมไทยมาอย่างยาวนาน โดยสถิติพบว่าผู้มีที่ติดยามีอายุน้อยลงเรื่อยๆ ซึ่งสถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติ บรมราชชนนี (สบยช.) พบว่า ผู้เข้ารับบำบัดรักษายาเสพติด เริ่มใช้ยาเสพติดตอนอายุน้อยที่สุดคือ 9 ขวบ หากเด็กมีการใช้ยาเสพติด แน่นอนว่าจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อสมอง คือ สมองหยุดพัฒนา สติปัญญาลดลง การเรียนรู้มีปัญหา มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคทางจิตประสาท เพราะสมองของเด็กวัยนี้ยังพัฒนาไม่เต็มที่ ซึ่งในคนปกติสมองจะพัฒนาอย่างเต็มที่ในช่วงอายุ 22-25 ปี ดังนั้นพ่อแม่จึงควรเป็นแบบอย่างที่ดี ไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด "ทุกชนิด" หมั่นสังเกตพฤติกรรมของลูก หากพบว่าลูกมีพฤติกรรมเสี่ยงหรือเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ควรพูดคุย บอกกล่าวถึงอันตรายและผลกระทบที่จะตามมา อย่าจับผิด ให้ติดตามเฝ้าระวังและพาไปพบแพทย์ นอกจากนี้ควรใช้เวลาพูดคุย หากิจกรรมทำด้วยกันอย่างสม่ำเสมอ ทำให้ลูกรู้ว่าเราคือคนที่พร้อมช่วยเหลือ ไม่ใช่คนที่จะผลักไสลูก เพื่อให้ลูกเกิดความไว้วางใจและเรียนรู้ที่จะแก้ไขปัญหา ลดละเลิกยาเสพติด และพยายามกลับมาใช้ชีวิตอยู่ในสังคมได้ด้วยตนเอง อ้างอิงจาก https://www.matichon.co.th/local/quality-life/news_1898196
20 มกราคม 2563