fbpx

NEWS: พ่อแม่ระวัง! เด็กไทยเสียชีวิตช่วงปิดเทอมสูง ต้องฝึก 10 ทักษะในการอยู่รอดด้วยตนเอง

Writer : Lalimay
: 17 ตุลาคม 2561

ช่วงปิดเทอมเป็นช่วงที่เด็กๆ มักพากันออกไปเที่ยวเล่น ซึ่งถ้าหากไม่ระมัดระวังอาจทำให้เกิดอันตรายต่อชีวิตได้ โดยเฉพาะจากการจมน้ำค่ะ

รองศาสตราจารย์นายแพทย์อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์ ผู้อำนวยการสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยข้อมูลย้อนหลัง 10 ปี ในช่วงปิดเทอมจะพบสาเหตุการตายจากค่าเฉลี่ยทั้งปี

  • สูงสุดร้อยละ 56 เด็กเสียชีวิตจากการจมน้ำใกล้แหล่งชุมชน
  • ร้อยละ 25 เสียชีวิตจากภัยทางถนน
  • ร้อยละ 8 เสียชีวิตจากการตกที่สูง ของแข็งชนกระแทก เช่น ตกระเบียงที่พัก ตกบันได ชิงช้า เสาฟุตบอล
  • ร้อยละ 7 เสียชีวิตจากความรุนแรง
  • ร้อยละ 3 เสียชีวิตจากไฟฟ้า

ซึ่งเด็กวัยเรียนมักเล่นห่างไกลพ่อแม่ จึงต้องมีทักษะในการอยู่รอดปลอดภัยด้วยตนเอง 10 ทักษะตามช่วงอายุ ประกอบด้วย

อายุ 4-6 ปี ต้องมีทักษะการพูดคุยกับคนแปลกหน้า การปฏิเสธความใกล้ชิดและการสัมผัสไม่เหมาะสม และทักษะความปลอดภัยในบ้าน ของมีคม ของร้อน ไฟฟ้า สารพิษ ที่สูง ที่ลื่น ช่องรู เส้นสาย และสัตว์เลี้ยง

อายุ 6-7 ปี ต้องมีทักษะความปลอดภัยทางน้ำ และการวิเคราะห์ความเสี่ยงในชุมชน / ทักษะการเดินถนนโดยลำพัง การขี่จักรยานอย่างปลอดภัย และการโดยสารรถยนต์ รถจักรยานยนต์อย่างปลอดภัย / ทักษะการเล่นของเล่น สนามเด็กเล่น กีฬาอย่างปลอดภัย / ทักษะการใช้ไอทีอย่างปลอดภัย ให้ใช้อย่างถูกวิธี ป้องกันสื่ออันตรายและการถูกรังแก / ทักษะการปฐมพยาบาล ทำแผล ตามหน่วยฉุกเฉินและร่วมฝึกซ้อมภัยพิบัติ ชุมชน

อายุ 9-10 ปี ต้องมีทักษะการกู้ชีพเบื้องต้น และเรียนรู้ความรับผิดชอบต่อสังคมในการมีส่วนร่วมในการกำจัดความเสี่ยง / ทักษะการข้ามถนน

อายุ 10-12 ปี ต้องมีทักษะการดูแลตัวเองเมื่อต้องอยู่บ้านคนเดียว

อ้างอิงจาก

Writer Profile : Lalimay

  • Blog :
  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

 

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



Update
ข่าว ข่าว
ยุงลายเป็นหนึ่งในแมลงที่มีพาหะนำโรคมาสู่คนได้ถึง 3 โรค ซึ่งแต่ละโรคนั้นถ้ารักษาไม่ทันอาจอันตรายถึงชีวิตได้ พ่อแม่จึงควรดูแลลูกไม่ให้ถูกยุงกัดและมีวิธีการกำจัดลูกน้ำยุงลายเพื่อป้องกัน 3 โรคร้ายที่เกิดจากยุงลาย โรคติดต่อนำโดยยุงลาย ได้แก่ โรคไข้เลือดออก โรคติดเชื้อไวรัสซิกา และโรคไข้ปวดข้อยุงลาย โดยเฉพาะโรคติดเชื้อไวรัสซิกาที่ในช่วงนี้พบผู้ป่วยประปรายในบางพื้นที่ ไม่พบกลุ่มก้อนการระบาด และไม่มีผู้เสียชีวิต โดยอาการของโรค คือ จะมีอาการครั่นเนื้อครั่นตัวหรือมีไข้เล็กน้อย และจะมีผื่นแดงขึ้นที่ลำตัว แขน ขา จะมีอาการอ่อนเพลีย ปวดหัว ตาแดง บริเวณดวงตามีอาการอักเสบของเยื่อบุตา และมีอาการปวดกล้ามเนื้อ หรือปวดข้อร่วมด้วย  ในปัจจุบันโรคติดเชื้อไวรัสซิกายังไม่มียาในการรักษา และยังไม่มีวัคซีนป้องกันโรคโดยเฉพาะ ดังนั้นจะรักษาตามอาการ โดยการพักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำมากๆ ถ้ามีไข้ควรเช็ดตัวให้ไข้ลด หรือให้ยาลดไข้ เช่น ยาพาราเซตามอล ทั้งนี้ ห้ามกินยาบางชนิดที่อาจทำให้เลือดออกในอวัยวะภายในได้ง่ายขึ้น เช่น แอสไพริน หรือยากลุ่มลดการอักเสบที่ไม่ใช่ สเตียรอยด์  โดยแนะนำให้พ่อแม่ใช้มาตรการ “3 เก็บ ป้องกัน 3 โรค” เพื่อป้องกันโรคติดต่อนำโดยยุงลาย ดังนี้  1.เก็บบ้านให้สะอาด เช่น พับเก็บเสื้อผ้าใส่ในตู้หรือแขวนให้เรียบร้อย เพื่อไม่ให้มีมุมอับทึบเป็นที่เกาะพักของยุง 2.เก็บขยะที่อยู่บริเวณรอบบ้าน เก็บภาชนะใส่อาหารหรือน้ำดื่มที่ทิ้งไว้ใส่ถุงดำ และนำไปทิ้งลงถังขยะ เพื่อไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุง  3.เก็บน้ำ ภาชนะที่ใส่น้ำเพื่ออุปโภค บริโภค ต้องปิดฝาให้มิดชิด ล้างคว่ำภาชนะใส่น้ำ และเปลี่ยนน้ำในกระถางหรือแจกันทุกสัปดาห์ เพื่อป้องกันไม่ให้ยุงลายวางไข่ อ้างอิงจาก https://ddc.moph.go.th/riskcomthai/news.php?news=10128&deptcode=riskcomthai
12 พฤศจิกายน 2562