fbpx

5 โรงเรียนอนุบาลที่เรียบง่าย เรียน เล่น ฟินไปกับธรรมชาติ

Writer : nunzmoko
: 15 มีนาคม 2562

จากการวิจัยพบว่าการให้เด็กได้อยู่ใกล้ชิดกับธรรมชาติจะช่วยให้เด็กมีสุขภาพที่เเข็งแรงและพัฒนาการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้การเรียนรู้กับสิ่งเเวดล้อมธรรมชาติยังเป็นสิ่งสำคัญในการเรียนรู้ของเด็กเล็กๆ การสอนให้รักธรรมชาติและสิ่งเเวดล้อมจะทำให้เด็กเรียนรู้ความรับผิดชอบมากยิ่งขึ้นอีกด้วย วันนี้จะพาไปดู 5 โรงเรียนอนุบาลที่มีบรรยากาศใกล้ชิดกับธรรมชาติ เรียน เล่นแบบฟินๆ มีโรงเรียนไหนบ้างไปดูกันเลยค่ะ

1. โรงเรียนอนุบาลนานาชาติ Kidz Village

“Kidz Village โรงเรียนอนุบาลที่ทำให้เด็กๆ ได้เติบโตขึ้นอย่างมีความสุขท่ามกลางธรรมชาติที่หาได้ยากในปัจจุบัน”

โรงเรียนอนุบาลนานาชาติ คิดส์ วิลเลจ (Kidz Village International Kindergarten) เป็นโรงเรียนที่มีห้อมล้อมไปด้วยธรรมชาติในพื้นที่กว้างขวางกว่า 7 ไร่ มีต้นไม้สูงใหญ่ มีพื้นที่ Outdoor มากมาย มีสนามหญ้าให้เด็กได้ทำกิจกรรม มีห้องเรียนที่ออกเเบบสอดคล้องกับธรรมชาติอย่างลงตัว มีระบบนิเวศน์ให้เด็กได้เรียนรู้และเข้าใจวิถีของธรรมชาติและมีบรรยากาศที่จะส่งเสริมให้เด็กเล็กมีสุขภาพที่ดี

แนวการสอน : 

การเรียนการสอนของเราเป็นเเบบภาษาอังกฤษ 100% ยึดหลักเเนวคิด “Theory of Multiple Intelligences” ของ Howard Gardner โดยเเบ่งรูปแบบการพัฒนาเด็กเป็น 4 หลักการ คือ

1. พัฒนาการด้านสังคมและอารมณ์
2. พัฒนาการของร่างกาย
3. พัฒนาการของกระบวนการคิด
4. พัฒนาการด้านภาษา

ที่มา – www.kidzvillage.live

2. โรงเรียนอนุบาลรุ่งอรุณ

“โรงเรียนรุ่งอรุณ มีเป้าหมายให้นักเรียนเรียนรู้อย่างเป็นองค์รวม เน้นความเป็นธรรมชาติเป็นพื้นฐานเพื่อบูรณาการเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง”

โรงเรียนรุ่งอรุณตั้งอยู่บนพื้นที่สีเขียวประมาณ 50 ไร่ จัดการเรียนรู้แบบคละอายุ หรือ ชั้นคละ ในแต่ละห้องเรียนมีเด็กอนุบาล 1 อนุบาล 2 และอนุบาล 3  ในจำนวนเท่าๆ กันการจัดการเรียนรู้แบบคละอายุนี้ตอบสนองธรรมชาติการเรียนรู้ของเด็ก ทั้งยังเป็นพื้นที่แห่งโอกาสที่จะฝึกฝนทักษะชีวิตและทักษะสังคมอย่างเข้มข้นให้กับเด็กๆ ด้วยสภาพแวดล้อมเสมือนสังคมจริงที่ส่งผลสู่พัฒนาการขีดสุด ของแต่ละช่วงวัย มีเด็กๆ ต่างอายุ ต่างพัฒนาการ ความสามารถ ลักษณะการเรียนรู้และความต้องการเรียนรู้  มาอยู่ร่วมกัน ในห้องเรียนที่เสมือนบ้านนี้มีทั้งพี่ใหญ่ พี่กลาง และน้องเล็ก ใช้เวลาอยู่ร่วมกันฉันพี่น้อง ซึ่งเอื้อโอกาสในการเรียนรู้ตามพัฒนาการของวัย บริเวณโดยรอบแวดล้อมด้วยธรรมชาติที่นักเรียนสามารถออกไปเรียนรู้ได้ มีการออกแบบอาคารและสภาพแวดล้อมเพื่อเอื้อต่อการเรียนรู้ของนักเรียนทั้งภายในและภายนอกห้องเรียนและการนำนักเรียนออกนอกสถานที่ เพื่อเรียนรู้และสัมผัสของจริง

แนวการสอน : 

โรงเรียนรุ่งอรุณเป็นโรงเรียนเอกชนแนวคิดการศึกษาวิถีพุทธซึ่งมีวัตถุประสงค์ไม่แสวงหากำไรและได้รับการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชนในปี 2540 โรงเรียนรุ่งอรุณแบ่งการทำงานเป็น 3 ส่วนย่อย คือ

  1. โรงเรียนเล็ก ระดับอนุบาล 1 ถึงอนุบาล 3
  2. โรงเรียนประถม ระดับประถม 1 ถึงประถม 6
  3. โรงเรียนมัธยม ระดับมัธยม 1 ถึงมัธยม 6

ที่มา – www.roong-aroon.ac.th

3. โรงเรียนปัญญาเด่น

“โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมที่ก่อสร้างด้วยวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อให้นักเรียนได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติและอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างเป็นสุข”

โรงเรียนปัญญาเด่นตั้งอยู่ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่เขียวชอุ่มอยู่บนภูเขาที่สูงที่สุดและทุ่งนาข้าวเขียวขจีในจังหวัดเชียงใหม่ การออกแบบอาคารและภูมิทัศน์ในโรงเรียนก็เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมรอบข้าง การันตีด้วยรางวัลชนะเลิศสถาปัตยกรรม 2 รางวัล จากงานออกแบบอินเตอร์เนชัลแนล ดีไซน์ อวอร์ด (IDA) ครั้งที่ 11 ดีไซน์ดังกล่าวนับเป็นอาคารแบบโมเดิร์น เหมาะสำหรับศตวรรษที่ 21 ผสานงานวิศวกรรมโครงสร้างเข้ากับวัสดุจากธรรมชาติอย่างไม้ไผ่ได้อย่างลงตัว

แนวการสอน : 

โรงเรียนเอกชนที่สอนหลักสูตรสองภาษา ทั้งยังมุ่งปลูกฝังหลักธรรมทางพุทธศาสนาและการสอนให้เด็กรู้จักสร้างความยั่งยืนไปพร้อมๆ กันด้วย เช่น รู้จักวิธีการทางการเกษตรในท้องถิ่น การทอผ้าและทำอาหารล้านนา เป็นต้น

ที่มา – www.panyaden.ac.th

4. โรงเรียนอนุบาลบ้านพลอยภูมิ

“โรงเรียนอนุบาลบ้านพลอยภูมิ มุ่งพัฒนานักเรียนอย่างเป็นองค์รวมให้ครอบคลุมทั้งด้านพฤติกรรม จิตใจ และปัญญาตามหลักไตรสิกขา”

โรงเรียนอนุบาลบ้านพลอยภูมินำชีวิตจริงและความกระตือรือร้นใฝ่ศึกษาของเด็กเป็นตัวตั้ง โดยผ่านการฝึกฝนพฤติกรรมที่ดีงาม เกิดทักษะในการคิดอย่างมีระบบ และวิจารณญาณ เรียนรู้วิธีการเรียนรู้ที่หลากหลาย สามารถนำความรู้มาประยุกต์ใช้และแก้ปัญหาได้อย่างเหมาะสม ภายใต้บรรยากาศสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้บนพื้นฐานความสัมพันธ์

แนวการสอน : 

เน้นความสำคัญในการส่งเสริม ให้เด็กพัฒนาเต็มตามศักยภาพของความเป็นมนุษย์ ทั้งร่างกายจิตใจ สังคม และสติปัญญา แบบองค์รวม โดยคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล มุ่งส่งเสริมศักยภาพของเด็กเฉพาะตน ผ่านกระบวนการเรียนรู้ในรูปแบบของกิจกรรมที่เด็กสามารถเรียนรู้ได้โดยการลง มือทำ ค้นพบองค์ความรู้ด้วยตังเองจากประสบการณ์จริง ก่อให้เกิดการเรียนรู้

ที่มา – baanploypoom

5. โรงเรียนทอสี

“โรงเรียนทอสีเน้นการเรียนการสอนโดนนำหลักศาสนาพุทธมาใช้ ให้เด็กดูแลตนเองได้เหมาะสมตามวัยและเน้นหลักการพอเพียง”

โรงเรียนทอสีกำหนดรูปแบบการเรียนรู้ โดยเน้นพัฒนาการเด็กตามศักยภาพรายบุคคล เอาใจใส่ในวิธีการเรียนรู้ ความสนใจ และความถนัดที่แตกต่างกิจกรรมมีความหลากหลาย ส่งเสริม ให้แต่ละบุคคลมีโอกาสในการใช้ความสามารถของตน มีหลักธรรมเป็นแก่นของการจัดเรียงเนื้อหา และประสบการณ์ การเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติจริงในชีวิตตลอดที่อยู่กับโรงเรียน และเป็นทักษะในการดำเนินชีวิตตลอดไป

แนวการสอน : 

โรงเรียนทอสีเน้นให้เด็กแสดงออกอย่างมีเป้าหมาย หลักสูตรการเรียนรู้ของแต่ละชั้นปี จึงเกื้อหนุนต่อการพัฒนาเด็ก ทั้งวิชาชีวิต วิชาการ และวิชาชีพ โดยมีคุณธรรมเป็นหลัก

ที่มา – www.thawsischool.com

ก้าวแรกของลูกที่ออกสู่สังคมคือโรงเรียน ดังนั้นการเลือกโรงเรียนที่เหมาะสมกับลูก และส่งเสริมพัฒนาการในทุกๆ ด้านให้กับลูกจึงเป็นสิ่งสำคัญ

Writer Profile : nunzmoko

  • Blog :
  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



10 โรงเรียนอนุบาลนานาชาติยอดฮิตในกรุงเทพ
เด็กวัยเข้าโรงเรียน
กิจกรรมเสริมเชาว์ปัญญาให้ลูกช่วงปิดเทอม
เด็กวัยเข้าโรงเรียน
Update
ข่าว ข่าว
ในระยะหลัง เราเห็นคอนเทนต์ที่มีเด็กเป็นตัวละครนำหรือตัวละครหลักอยู่บ่อยครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการที่ผู้ปกครองทำคอนเทนต์ หรือครูและอาจารย์ถ่ายนักเรียนขอตนเองลงในช่องทาง ซึ่งเนื้อหาส่วนใหญ่มักเป็นการตัดผมเด็ก, เด็กร้องไห้, ถูกแกล้งเพื่อบันทึกภาพไว้มาลงเป็นเรื่องตลก ทำให้คุณหมอเพจเลี้ยงลูกนอกบ้าน หรือคุณหมอโอ๋ ( ผศ.พญ.จิราภรณ์ อรุณากูร ) ต้องออกมาโพสแสดงความเห็นเพื่อให้บรรดาอาจารย์และผู้ปกครองฉุกคิด “เด็กนักเรียนไม่ใช่เครื่องสร้างคอนเทนท์ เด็กนักเรียน ไม่ใช่เครื่องมือสร้างคอนเทนท์ให้ครู พ่อแม่ควรรู้ ว่านี่คือเรื่องของการละเมิดสิทธิ อะไรที่ลงในโลกออนไลน์ ‘มันจะอยู่ที่นั่นตลอดไป’ เด็กๆ หลายคนไม่ได้เต็มใจให้ครูเอาพวกเขาไปเรียกยอดไลก์ แต่อำนาจที่สูงกว่า ทำให้เด็กหลายคนไม่กล้าปฏิเสธ Social bullying ในเด็ก หลายครั้งเกิดจากการเห็นตัวอย่างจากผู้ใหญ่ ครูมีหน้าที่พิทักษ์สิทธิของเด็ก โรงเรียนมีหน้าที่กำกับ การละเมิดสิทธิผู้อื่นของครู กระทรวงศึกษามีหน้าที่ทำให้ครูเกิดความเข้าใจ และออกกฎกติกา เพื่อทำให้ไม่เกิดการเลียนแบบและทำกันอยู่ซ้ำๆ พ่อแม่มีหน้าที่ปกป้องสิทธิของลูก ด้วยการส่งเสียงไม่ยอมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้น สังคมมีหน้าที่ไม่สนับสนุนการกระทำ ที่กำลังเกิดขึ้นกับเด็กซ้ำๆ เหล่านี้ ก่อนลงอะไรในโลกออนไลน์ ช่วยถามตนเองซ้ำๆ ว่าสิ่งที่กำลังทำมันเกิดประโยชน์กับใคร และเด็กๆ เค้าได้อะไรจากสิ่งเหล่านี้? จาก หมอโอ๋เพจเลี้ยงลูกนอกบ้าน ผู้เชื่อว่าคุณครูคือผู้ที่เด็กเห็นเป็นแสงสว่างและเป็นแบบอย่างที่ดี ฝากด้วยนะคะ กระทรวงศึกษาธิการ Ministry of Education” โดยข้อความดั่งกล่าวของคุณหมอนั้น มุ่งเน้นให้ผู้ใหญ่ ตระหนักรู้ได้ถึงสิทธิของตัวเด็ก และเคารพในตัวตนของเขา เพราะสิ่งที่ถ่ายและโพสลงไปแล้ว มันจะอยู่ในโลกออนไลน์ตลอดไป เราไม่สามารถกลับไปแก้ไขหรือลบออกได้หมดเมื่อสิ่งนั้นได้ทำการเผยแพร่ไปแล้ว จึงอยากขอความร่วมมือจากทุกฝ่ายช่วยกันส่งเสียงหยุดการละเมือสิทธิ์ของเด็ก และส่วนที่ควรเข้ามาส่วนช่วยที่สุดคือกระทรวงการศึกษา ที่ต้องคอยควบคุมและดูแลให้บุคลากรทางการศึกษาระมัดระวังการถ่ายหรือการบันทึกภาพเด็กมาลงโซเชียล รวมถึงผู้ปกครองก็ต้องมีความยัง้คิด และนึกถึงความรู้สึกของลูกเป็นหลัก อ้างอิงจาก https://www.sanook.com/health/35365/
18 สิงหาคม 2565

anal porno zdarma culi nudi al mare free sex videos antalya escort

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save