fbpx

3 ภารกิจเตรียมความพร้อมให้ลูกก่อนเข้าโรงเรียนอนุบาล

Writer : Mneeose
: 26 เมษายน 2562

ก่อนที่ลูกจะออกไปสู่โลกที่กว้างใหญ่เมื่อถึงวัยที่ต้องเข้าโรงเรียนอนุบาล คุณพ่อคุณแม่อย่างเราๆ ก็คงอดห่วงเขาไม่ได้จริงๆ แหละค่ะ กลัวทุกอย่างที่จะเข้ามาหาลูกตลอด ดังนั้นจึงเป็นเหตุผลที่เราต้องเตรียมภารกิจเพื่อฝึกให้ลูกได้เตรียมความพร้อมทั้งร่างกาย และจิตใจให้แข็งแกร่งก่อนลูกจะเข้าโรงเรียนอนุบาลนั่นเองค่ะ ไปดูกันเลยว่ามีภารกิจอะไรบ้าง

ภารกิจที่ 1 :  เรียนรู้ที่จะเชื่อใจสิ่งแวดล้อม และโลก (Trust) 

ก่อนอื่นเลยเราต้องทำให้ลูกรู้สึกว่าการอยู่ร่วมกับธรรมชาติ และมีสิ่งแวดล้อมที่ดีนั้น เป็นสิ่งเรื่องที่ดี และสอนให้ลูกเชื่อใจในโลกที่เราอยู่แห่งนี้ ให้รู้สึกว่าอยากอยู่บนโลกแห่งนี้ และพร้อมที่จะพัฒนาสิ่งต่างๆ รอบตัวให้ดีขึ้นกว่าเดิม เมื่อลูกเกิดความไว้ใจโลกแล้ว จึงจะพัฒนาด้านอื่นๆ ต่อไปได้

หากโลกจะน่าไว้ใจ ก็ต้องมีความปลอดภัยเป็นหลักรับประกัน โดยเฉพาะเด็กในช่วง 12 เดือนแรกของชีวิต จึงเป็นหน้าที่ของแม่ที่จะเลี้ยงดูลูกน้อยให้ดีที่สุดนั่นเองค่ะ

 

ภารกิจที่ 2 :  เรียนรู้ว่าคุณพ่อคุณแม่มีตัวตนอยู่จริง

ในภารกิจนี้จะมีภารกิจย่อยลงไปอีก 2 ภารกิจ นั่นคือ 1. ให้ลูกเชื่อมสายสัมพันธ์กับพ่อแม่ และ 2. สร้างตัวตนของคุณพ่อคุณแม่ให้ลูกได้รับรู้ ซึ่งทั้ง 2 ภารกิจนี้จะเกิดขึ้นตั้งแต่แรกเกิด จนถึง 3 ขวบ โดยจะเน้นช่วง 6 เดือนถึง 2 ขวบครึ่งนั่นเอง การสร้างสายสัมพันธ์พ่อแม่ลูกให้แน่นแฟ้นนี้ เกิดขึ้นโดยการที่คุณพ่อคุณแม่ต้องเล่นกับลูกบ่อยๆ อ่านนิทานให้ฟังทุกคืน ทำให้ลูกสัมผัสถึงความรักของพ่อแม่ที่มีต่อเขาให้ได้ค่ะ รวมทั้งการหายตัวไปในบางครั้งของคุณ เพราะ เราไม่สามารถอยู่กับลูกได้ตลอดไปนั่นเอง

ปัจจัยเหล่านี้จะช่วยให้ลูกรับรู้ว่าโลกนี้มีแม่แน่นอน ต่อให้หายตัวไปบ้าง แต่เดี๋ยวพ่อกับแม่ก็กลับมา ทำให้ลูกเริ่มกล้าที่จะออกจากอกแม่ไปเล่น ไปเผชิญความสนุกในโลกกว้างแห่งนี้ ช่วงอายุที่เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของลูก คือ ระหว่าง 2 ขวบครึ่ง – 3 ขวบ เพราะจะเกิดกระบวนการแยกตัวเป็นบุคคลอิสระและพร้อมที่จะออกไปจากอิ้อมกอดของเรานั่นเองค่ะ

ภารกิจที่ 3 :  ฝึกการเรียนรู้และเตรียมความพร้อมของสมอง

ในภารกิจนี้คุณพ่อคุณแม่ต้องมีการเตรียมพร้อมสมอง พร้อมกับสอนวิธีคิดขั้นพื้นฐานให้พร้อมก่อนที่จะเข้าโรงเรียน นั่นก็คือ วิธีคิดแบบเด็กๆ ซึ่งถือเป็นความคิดขั้นตอนแรกแบบพื้นฐานที่สำคัญที่ลูกสามารถต่อยอดได้ในอนาคตนั่นเองค่ะ ซึ่งมีด้วยกัน 4 อย่าง นั่นคือ

1. Animism  : คิดว่าอะไรเคลื่อนไหวได้ล้วนมีชีวิต ดังนั้นให้เขาเล่นตุ๊กตุ่นตุ๊กตาให้อิ่มไปเลย

2. Magical Thinking  :  คิดเชิงเวทมนตร์ ไม่เป็นวิทยาศาสตร์  เป็นวิธีคิดที่เต็มไปด้วยจินตนาการ และไร้ขอบเขต เด็กๆ จะได้สนุกสนานกับวิธีคิดแบบนี้แน่นอน เพราะมีความลึกลับซับซ้อนซ่อนอยู่มากมาย

3. Geocentrism :  คิดว่าเรื่องราวรอบตัวล้วนเกี่ยวพันกับตัวเอง ดังนั้นเรายังต้องใช้เวลาช่วง 2 – 5 ขวบ ทําให้เขารู้ว่าเขามีบ้านและกติกาของบ้าน มีสังคมและกติกาของสังคมที่จะต้องเรียนรู้ เขามิใช่ศูนย์กลางของจักรวาลดังที่เข้าใจ

4. Phenomenalistic Causality :  ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นล้วนเป็นเหตุผลซึ่งกันและกัน พูดง่าย ๆ ก็คือจับแพะชนแกะนั้นเอง ซึ่งเราควรปล่อยให้เขาจับแพะชนแกะเสียให้พอ ก่อน ที่จะต้องไปพบเหตุและผลจริง ๆ ที่โรงเรียน

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ ทั้ง 3 ภารกิจนี้ ไม่ยากเกินความสามารถของคุณพ่อคุณแม่กันใช่รึเปล่า อย่าลืมนำวิธีการคิดไปประยุกต์ใช้สอนกับลูกๆ ก่อนเข้าโรงเรียนอนุบาลกันเถอะนะคะ เด็กจะได้พร้อมที่จะรับการเรียนรู้อย่างเต็มประสิทธิภาพกันเลย

ขอบคุณข้อมูลจาก : นิตยสาร Amarin Baby & Kids

Writer Profile : Mneeose

💙💙💙

  • Blog :
  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

 

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



เด็กวัยเข้าโรงเรียน เด็กวัยเข้าโรงเรียน
30 มิถุนายน 2560
10 โรงเรียนน่าสนใจ ประจำปี 2017
เด็กวัยเข้าโรงเรียน
Update
ข่าว ข่าว
ไรฝุ่น เป็นสารก่อภูมิแพ้ที่เป็นสาเหตุของโรคภูมิแพ้ของระบบทางเดินหายใจมากที่สุด โดยพบผู้ป่วยเด็กร้อยละ 70 ผู้ใหญ่ร้อยละ 70-90 ที่แพ้ไรฝุ่น ในตอนนี้ประเทศไทยก็ได้มีการผลิตวัคซีนไรฝุ่นและน้ำยาทดสอบโรคภูมิแพ้ เพื่อมาดูแลผู้ป่วยที่เป็นโรคภูมิแพ้ที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นแล้ว โดยรศ.ดร.นพ.พงศกร ตันติลีปิกร อาจารย์ภาควิชาวิชาโสต นาสิก ลาริงซ์วิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ประธานคณะกรรมการอำนวยการความร่วมมือการผลิตวัคซีนสำหรับโรคภูมิแพ้ ได้กล่าวว่า จากการลงนามในสัญญาความร่วมมือกับบริษัท เกร๊ทเตอร์ฟาร์ม่า จำกัด เมื่อปี 2550 ในตอนนี้ได้ทำการวิจัยแะทดลองจนได้วัคซีนไรฝุ่น ซึ่งเป็นวัคซีนรุ่นแรกที่ผลิตขึ้น และนำมาใช้ได้ผลดีกับผู้ป่วยนั้นสำเร็จแล้ว ซึ่งทางศูนย์วิจัยเป็นเลิศด้านการวิจัยและพัฒนาด้านโรคภูมิแพ้และวิทยาภูมิคุ้มกัน คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดลได้เริ่มเพาะเลี้ยงไรฝุ่นบริสุทธิ์ทั้ง 2 สายพันธุ์ คือ Dermatophagoides pteronyssinus (Dp) และ Dermatophagoides farinae (Df) ซึ่งเป็นไรฝุ่นที่พบบ่อยในฝุ่นบ้านและก่อให้เกิดโรคภูมิแพ้ในคนไทย แทนการซื้อตัวไรฝุ่นจากต่างประเทศเพื่อการวิจัย ซึ่งมีราคาแพงมากกว่าที่ผลิตเองถึง 10 เท่า เพื่อนำมาวิจัยจนได้วัคซีนไรฝุ่นออกมา จากการสำรวจทั้งในและต่างประเทศพบว่า ศิริราชเป็นรายแรกในกลุ่มประเทศอาเซียนที่ผลิตวัคซีนไรฝุ่น เพื่อจำหน่ายอย่างครบวงจร โดยวัคซีนที่ผลิตได้มาตรฐานขององค์การอนามัยโลกและองค์การอาหารและยาของประเทศสหรัฐอเมริกาและผ่านการอนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กระทรวงสาธารณสุข  อ้างอิงจาก https://www.newtv.co.th/news/45644
6 ธันวาคม 2562