สัญญาณเตือนเมื่อลูกโดนเพื่อนแกล้ง ทั้ง Bullying และ Cyberbullying

Writer : nunzmoko
: 8 กรกฏาคม 2562

จากการสำรวจปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการกลั่นแกล้งบนโลกไซเบอร์ ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 (ภายใน 14 ประเทศทั่วโลก) พบว่า เด็กไทยเกือบ 80% มีประสบการณ์ Cyberbullying ในชีวิตจริง โดย 66% ถูกแกล้งอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง และอีก 12% ถูกแกล้งทุกวัน ขณะที่เด็กไทย 45% มีประสบการณ์เกี่ยวกับการกลั่นแล้งทางโลกไซเบอร์อย่างน้อย 1 ครั้ง ซึ่งเป็นสถิติที่มากกว่าประเทศสหรัฐอเมริกา ยุโรป และญี่ปุ่นถึง 4 เท่า

จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมคุณพ่อคุณแม่จึงควรใส่ใจในเรื่องนี้อย่างมาก เพราะเป็นเรื่องใกล้ตัวของลูกเราเหลือเกิน ไปดูกันว่าจะมีวิธีสังเกตและรับมือกับปัญหานี้ได้อย่างไรค่ะ

Bullying และ Cyberbullying

Bullying คือ การที่เด็กและวัยรุ่นประสบกับปัญหาการถูกกลั่นแกล้งที่จำกัดเฉพาะในบางสถานที่ เช่น โรงเรียน ซึ่งการกลั่นแกล้ง มี 3 รูปแบบคือ

  • ทางร่างกาย คือการทำร้ายด้วยการต่อยตี หยิก ผลัก ขัดขา หรือทำลายข้าวของ
  • ทางวาจา คือการพูดจาโจมตี ข่มขู่ แหย่ ล้อเลียน ฯลฯ
  • ทางอารมณ์หรือสังคม เช่น ปล่อยข่าวลือ ทำให้อับอายต่อหน้าคนอื่น ทำเป็นไม่สนใจ หรือไม่ยอมรับเข้ากลุ่ม

Cyberbullying คือ การกลั่นแกล้งกันผ่านโลกออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ อินสตาแกรม แชท หรือเว็บไซต์ต่างๆ เป็นเครื่องมือหลักในการรังแกและกลั่นแกล้งกัน โดยรูปแบบการรังแกกันมีดังนี้

  • ทางวาจา การใส่ร้ายป้ายสีหรือใช้ถ้อยคำหยาบคายต่อว่าทำให้เสียหายผ่านทางอินเทอร์เน็ต
  • ทางอารมณ์หรือสังคม มีการแชร์ต่อ หรือมีการพูดถึงประเด็นนั้นๆ ต่อไป เพื่อทำให้รู้สึกอับอาย เจ็บปวด

สัญญาณเตือนเมื่อลูกถูก Bullying และ Cyberbullying

  • ลูกไม่อยากตื่นไปโรงเรียน และมีผลการเรียนตกต่ำ

  • มีอารมณ์ซึมเศร้า วิตกกังวล ไม่กระตือรือร้น ไม่มีชีวิตชีวา

  • แยกตัว ซึมหรือเงียบไป หนีจากโลกความเป็นจริงด้วยการอยู่ในโลกส่วนตัว

  • ลูกจมอยู่กับเกมส์ หรือสร้างตัวตนปลอมๆ ในโซเชียลเพื่อให้ได้รับการยอมรับ

  • มีอาการทางกายบางอย่างแสดงออกมา เช่น ปวดหัว ปวดท้อง

  • เวลาเล่นโทรศัพท์แล้วลูกสีหน้าเปลี่ยนไป เพราะอาจเจอ Cyberbullying เข้า

  • บางทีรุนแรงถึงขั้นทำร้ายตัวเองได้ หรือพยายามฆ่าตัวตาย

วิธีป้องกัน

  1. หมั่นคุยกับลูกและสังเกตลูกบ่อยๆ
  2. ติดต่อสื่อสารกับคุณครูและกลุ่มผู้ปกครองอย่างใกล้ชิด
  3. แสดงตัวบ้างที่โรงเรียนเพื่อให้ลูกรู้สึกมั่นคง ปลอดภัย
  4. สอนลูกๆ ว่าอย่าไว้ใจคนแปลกหน้า โดยเฉพาะในโลกออนไลน์
  5. ควรกำหนดข้อตกลงกันก่อนที่จะอนุญาตให้ลูกใช้เครื่องมือสื่อสารและโซเชียลมีเดีย
  6. คอยสอดส่องว่าลูกจะไปไหน กับใคร หรือเพื่อนที่ลูกคุยด้วย แชตด้วยเป็นใคร

อย่างไรก็ตาม สำหรับตัวเด็กที่ถูกรังแกผ่านโลกออนไลน์ก็ควรต้องมีสติในการใช้สื่อสังคมออนไลน์เหล่านี้ด้วย และอย่าลืมว่าเราสามารถลบข้อความที่สร้างความเสียหายกับเราได้ ทั้งยังสามารถ Block/Report คนที่กลั่นแกล้งเราหรือพาตัวเองออกจากสังคมออนไลน์ไปสักระยะ เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของการถูก Cyberbullying ค่ะ

ที่มา – amarinbabyandkids , pantip , kapook

Writer Profile : nunzmoko

  • Blog :
  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

 

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



10 โรงเรียนอนุบาลนานาชาติยอดฮิตในกรุงเทพ
เด็กวัยเข้าโรงเรียน
เด็กวัยเข้าโรงเรียน เด็กวัยเข้าโรงเรียน
14 สิงหาคม 2560
Update
ข้อมูลทางแพทย์ ข้อมูลทางแพทย์
4S -ภาวะสตาฟิโลค็อกคอล สเกลด์ สกิน ซินโดรม (Staphylococcal Scalded Skin Syndrome) เชื้อแบคทีเรียบนผิวหนังปล่อยท็อกซิน ออกมาทำให้ชั้นผิวหนังกำพร้าที่ยังมีภูมิคุ้มกันไม่สมบูรณ์ ทำให้มีการหลุดลอกแบบตื้นๆ สามารถรับเชื้อมาจากผู้ใหญ่ที่สัมผัสตัว ดังนั้นเพื่อไม่ให้เด็กๆ ได้รับเชื้อโรคจนเป็นอันตรายต่อผิวหนัง เราก็ต้องใส่ใจเรื่องความสะอาด ระมัดระวังเมื่อจะต้องใกล้ชิดสัมผัสตัวเด็ก อาการของโรค 4S มีอาการไข้ ตัวแดง ร้องงอแง เจ็บบริเวณผิวหนัง มีหนอง เยื่อบุตาอักเสบ อาการแบบนี้รีบพาไปหาหมอ เด็กนอนดิ้นไปดิ้นมาอย่างทรมาน ผิวหนังบวมเป่ง ตุ่มใสสีแดงและเหลืองขึ้นไม่หยุด มีไข้ร่วมด้วย วิธีรับมือกับโรค 4S ดื่มนมแม่สร้างภูมิคุ้มกัน ตัดเล็บลูกให้สั้นอยู่เสมอ รักษาความสะอาดของเสื้อผ้า ที่นอน ข้าวเครื่องใช้ของเด็ก คนใกล้ชิดล้างมือให้สะอาดทุกครั้ง ก่อนสัมผัสตัวเด็ก หลีกเลี่ยงสถานที่แออัด ที่มีคนอยู่เยอะ เลือกผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่เหมาะสม ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด การป้องกัน ล้างมือให้สะอาด ก่อนสัมผัสตัวเด็ก หลีกเลี่ยงการให้เด็กโดนคนอื่นหอมแก้ม โดยที่คนๆ นั้นยังไม่ได้ล้างหน้า หรือทำความสะอาดร่างกาย ถ้าเด็กมีไข้ ผิวหนังบวมแดง ควรรีบพบแพทย์โดยด่วน
14 กรกฏาคม 2562