fbpx

7 โมเมนต์ Puppy Love รักใสใส วัยมัธยมที่นึกถึงทีไรหัวใจก็พองโต

Writer : blahblahboong
: 16 กรกฏาคม 2561

วัยมัธยมเป็นวัยที่แสนสดใส ยิ่งในรั้วโรงเรียนต่างก็เต็มไปด้วยความรักที่เบ่งบานของหนุ่มสาว “Puppy Love” หรือรักแบบกุ๊กๆ กิ๊กๆ ในวัยเด็ก ทุกคนย่อมเคยผ่านโมเม้นต์หวานๆ คล้ายๆ กันนะคะ

ในยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไปแบบนี้ เราอดคิดย้อนไปไม่ได้ถึงความน่ารักในสมัยนั้นไม่ได้ วันนี้เราจะพามาร่วมรำลึกความสดใสกับรักในวัยเรียนของเรากันนะคะ

เดินผ่านห้องเรียนคนที่แอบชอบบ่อยๆ

โรงเรียนตั้งกว้างใหญ่ การที่จะเดินสวนกันกับคนที่แอบชอบได้บ่อยๆ มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญหรอกค่ะ (อิอิ) ยิ่งโรงเรียนใช้วิธีเดินเรียนไม่มีห้องประจำ สาวน้อยหลายๆ คนต้องเคยบ้างแหละ ที่จะต้องแอบไปสืบไปหาตารางสอนห้องของคนที่แอบชอบมาวางแผนการเดินทาง “ห้องไหนเราเดินผ่านได้บ้างน้า” “อ้อมไปตรงนี้หน่อยดีกว่าจะได้เห็นพี่เค้าด้วย”

หรือจะแอดวานส์กว่านั้นถึงขนาดรู้ว่า “ตอนเช้าพี่เค้าชอบเข้าห้องสมุดไปอ่านหนังสือ” “เย็นๆ พี่เค้าอยู่ร้านเกมกลางซอย” แล้วพอเจอกันก็จะมีบทพูดติดปากว่า “อุ้ย บังเอิญจังเลย เจอกันอีกแล้ว” แหมม~ พี่คะ หนูวางแผนไว้หมดแล้ว อิอิ

ส่งจดหมายจีบกัน เรื่องนี้รู้กันแค่สองเรา

อันนี้อาจจะย้อนนานไปหน่อย แต่เชื่อว่าหลายๆ คู่ก็น่าจะเคยมีโมเม้นต์ส่งจดหมายรักรู้กันแค่เราสองคนอยู่บ้าง ถ้านานมากๆ หน่อยก็หาชื่อ ที่อยู่จากตามการบ้านคาบแรกที่ครูให้ทำความรู้จักกัน ไม่สืบเอา กล้าๆ หน่อยก็เดินดุ่มๆ เข้าไปถามตรงๆเลย ทีนี้ก็ไปร้านกิ๊ฟช็อปซื้อกระดาษลายซานริโอ้กับซองเข้าคู่กันแสนน่ารัก แล้วค่อยๆ เขียนความในใจ ใส่ซองติดแสตมป์หย่อนลงตู้ แล้วเฝ้ารอ… ถ้าอีกฝั่งได้รับแล้วตอบกลับมาเมื่อไหร่ล่ะก็ อร๊ายยยย~ มันดีอ่ะ ใจมันพองฟูต้องรีบเขียนตอบไปอย่าให้ขาดตอน ทีนี้แต่ละวันเราก็จะชะเง้อคอรอแต่คุณบุรุษไปรษณีย์ เมื่อไหร่จะมาหนอ~

พอมาถึงในยุคที่ไปรษณีย์ซบเซา เด็กๆ อย่างเราก็ต้องมีชั้นเขิงกันมากขึ้นหน่อยเนอะ จะใส่ซองติดแสตมป์คงจะไม่ทันใจ กลยุทธ์ขั้นพื้นฐานของเราจะเป็น แอบหย่อนใส่กระเป๋าไว้ตอนเค้าไม่รู้ตัว หรือแกล้งยืมหนังสือเรียนแล้วสอดจดหมายไว้ก่อนคืนก็มีนะ แต่นั่นแหละถ้าเค้าไม่รือกระเป๋าสักทีก็อาจจะโดนดองไปเป็นปีเลย แย่กว่านั้นถ้าเค้าเป็นคนใจดี ส่งหนังสือให้คนอื่นยืมต่อละก็งานเข้าเลยนะ “ก็ความรักไม่ใช่ความลับ~” (ฮัมเพลงไปน้ำตาทำไมคลอๆ 55)

รีบกลับบ้านรอเธอออนเอ็ม

“เจอเธอออนเอ็มเมื่อไหร่ เราควรจะแชทเลยมะ หรือต้องแกล้งๆ ออฟไลน์ ตื่อดือดึ๊ง~” ถึงขั้นมีเพลงมาประกอบแบบนี้คงจะรู้กันแล้วใช่ไหมว่าในสมัยนั้น MSN ฮิตแค่ไหน MSN เป็นโปรแกรมไว้ใช้สำหรับแชท พูดคุยกันผ่านทางตัวอักษร เด็กวัยรุ่นในสมัยนั้นทุกคนต้องรีบกลับบ้านมาเปิดคอม รอเค้าคนนั้นออนไลน์จากนั้นก็แชทเข้าไปทักทาย พูดคุย บางคนก็คุยกันยาวยันห้าทุ่มเที่ยงคืนเลยก็มีนะ พิมพ์เอามันง่ายกว่าคุยกันตรงๆ นี่น่า ที่สำคัญในยุคท้ายๆ ยังมีลูกเล่นมากมาย ตั้งแต่วีดีโอคอล หรือจะเปิดกล้องคุยกันก็ทำได้ด้วย

ขอบอกว่าลูกเล่นยุคหลังๆ สู้ความคลาสสิคในยุคแรกไม่ได้หรอกค่ะ ตั้งแต่รูปโปรไฟล์ที่เราต้องมาเลือกให้น่ารักสุดๆ หยิบตาข้างนึง จิ้มแก้ม ให้คาวาอี้เข้าไว้ แต่เด็ดจริงๆ คือ “หัวเอ็ม” ถ้าจะเปรียบเทียบง่ายๆ ก็คือ สเตตัสในเฟสบุ๊คนี่แหละ จะเพ้อหาใคร จะใส่คำคม หรือเอาเนื้อเพลงมาพิมพ์ก็ทำได้แล้วแต่จะครีเอทเลย

โทรไปขอเพลง พี่ดีเจสื่อรัก

สมัยก่อนที่อินเทอร์เน็ตยังไม่แรง-ไว-ไฮสปีดขนาดนี้ จะฟังเพลงทั้งก็ต้องเปิดวิทยุหมุนหาคลื่นยอดฮิตอย่าง Hot Wave หรือไม่ก็ FM Max เราก็จะมีโมเมนต์แบบว่า “ส่งเพลงสื่อรัก” ถ้ากล้าๆ หน่อยก็จะโทรไปหน้าไมค์ “ขอเพลง คิดถึงเธอ ของ แรพเตอร์ ให้เชอรี่ ม.2/2 จากเอ็ม ม.2/1 ครับ” แต่ถ้าเป็นสายขี้อายก็จะ SMS ไปให้พี่ดีเจช่วยอ่านก็มี

เพลงฮิตๆ ก็มีต่างกันไปแล้วแต่ยุคสมัย ตั้งแต่ยุค RS ครองเมืองไปทางไหนก็เจอแต่เพลงรักของแรพเตอร์ ฝั่งแกรมมี่ก็มีสายหวานๆ อย่าง x3 Super Gang หรือจะสายอินดี้ก็มีค่ายเพลงรักในตำนานอย่าง Bakery Music ที่หลายๆ เพลงก็หวานซะจนเราต้องขอให้พี่ดีเจช่วยเปิดให้ เผื่อใันจะดังไปถึงหัวใจของเธอบ้าง

พับดาวใส่โหลให้เป็นของขวัญ

“อยากทำมาให้เธอ ให้เธอได้อุ่นใจ ว่ายังมีเพื่อนเธอ ตรงนี้ อยากทำมาให้เธอ ให้เธอรู้สึกดี ให้ดาวกระดาษนี้เป็นเพื่อนเธอ” ถึงขั้นมีมาเป็นเพลงขนาดนี้ เป็นอันรู้กันนะคะว่าความนิยมของการพับดาวกระดาษต้องแพร่ขยายไปในหมู่วัยรุ่น วัยใสอย่างมากสุดๆไปเลย

มาค่ะ กายพร้อม ใจพร้อมเราทำได้ สาวๆ สมัยเราเป็นอะไรไม่รู้ชอบพับดาว พับนกใส่ขวดโหลให้เป็นของขวัญกัน น่าจะเพราะมันดูสวยและแสดงถึงความพยายามด้วยแหละ ส่วนฝั่งคนรับก็จะปลื้มใจ ยิ่งขวดใหญ่ดาวเยอะก็ยิ่งปลื่ม เพราะกว่าดาวแต่ละดวงจะพับเสร็จเนี่ยมันนานมากเลยนะ แล้วยิ่งเวลาพับน่ะ คนพับเค้าคงพับไป คิดถึงเราไปด้วย โอ้ยย น่ารักก ปลื้มใจจริงๆ

ส่งเธอขึ้นรถเมล์กลับบ้าน

แม้ว่าบ้านจะอยู่คนละทางกัน ไปส่งถึงหน้าบ้านไม่ได้ หน้าป้ายรถเมล์ก็ได้อ่ะ แต่จุดพีคมันอยู่ตรงที่รถเมล์ไทยไม่เคยมาเร็วเลยนี่สิ แย่จังเลยน้า แต่นี่แหละโอกาสที่จะพูดคุยกันมากขึ้น ยิ่งรถมาช้าก็ยิ่งได้คุยกันนาน หลายๆ คู่นั่งรอรถไปคุยกันไปเป็นชั่วโมงเลยก็มีนะ ในเรื่องแย่ๆ มันก็มีเรื่องดีอยู่ไม่น้อยเลยเนอะ

วันวาเลนไทน์ดอกกุหลาบขาดไม่ได้

วันแห่งความรักที่ทุกคนเฝ้ารอ บรรยากาศในโรงเรียนจะอบอวลไปด้วยความสดใจ ตั้งแต่หน้าปากซอยที่จะมีดอกกุหลาบ ตุ๊กตา สติ๊กเกอร์รูปหัวใจ มาขายอย่างครึกครื่น คู่ไหนที่คบกันอยู่แล้วก็จะรอ ร๊อ รอ ว่าแฟนจะเซอร์ไพร์แบบไหนกันนะ ดอกกุหลาบหรือช็อกโกแลต สวนคนโสดก็จะไล่แปะสติ๊กเกอร์ไป แจกลูกอมฮาร์ทบีทไป จริงๆ ทุกการกระทำมีความหมายนะจ๊ะ บางทีก็ไม่ได้แปะๆ แจกๆ ไปงั้นๆ หรอก นี่แอบบอกรักอยู่นะ แต่ไม่กล้าออกตัวแรงน่ะ

ความพีคที่สุดก็ต้องยกให้ คู่ที่มาสารภาพรักกันในวันวาเลนไทน์พร้อมดอกกุหลาบสีแดงดอกโต ขอบอกเลยว่าถ้ามาแบบนี้มีโอกาสจะสมหวังถึง 80% เลยนะจ๊ะ ก็บรรยากาศมันเป็นใจขนาดนี้ ใครจะไม่ตอบตกลงใช่ไหมล่ะ <3

Writer Profile : blahblahboong

  • Blog :
  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

 

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



เมื่อคุณพ่อ จะต้องwork from home
ชีวิตครอบครัว
++มาระบายสีกันเถอะ (2) ++
กิจกรรมของครอบครัว
คำอวยพรของคนได้เป็นแม่ครั้งแรก
กิจกรรมของครอบครัว
Update
ข่าว ข่าว
ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา มีรายงานจากทวีปยุโรปและอเมริกาเหนือพบผู้ป่วยเด็กและวัยรุ่นที่เจ็บป่วยด้วยลักษณะที่คล้ายกับกลุ่มอาการคาวาซากิ ร่วมกับมีภาวะช็อก คือมีอาการเจ็บป่วยเฉียบพลัน ด้วยการอักเสบรุนแรงในหลายอวัยวะทั่วร่างกาย เบื้องต้นเชื่อว่ากลุ่มอาการนี้สัมพันธ์กับการติดเชื้อไวรัสโควิด 19 โดยภาวะนี้เรียกว่า Multisystem Inflammatory Syndrome in Children and Adolescents (MIS-C) แม้กลุ่มอาการนี้จะมีลักษณะคล้ายคลึงกับโรคคาวาซากิ ที่ทำให้เกิดภาวะหลอดเลือดอักเสบทั่วร่างกายที่พบในภูมิภาคเอเชีย แต่ก็มีหลายประเด็นที่แตกต่างกันคือ  กลุ่มอาการ MIS-C พบในเด็กโตอายุเกิน 5 ปีได้บ่อยกว่า  มีอาการของระบบทางเดินอาหารได้บ่อยถึงร้อยละ 67-100 และบางครั้งเป็นอาการนำก่อนที่จะมีอาการอื่นๆ หลายระบบตามมา  มีความผิดปกติของการทำงานหัวใจที่ค่อนข้างรุนแรง  มีระดับของเอนไซม์บางตัวสูงขึ้นอย่างชัดเจน (Triponin, BNPs) ซึ่งไม่ค่อยได้พบในโรคคาวาซากิ  มีปริมาณเกร็ดเลือดที่ค่อนข้างต่ำซึ่งต่างจากโรคคาวาซากิที่มักมีภาวะเกล็ดเลือดสูง  บางรายยังมีอาการของระบบประสาทหรือเยื่อหุ้มสมอง เช่น ปวดศีรษะ ซึม กระสับกระส่าย คอแข็ง ในรายที่รุนแรงพบเนื้อสมองบวม แต่สิ่งที่น่ายินดีคือพบว่าผู้ป่วยส่วนใหญ่ แม้ว่าจะมีอาการรุนแรง แต่ตอบสนองดีต่อการรักษาด้วยยาลดการอักเสบกลุ่ม IVIG หรือ สเตียรอยด์ เกือบทั้งหมดสามารถหายและกลับบ้าน ได้มีเพียงผู้ป่วยจำนวนน้อยที่เสียชีวิต   สำหรับในประเทศไทยยังไม่พบผู้ป่วยที่เข้าเกณฑ์การวินิจฉัยของ MIS-C เหมือนในต่างประเทศ แต่ถ้าหากผู้ปกครองพบมีเด็กอาการน่าสงสัยคือไข้สูงเกิน 3 วัน มีอาการทางเดินอาหาร หรือมีผื่นผิวหนัง ตาแดง สามารถปรึกษากุมารแพทย์ที่โรงพยาบาลใกล้บ้าน หรือสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี call center 1415  อ้างอิงจาก http://www.dms.go.th/Content/Select_Landding_page?contentId=21859
5 มิถุนายน 2563

anal porno zdarma culi nudi al mare free sex videos antalya escort