fbpx

5 ความต่างของแม่ทำงานนอกบ้าน vs แม่เลี้ยงลูกอยู่บ้าน

Writer : nunzmoko
: 7 พฤศจิกายน 2561

ไม่ว่าคุณแม่ที่ทำงานนนอกบ้านหรือคุณแม่ที่เลี้ยงลูกอยู่ที่บ้านหรือที่เรียกว่า คุณแม่ฟูลไทม์ ก็ต่างต้องการเลี้ยงลูกให้เติบโมมาสมบูรณ์ สมวัยและมีพัฒนาการที่ดีที่สุด ซึ่งคุณแม่ทั้งสองแบบก็มีความแตกต่างกันในหลายเรื่อง ไม่ว่าจะวิธีการเลี้ยงลูก ชีวิตการทำงาน หรือแม้แต่ชีวิตส่วนตัว คุณแม่ที่กำลังตัดสินใจว่าจะเลือกเป็นซุปเปอร์มัมแบบไหน ลองอ่านบทความนี้ดูค่ะ

1. เวลาในการดูแลลูก

  • แม่ที่ทำงานนอกบ้าน : ไม่ตัวติดกับลูกตลอดเวลา
  • แม่ที่เลี้ยงลูกอยู่บ้าน : ได้ใช้เวลาดูแลลูกเต็มที่

ช่วงเวลาที่ลูกน้อยเป็นเด็กทารกแรกเกิด จนกระทั่งเติบโตขึ้นเรื่อยๆ จนเป็นเด็กวัยกำลังซนและน่ารักสุดใจ ช่วงเวลาที่ว่านี้เป็นช่วงที่หมุนไปเร็วมากดังนั้นหากมีโอกาสที่คุณแม่ได้เฝ้ามองลูกน้อยเติบโต ได้เห็นพัฒนาการทุกขั้นตอนอย่างสมวัยของเขาจะเป็นสิ่งที่ดีมากๆ แต่ก็อาจทำให้คุณแม่และลูกน้อยติดกันมากเกินไปเพราะฉะนั้นควรมีระยะที่พอดี เมื่อเวลาลูกไปโรงเรียนจะได้ไม่เกิดปัญหาค่ะ

2. รายได้และค่าใช้จ่าย

  • แม่ที่ทำงานนอกบ้าน : มีรายได้ที่แน่นอน
  • แม่ที่เลี้ยงลูกอยู่บ้าน : ค่าใช้จ่ายน้อยกว่า

การเลี้ยงดูลูกให้เติบโตมาอย่างดี ต้องใช้ค่าใช้จ่ายไม่น้อย คุณแม่หลายท่านที่ตัดสินใจเลี้ยงลูกอยู่กับบ้าน ไม่ต้องออกไปทำงานนอกบ้าน ก็จะไม่มีค่าเดินทาง ค่าอาหารในกรณีที่กินข้าวนอกบ้าน รวมทั้งค่าเสื้อผ้า และเครื่องแต่งตัว แต่ก็มีรายได้ที่ไม่แน่นอนเหมือนคุณแม่ที่ทำงานนอกบ้าน คุณแม่ควรวางแผนให้ดีก่อนตัดสินใจลาออกจากงานค่ะ

3. การทำงาน

  • แม่ที่ทำงานนอกบ้าน : มีความภูมิใจในตนเอง
  • แม่ที่เลี้ยงลูกอยู่บ้าน : ได้ลองทำอาชีพใหม่ๆ

คุณแม่ที่ทำงานนอกบ้านจะมีความภูมิใจในตนเอง เพราะสามารถหาเงินมาเลี้ยงลูกและครอบครัวได้ มีคามมั่งคงทางการเงิน ส่วนคุณแม่ที่เลี้ยงลูกอยู่ที่บ้าน ก็จะได้ลองทำอาชีพใหม่ๆ ที่ไม่เคยได้ทำตอนเป็นพนักงานประจำ อาจจะเป็นสิ่งที่คุณแม่ชอบและถนัด เช่น การทำอาหาร ทำขนม เบเกอรี่ เป็นต้น ซึ่งสามารถนำมาเป็นอาชีพในระหว่างที่คุณแม่เลี้ยงลูกอยู่บ้านได้

4. ชีวิตส่วนตัว

  • แม่ที่ทำงานนอกบ้าน : มีสังคมของการทำงาน
  • แม่ที่เลี้ยงลูกอยู่บ้าน : ความวุ่นวายในชีวิตน้อยลง

คุณแม่ที่ยังทำงานประจำอยู่จะมีสังคมได้พบปะผู้คน สังสรรค์ พูดคุยกับเพื่อนร่วมงาน มีสังคมในการทำงาน แม้ชีวิตจะวุ่นวายแต่ก็ยังมีชีวิตที่สนุกกับการออกไปเจอผู้คนอยู่ ส่วนคุณแม่ที่เลี้ยงลูกอยู่ที่บ้านก็ตัดความวุ่นวายในชีวิตไปได้ชิลๆ มีเวลาให้กับลูกอย่างเต็มที่ สามารถพาลูกไปเที่ยวในวันธรรมดาได้ หรือในวันหยุดคุณแม่ที่เลี้ยงลูกอยู่บ้าน อาจจะฝากคุณตาคุณยายเลี้ยง แล้วหาเวลาไปเที่ยวพักผ่อน เที่ยวกับเพื่อนบ้าง เพื่อไม่ให้รู้สึกเหงาจนเกินไปค่ะ

5. วิธีการเลี้ยงลูก

  • แม่ที่ทำงานนอกบ้าน : ต้องฝากคนอื่นเลี้ยง
  • แม่ที่เลี้ยงลูกอยู่บ้าน : ออกแบบการเลี้ยงลูกได้

เมื่อคุณแม่เลี้ยงลูกเองก็สามารถออกแบบการเลี้ยงลูกได้ตามต้องการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการอบรมสั่งสอน โภชนาการของลูกคุณแม่จะมีเวลาเต็มที่ในการดูแลลูกในเรื่องต่างๆ ส่วนคุณแม่ที่ทำงานนอกบ้านต้องฝากคนอื่นเลี้ยง แม้จะไม่มีเวลามากนักแต่ก็สามารถตั้งกฎต่างๆ ให้ผู้เลี้ยง เลี้ยงลูกไปตามที่เราต้องการ ไม่ให้คุณตาคุณยายหรือพี่เลี้ยงเด็กตามใจหรือดุกับลูกของเราจนเกินไป เพราะลูกจะมีนิสัยอย่างไรก็ขึ้นกับการเลี้ยงดูค่ะ

อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าคุณแม่ทุกคนต้องการทุ่มเวลาของตัวเองเพื่อเลี้ยงลูก ซึ่งคุณแม่บางท่านก็มีโอกาสที่จะทำอย่างนั้นได้ แต่สำหรับคุณแม่ที่ยังต้องทำงานนอกบ้านไปด้วย และเลี้ยงลูกไปด้วยพร้อมๆ กัน ก็สามารถเป็นซูเปอร์มัมได้ไม่ต่างกัน ถ้าคุณแม่แบ่งเวลาและเอาใจใส่ลูกๆ ได้อย่างเต็มที่

ที่มา :

baby.kapook.com

Writer Profile : nunzmoko

  • Blog :
  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



5 พิพิธภัณฑ์ของเล่น ที่เหมาะพาลูกไปเที่ยว
กิจกรรมของครอบครัว
ของสุดล้ำในงาน Baby Best Buy
ชีวิตครอบครัว
10 วิธี เลี้ยงลูกยังไงให้ฉลาด
ชีวิตครอบครัว
7 เทคนิค พูดยังไงให้ลูกฟัง
ชีวิตครอบครัว
ทำอย่างไรเมื่อลูกรัก “ติดจอ”
ชีวิตครอบครัว
ลูกเบื่ออาหาร!!  พ่อเเม่ต้องทำอย่างไร
เด็กวัยเข้าโรงเรียน
Update
ข่าว ข่าว
เมื่อไม่นานมานี้คุณพ่อคุณแม่เองก็คงได้ยินคนพูดถึงคาร์ซีทกันมากขึ้น ซึ่งในประเทศไทยนี้ก็ได้มีการกำหนดความปลอดภัยสำหรับเด็ก โดยมีผลบังคับและเริ่มในวันที่ 5 กันยายน 65 ที่จะถึงนี้ และมีสาระสำคัญดังนี้ เด็กอายุไม่เกิน 6 ปี หรือผู้โดยสารที่สูงไม่เกิน 135 ซม. จะต้องนั่ง คาร์ซีท บูสเตอร์ซีท หรือคาด เข็มขัดนิรภัย ซึ่งหากมีการฝ่าฝืน จะต้องโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท อีกทั้งขณะขับรถยนต์ ผู้ที่อยู่ในรถยนต์ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข ดังต่อไปนี้ ผู้ขับขี่ ต้องรัดร่างกายด้วย เข็มขัดนิรภัย ไว้กับที่นั่งตลอดเวลา ในขณะขับรถยนต์ คนโดยสารที่นั่งแถวตอนหน้าและที่นั่งแถวตอนอื่น ต้องรัดร่างกายด้วยเข็มขัดนิรภัยไว้กับที่นั่งตลอดเวลาในขณะโดยสารรถยนต์ คนโดยสารที่เป็นเด็กอายุไม่เกิน 6 ปี ต้องจัดให้นั่งในที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็ก หรือนั่งในที่นั่งพิเศษสำหรับเด็ก เพื่อป้องกันอันตราย หรือมีวิธีการป้องกันอันตรายในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ คนโดยสารที่มีความสูงไม่เกิน 135 เซนติเมตร ต้องรัดร่างกายด้วยเข็มขัดนิรภัยไว้กับที่นั่ง หรือมีวิธีการป้องกันอันตรายในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ ไม่ว่าจะนั่งแถวตอนใด ทั้งนี้ความผิดในส่วนของรถส่วนบุคคล มีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท โดยมีผลบังคับในอีก 120 วัน นับแต่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งหมายถึงจะเริ่มใช้วันแรกในวันที่ 5 กันยายน 2565 อ้างอิง : ราชกิจจานุเบกษา
10 สิงหาคม 2565

anal porno zdarma culi nudi al mare free sex videos antalya escort

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save