fbpx

9 เรื่องที่พ่อแม่ที่มีลูกวัยอนุบาลควรปฏิบัติเมื่อลูกเข้าสู่ “สังคมโรงเรียน”

Writer : parentsone
: 1 ตุลาคม 2561

คุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกวัยที่เข้าเรียน บางครอบครัวอาจเริ่มเรียนเร็ว ตั้งแต่เนิสเซอรี่ บางครอบครัวมีเวลาเลี้ยงดูเองก็อาจให้เข้าโรงเรียนช้าหน่อย อันนี้แล้วแต่ความจำเป็นและความเห็นชอบของแต่ละครอบครัว  แต่!!! เมื่อเราตัดสินใจพาลูกไปเข้าโรงเรียนแล้ว  มาดูกันสักนิดค่ะว่า สิ่งที่พ่อๆแม่ๆ อย่างเราพึงปฏิบัติต่อกันมีอย่างไรบ้าง  เพราะโรงเรียนคือสถานที่ที่รวมเด็กๆ  ที่มาจากต่างบ้าน ต่างครอบครัว ต่างการอบรมเลี้ยงดู ดังนั้น แนวทางการอบรมดูแล เพื่อการอยู่ร่วมกันในสังคมของคุณพ่อคุณแม่จึงเป็นสิ่งที่สำคัญต่อสังคมโรงเรียน “  จริงๆ

1.ฝึกทักษะชีวิตให้ลูก เพื่อเตรียมความพร้อมตามวัยของลูก

เมื่อลูกต้องเข้าเรียนที่โรงเรียน ลูกไม่มีคุณพ่อคุณแม่คอยติดตามดูแล ช่วยเหลือในทุกๆเรื่องเหมือนตอนอยู่ที่บ้าน ดังนั้น หากลูกไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้เลย ขาดทักษะชีวิตเวลาที่ลูกมาโรงเรียน ลูกก็อาจจะทำอะไรไม่ทันเพื่อน อาจจะดูแตกต่างจากคนที่ทำได้แล้ว ซึ่งอาจส่งผลต่อทักษะการเข้าสังคมของลูกได้ และยังทำให้ลูกเสียเวลาในการเรียนรู้สิ่งอื่นๆในห้องเรียน  คุณพ่อคุณแม่จึงควรตระหนักและช่วยลูกในการฝึกทักษะเบื้องต้น เช่น รับประทานอาหาร เลิกผ้าอ้อมสำเร็จรูป การบอกความต้องการแก่คุณครู  การใส่เสื้อผ้า ถอดเสื้อผ้าเอง เป็นต้น

2.ปฏิบัติตามกฎ ระเบียบ นโยบาย โรงเรียนอย่างของเคร่งครัด

คุณพ่อคุณแม่ควรปฏิบัติตามกฎ ระเบียบ หรือนโยบายที่โรงเรียนกำหนดไว้อย่างเคร่งครัด เช่น การแต่งกายของคุณพ่อคุณแม่ที่จะมารับส่งเด็กๆ ไม่ให้สั้น บาง หรือโป๊จนเกินงาม  หรือการจอดรถ การขับรถส่งรับ นักเรียนในทุกระดับชั้น ขอให้ปฏิบัติตามกฎระเบียบ เพื่อให้การจัดการในแต่ละด้านของโรงเรียนเป็นไปอย่างราบรื่น และยังได้เป็นตัวอย่างที่ดีของลูกอีกด้วย อย่าลืมว่าสังคมจะดีได้ ต้องมาจากครอบครัวก่อน สังคมโรงเรียนก็เช่นกัน

3.หยุดเรียนเมื่อลูกป่วย แม้เพียงป่วยเล็กน้อยเพื่อตัดวงจรการแพร่เชื้อ

ลูกป่วยต้องหยุดโรงเรียน เก็บตัวอยู่บ้าน รักษาให้หายดีแล้วจึงให้ไปโรงเรียนได้ ไม่ใช่ลูกป่วยก็ยังให้ไปโรงเรียน พร้อมฝากคุณครูป้อนยาอีก!!!   เรื่องอาการเจ็บป่วยของเด็กคือสิ่งที่ลูกในวัยอนุบาลต้องเจออยากหลีกเลี่ยงไม่ได้  ป่วยกันจริงๆ ป่วยกันจัง สารพัดโรค แล้วติดต่อทุกโรคจริงๆ ชื่อโรคที่เราไม่เคยได้ยินมาตลอดชีวิตก็มาได้ยินตอนนี้แหละ  เรื่องสุดพีคของลูกวัยอนุบาลคือเรื่องนี้เอง  ฝากถึงคุณพ่อคุณแม่ทุกคนดูแลลูกๆ ให้ดี  หากพบอาการป่วย หยุดเรียนไว้ก่อนทันทีค่ะ อย่าให้ลูกไปโรงเรียนเพราะลูกอาจไปแพร่เชื้อให้กับเด็กคนอื่นๆ เป็นวงจรแบบนี้ไม่รู้จบ

4.ป่วยแล้วหยุดเรียนแล้ว ก็เก็บตัวจนหายดีไม่ออกไปนอกบ้าน

เมื่อลูกป่วย หยุดเรียนแล้วก็เก็บตัวอยู่บ้านกันนะคะ อย่าพาลูกออกไปเที่ยวไหน อาจจะเห็นว่าลูกมีอาการเพียงเล็กน้อย อยู่บ้านก็เบื่อไม่มีอะไรทำ จึงพาลูกออกไปข้างนอกเพื่อหากิจกรรมทำ  อย่าลืมว่าลูกยังป่วยอยู่ ซึ่งอาจจะอยู่ในระยะแพร่เชื้อได้ ดังนั้น การพาลูกที่ป่วยออกไปทำกิจกรรมหรือไปเที่ยวนอกบ้าน นั่นก็หมายถึงการแพร่เชื้อให้กระจายออกไปสู่สังคมเช่นกัน

5.หนักนิดเบาหน่อย ให้อภัยกันได้ ถ้าพบว่าอาจมีการเล่นกันรุนแรงไป

เรื่องการเล่นกันของเด็กวัยนี้ บางทีอาจมีการเล่นกันแบบรุนแรงเพราะเค้าอาจจะยังไม่รู้ความหนักเบา ความเจ็บ หรือความแรงของแรงที่ใช้ เช่น ตีเพื่อน อาจจะตีกันไปกันมา จนแรงไป ทำให้เกิดความเจ็บ หรือรอยแผลได้ ซึ่งหากผู้ปกครองไม่พูดคุยทำความเข้าใจ หรือเปิดใจยอมรับว่า เด็กวัยนี้อาจมีพลาดพลั้งไปบ้าง ก็อาจเกิดความขัดแย้งหรือผิดใจกันได้ค่ะ  หากเกิดกรณีนี้ขึ้นให้สอบถามจากเด็กทั้งสองฝ่าย และคุณครูเสมอ อย่าเพิ่งด่วนใช้อารมณ์ตัดสินนะคะ เพราะเด็กๆ ยังต้องเรียนกันไปอีกนานค่ะ

6.ไลน์กลุ่มผู้ปกครอง ใช้ให้ถูกวิธีมีประโยชน์มาก

ยุคนี้ หลีกเลี่ยงไม่ได้เลยที่เราจะไม่ใช้ไลน์ในการสื่อสาร และยิ่งในกลุ่มผู้ปกครอง ไลน์กลุ่มจะค่อนข้างแอคทีพมาก ซึ่งวัตถุประสงค์หลักของการมีไลน์กลุ่มผู้ปกครอง คือ การสื่อสารระหว่างผู้ปกครองภายในห้องเรียนเดียวกัน ซึ่งเป็นการสื่อสารที่ต้องการให้ทุกคนรับรู้ทั่วกัน  ไม่ใช่ไลน์ส่วนตัว ไม่ต้องส่งรูปสวัสดีวันจันทร์ วันอังคาร หรือวันไหนๆ  รวมถึงไม่ต้องแสดงความคิดเห็นในทุกเรื่อง หรือในเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับเรา ตอบให้ตรงประเด็นไม่ดราม่า ไม่ว่ากัน หากมีเรื่องหรือธุระที่ต้องติดต่อผู้ปกครองในห้องนั้นให้ไลน์ส่วนตัวไปค่ะ

7.เข้าร่วมกิจกรรมต่างๆที่โรงเรียนจัดขึ้น หรือขอความร่วมมืออย่างสม่ำเสมอ

วัยอนุบาล ส่วนใหญ่แล้วพ่อแม่จะมีการทำกิจกรรมร่วมกับทางโรงเรียนเสมอๆ เช่น วันเด็ก ปีใหม่ วันพ่อ วันแม่ มากมายหลายกิจกรรม ซึ่งคุณพ่อคุณแม่ควรไปร่วมทุกกิจกรรมหากเป็นไปได้ หรือหาเวลาได้ เพราะนอกจากเราจะได้เห็นพฤติกรรมของลูกเวลาที่อยู่โรงเรียนแล้ว เรายังได้สร้างความสุขให้กับเด็กๆคนอื่นอีกด้วย  เช่น กิจกรรมเล่านิทาน  กิจกรรมร้องเพลงต่างๆ  รวมถึงความสุขที่ลูกจะได้รับเพราะลูกจะเห็นว่าพ่อแม่มาร่วมกิจกรรมด้วยความรักและอยากเห็นรอยยิ้มของลูก

8.เข้าใจและไว้ใจคุณครู มอบหน้าที่ดูแลลูก โดยไม่มีการคอยจับผิด

พ่อแม่ต้องมีพื้นฐานความคิดที่เชื่อใจและไว้ใจคุณครู ผู้ทำหน้าที่ดูแลลูกของเรา โดยไม่ไปกดดันหรือคอยจับผิด หรือทำให้คุณครูรู้สึกไม่เป็นธรรมชาติในการดูแลเด็กๆ  ในขณะเดียวกันเราก็สามารถสอดส่องดูแลลูกๆ ได้ โดยการสอบถามพูดคุยกับทั้งลูก ๆและคุณครู รวมถึงผู้ปกครองท่านอื่นๆ ว่าในเวลาที่ลูกอยู่โรงเรียน คุณครูมีการดูแลอย่างไรบ้าง ใช้วิธีพูดคุยธรรมดาไม่ได้เป็นการคาดคั้นหรือจับผิดแต่อย่างใด

9.ทำความรู้จักพ่อแม่ท่านอื่นๆ ของเพื่อนลูก

การเป็นพ่อแม่ในวัยอนุบาล การได้เพื่อนเป็นพ่อแม่ของเพื่อนลูกเป็นสิ่งที่ดีมาก เพราะเราจะะได้มุมมองใหม่ๆได้ความคิดเห็นในเรื่องที่เราต้องการเกี่ยวกับลูกๆ โรงเรียน กิจกรรมที่ทำ วันหยุดพาลูกไปไหนดี หรือความคิดเห็นในเรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวกับลูกๆ  และยังได้ช่วยกันดูแลเด็กๆ ให้อยู่ในสายตาของพ่อแม่ ทุกๆคน แทนเรา ในยามที่เราอาจติดธุระ  และเรายังได้สังคมใหม่และเพื่อนใหม่อีกด้วย ไม่มีใครเข้าใจเราเท่าคนที่มีลูกวัยเดียวกันอีกแล้วในยามนี้

รวบรวมมาให้อ่านกันค่ะ 9 ข้อนี้ เป็นข้อพึงปฏิบัติในสังคมโรงเรียน เมื่อลูกเข้าสู่วัยเริ่มต้นในรั้วโรงเรียน  ไม่ยากเลยใช่ไหมคะ ที่เราจะทำให้สังคมโรงเรียน สังคมเล็กๆ ของลูกเราน่าอยู่ขึ้น เพราะสังคมที่ดี เริ่มต้นจากครอบครัวที่ดี จุดเล็กๆ นำพาไปสู่ความยิ่งใหญ่

บทความร่วมกับเพจ :  โอ้..มายลูก

Writer Profile : parentsone

  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



เด็กวัยเข้าโรงเรียน เด็กวัยเข้าโรงเรียน
30 มิถุนายน 2560
เด็กวัยเข้าโรงเรียน เด็กวัยเข้าโรงเรียน
28 กรกฏาคม 2560
Update
anal porno zdarma culi nudi al mare free sex videos antalya escort