fbpx

ในวันที่ลูกยังอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้

: 13 กรกฏาคม 2560

มีคุณแม่หลายท่าน inbox มาปรึกษาถึงความกังวลใจที่ลูกเข้าอนุบาลแล้วยังอ่านไม่ออกและเขียนไม่ได้อยู่เลย ตุ๊กก็ขอยอมรับว่าเป็นคนหนึ่งที่เคยกังวลเรื่องนี้เช่นกัน เพราะหันไปทางไหนเด็กวัยเดียวกันกับจินก็อ่านออกเขียนได้กันเต็มไปหมด

จนมานั่งพูดคุยกับพี่เหว่งเลยเห็นตรงกันว่า โรงเรียนที่เน้นวิชาการไม่น่าจะเหมาะกับลูกของเรา เพราะในแต่ละวันที่จินกลับมาจากโรงเรียน เธอจะมีการบ้านที่ค่อนข้างยาก ยากสำหรับลูกและก็ยากสำหรับแม่ในการสอนเขาให้เข้าใจอีกด้วย เท่าที่ตุ๊กจำความได้ พ่อก็เคยพยายามสอนการบ้านเลขตุ๊กอย่างหนักหน่วง

แต่ไม่ว่าพ่อจะพยายามยังไง ตุ๊กก็ไม่มีทีท่าที่จะเข้าใจเลย ถึงจะหัวไม่ดีแต่พ่อแม่กลับไม่เคยพาตุ๊กไปเรียนกวดวิชาที่ไหนสักแห่ง สมุดแบบฝึกหัดคณิตศาสตร์ที่บ้านก็ไม่มีสักเล่ม เดาว่าพ่อคงคิดมาดีแล้วว่าลูกสาวคนนี้สมองไม่ถูกกับตัวเลข แต่จำได้ว่าทุกจุดในบ้านจะมีกระดาษวาดรูป ดินสอสี สีน้ำ สีเมจิก เต็มไปหมด และความประทับใจที่จนวันนี้ก็ยังไม่ลืมคือ พ่อเคยให้ตุ๊กวาดอะไรก็ได้บนรั้วบ้านก่อนที่จะทาสีใหม่ทับลงไป

ซึ่งตอนนั้นรู้สึกว่ารั้วบ้านใหญ่มาก มันทั้งตื่นเต้นและท้าทายกว่าระบายสีบนกระดาษเป็นไหนๆ ตุ๊กระบายสีไป ยิ้มไป หัวเราะไป และรู้สึกได้ว่าวันนั้นเป็นวันที่มีความสุขมากจริงๆ

มาวันนี้ที่มีลูกแล้ว ก็อดที่จะมองย้อนกลับไปเมื่อครั้งที่เรายังเป็นเด็กไม่ได้ว่า อะไรคือความสุขและคือสิ่งที่สำคัญ สำหรับครอบครัวเรา ทั้งตุ๊กและพี่เหว่งไม่ได้เติบโตมาด้วยการพาลูกไปเรียนพิเศษหรือเคร่งเครียดกับการเตรียมสอบอะไร

ถ้าจะเคยให้เรียนก็เพื่อให้ลูกรู้จักปรับตัวและเจอคนอื่นนอกเหนือจากคนในครอบครัวมากกว่าที่จะไปเรียนเพื่อสอบให้ได้เกรดดีๆ เราไม่ได้คาดหวังว่าลูกจะต้องเรียนเก่ง ขอแค่ให้เขารู้จักช่วยเหลือตัวเองเป็น ปรับตัวได้ ไม่เครียดหรือกดดันมากเกินไป และใช้ชีวิตอย่างมีความสุขตามวัยของเขาก็พอ

ถ้าจะให้จินไปเรียนกวดวิชาเพื่อให้อ่านออกเขียนได้คงไม่ใช่ทางออกที่เหมาะกับครอบครัวของเราเท่าไหร่ แต่การเลือกโรงเรียนให้เหมาะกับจินและไปในทางเดียวกันกับการเลี้ยงลูกของเรา สิ่งนั้นต่างหากที่เราคิดว่าเป็นสิ่งที่สำคัญ

Writer Profile : Tuk LittleMonster

  • Blog :
  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



รวมกิจกรรมช่วงปิดเทอมสำหรับลูก
กิจกรรมของครอบครัว
Update
ข่าว ข่าว
ในขณะนี้ ได้มีการอนุมัติการฉีดวัคซีนโควิด-19 ของไฟเซอร์ให้เด็กในช่วงอายุ 5 - 11 ปีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งคาดการณ์ไว้ว่าสามารถฉีดให้เด็กได้ภายในวันที่ 31 มกราคมนี้ โดยเริ่มฉีดวัคซีนป้องกันโควิดในเด็กกลุ่มเสี่ยงก่อน รวมทั้งแจ้งผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้ และแนวทางปฏิบัติตัวให้คุณพ่อคุณแม่ได้เตรียมความพร้อมก่อนค่ะ โดยอาการผลข้างเคียงเบื้องต้นดังกล่าวมีดังนี้ เจ็บในตำแหน่งที่ฉีด 79-86% อ่อนเพลีย 60-66% ปวดศีรษะ 55-66% จากที่สังเกตุการณ์ยังพบว่าผู้ที่ฉีดวัคซีนเข็ม 2 จะมีอาการข้างเคียงสูงกว่า แต่ยังไม่พบอาการข้างเคียงรุนแรง แต่อย่างไรก็ควรเฝ้าระวังอาการไว้ด้วย ซึ่งอาการดังกล่าวมีดังนี้ค่ะ แน่นหน้าอก เจ็บหน้าอก หอบ เหนื่อยง่าย ใจสั่น หมดสติ เป็นลม เพลียมากกว่าปกติ ซึ่งหากพบอาการดังกล่าวให้รีบพบแพทย์ทันที นอกจากสังเกตอาการในช่วง 30 นาทีหลังได้รับวัคซีนแล้วก็ควรติดตามอาการต่อเนื่องอีก 30 วัน และไม่ควรออกกำลังกายหนัก ๆ หลีกเลี่ยงให้หัวใจทำงานหนักค่ะ คุณพ่อคุณแม่หลายคนอาจจะกังวลกับการฉีดวัคซีนในเด็ก ด้วยกังวลถึงภาวะกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบที่อาจจะตามมา ทางราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทยได้ให้คำแนะนำว่าอาการดังกล่าวนี้ มักเกิดในเด็กผู้ชายมากกว่าเด็กผู้หญิง และเกิดหลังจากได้รับวัคซีนเข็มที่ 2 หากกังวลกับเรื่องดังกล่าว ควรชะลอการรับเข็มวัคซีน 2 ไปก่อน จนกว่ามีข้อมูลความปลอดภัยมารองรับมากขึ้น แต่อาการดังกล่าวยังพบได้น้อยมากค่ะ  อ้างอิงจาก https://www.komchadluek.net/covid-19/501982
21 มกราคม 2565

anal porno zdarma culi nudi al mare free sex videos antalya escort