fbpx

NEWS: พ่อแม่ระวัง! โรค 4S ผิวหนังลอกในเด็กเพราะติดเชื้อจากการถูกสัมผัส

Writer : Lalimay
: 26 พฤศจิกายน 2561

ช่วงนี้เห็นข่าวว่าเด็กๆ หลายคนตั้งแต่วัยทารกจนถึงอายุประมาณ 5 ขวบ มีอาการผิวปริและลอกจากโรค 4S ซึ่งเป็นโรคที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียที่อาจติดมาจากการถูกกอดหรือหอม

โดยมีผู้ใช้เฟซบุ๊ก “คุณหญิง ฉัตรเพชรฯ” และ “Kultharin Lhew” ได้โพสต์เกี่ยวกับอาการของลูกวัย 5 เดือน และ อายุประมาณ 5 ขวบที่ผิวหลังหลุดลอกมีจุดเล็กๆ สีเหลือง หนังที่แดงเริ่มปริออกเหมือนคนถูกน้ำร้อนลวก ผิวหนังแดงที่เบ้าตา 2 ข้างและรอบปาก

โดยคุณหมอได้วินิจฉัยว่าเป็นโรค 4S หรือ Staphylococcal scalded skin syndrome (SSSS) จึงได้ออกมาเตือนภัยให้แก่คุณพ่อคุณแม่ว่าเลี่ยงการให้คนอื่นที่ยังไม่ได้ล้างมือหรือล้างหน้ามาจับ กอด หรือหอมลูกเพราะอาจติดเชื้อแบคทีเรียนี้ได้

นายแพทย์ณรงค์ อภิกุลวณิช รองอธิบดีกรมการแพทย์และโฆษกกรมการแพทย์ กล่าวว่า โรค 4S นี้เกิดจาก เชื้อแบคทีเรียชื่อ “Staphylococcus aureus” พบได้บ่อยในกลุ่มเด็กทารก และเด็กเล็กอายุน้อยกว่า 5 ปี เป็นโรคผิวหนังชนิดหนึ่งที่มีอาการผิวหนัง เด็กจะมีอาการไข้ อ่อนเพลีย ตัวแดง ร้องงอแง เจ็บบริเวณผิวหนัง

ผื่นสามารถกระจายไปทั่วตัวอย่างรวดเร็วใน 1 – 2 วัน จากนั้นจะสังเกตเห็นการลอกของผิวหนัง ซึ่งเกิดจากการแยกตัวของหนังกำพร้าชั้นตื้น มีแผลถลอกตื้นๆ หรือเป็นแผ่นและสะเก็ด ลักษณะจำเพาะ คือ สะเก็ดลอกจะเรียงเป็นเส้นๆ ในแนวรัศมี รอบปาก และดวงตา

สำหรับโรคนี้รักษาให้หายได้ด้วยยาปฏิชีวนะทางหลอดเลือดดำเพื่อกำจัดเชื้อที่สร้างท็อกซิน ให้สารน้ำให้เพียงพอเนื่องจากผู้ป่วยมีการสูญเสียน้ำทางผิวหนังมากกว่าปกติ สำหรับการรักษาจะเป็นการรักษาตามอาการ เช่น ให้ยาลดไข้และแก้ปวด ร่วมกับการดูแลแผล โดยผิวหนังจะหายเป็นปกติหลังจากผื่นหาย

ส่วนวิธีการป้องกันโรค 4S ทำได้ด้วยการทำความสะอาดมือของคนที่จะมาจับ กอด หรือหอมลูก ทั้งตัวพ่อแม่เองและบุคคลอื่น ถ้าเป็นไปได้จริงๆ ก็ควรหลีกเลี่ยงให้คนอื่นหอมแก้มลูก

อ้างอิงจาก

 

Writer Profile : Lalimay

  • Blog :
  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

 

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



Update
ข่าว ข่าว
เด็กถูกลืมไว้บนรถเป็นข่าวที่ออกมาให้เห็นอยู่เนืองๆ หากโชคไม่ดีเด็กที่ถูกลืมก็อาจถึงขั้นเสียชีวิตได้ ดังนั้นนักวิทยาศาสตร์ที่ประเทศแคนาดาจึงพัฒนาระบบเซนเซอร์ติดตั้งบนรถ ที่สามารถตรวจจับความเคลื่อนไหวของเด็กและสัตว์เลี้ยงด้วยระบบเอไอ คณะวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยวอเตอร์ลูในแคนาดา เผยว่า อุปกรณ์นี้พัฒนาขึ้นมาโดยใช้เทคโนโลเรดาร์และปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) ซึ่งจะต้องติดตั้งอุปกรณ์เซนเซอร์นี้ไว้ที่เพดานรถยนต์หรือกระจกมองหลังเพื่อการตรวจจับอย่างละเอียด แล้วสัญญาณเรดาร์จะสะท้อนกลับมาที่อุปกรณ์ เมื่อตรวจพบคนหรือสัตว์เลี้ยงภายในรถ เอไอก็จะวิเคราะห์การค้นหา เพื่อตัดสินใจว่าควรจะส่งสัญญาณหรือไม่  อุปกรณ์นี้ยังป้องกันไม่ให้ประตูรถถูกล็อกและส่งสัญญาณเตือนไปถึงคนขับและผู้ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงด้วย ซึ่งทีมนักพัฒนายืนยันว่าอุปกรณ์นี้ทำงานได้ถูกต้อง 100% และตั้งใจจะทำวางจำหน่ายในสิ้นปี 2563 สำหรับสาเหตุที่เด็กเสียชีวิตเพราะถูกทิ้งไว้ในรถมีทั้งพ่อแม่ลืม เด็กล็อกประตูเล่น รวมไปถึงพ่อแม่ตั้งใจทิ้งลูกไว้ เพราะคิดว่าไปทำธุระแป๊บเดียว โดยที่พ่อแม่ลืมก็เป็นเพราะนั่งอยู่บนคาร์ซีทที่เด็กนั่งหันหน้าเข้าเบาะ ทำให้พ่อแม่ไม่เห็นและเด็กก็ยังเล็กเกินกว่าที่จะสื่อสารได้ ซึ่งเด็กที่เสียชีวิตเพราะความอบอ้าวภายในรถ ราว 83% เป็นเด็กอายุไม่เกิน 3 ขวบและอีก 55% มีอายุประมาณ 1 ขวบหรือเด็กกว่านั้น  อ้างอิงจาก https://www.thebangkokinsight.com/237733/  
14 พฤศจิกายน 2562