fbpx

โรคเริมในเด็ก อันตรายจากการจูบที่เราต้องระวัง

Writer : Jicko
: 30 มีนาคม 2564

พอเห็นเด็กๆ น่ารักๆ หรือแม้กระทั่งลูกของเราที่อยู่บ้าน เป็นเรื่องธรรมดามากนะคะที่เราจะกอด จะฟัด จะหอม จะจูบเขา คุณพ่อคุณแม่หลายคนก็ทำเช่นนี้เป็นเรื่องปกติ ซึ่งจริงๆ หากตัวคนที่หอมเองไม่รักษาความสะอาดตัวของพ่อแม่เองสกปรก หากไปหอม ไปจูบลูก ก็ทำให้เกิดความเสี่ยงในการติดเชื้ออย่าง “โรคเริม” ได้

เพราะฉะนั้นเราเองต้องระมัดระวังเรื่องนี้เป็นพิเศษ เพราะอาจจะทำให้เด็กๆ ป่วยหนักได้เลยนะคะคุณพ่อคุณแม่

เริมคืออะไร

คือโรคผิวหนังชนิดหนึ่งที่เกิดขึ้นบ่อยในผู้ใหญ่และไม่มีอาการรุนแรง แต่หากเกิดขึ้นกับเด็กเล็กอาจทำให้มีอาการรุนแรงจนถึงขั้นเสียชีวิตได้ ซึ่งโรคเริมสามารถติดต่อกันผ่านการสัมผัสเยื่อบุอ่อน อย่างเช่น ปาก และอวัยวะเพศนั่นเองค่ะ

ทำไมแค่หอมหรือจูบลูก ก็สามารถติดเริมได้

เนื่องจากผู้ใหญ่อย่างเราๆ บางทีอาจจะไม่ได้แสดงอาการเริมเนื่องจากมีภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงกว่า ในขณะที่เด็กๆ ยังมีร่างกายที่อ่อนแอ ทำให้ผู้ใหญ่ที่ไม่ค่อยระมัดระวังเรื่องนี้ไปสัมผัสเด็กๆ ทำให้พวกเขาติดเชื้อได้นั่นเองค่ะ

เด็กเล็กติดเริมยังไงได้บ้าง

โรคเริมในเด็กนั้นสามารถติดต่อกันได้ง่ายและรุนแรง ก็เพราะผิวหนังของเด็กนั้นบอบบาง ทำให้ไวรัส HSV จึงง่ายต่อการฝังตัว ซึ่งสาเหตุหลักๆ มีดังนี้

  • ผ่านการจูบ
  • การให้นม
  • การอุ้ม
  • การใช้ของร่วมกัน
  • แม่มีแผลเริมที่อวัยวะเพศขณะคลอดลูกแบบธรรมชาติ

อาการ

หากเด็กๆ เป็นโรคเริม คุณพ่อคุณแม่จะสังเกตอาการได้ภายใน 2-3 วัน หรืออาจจะนานถึง 3 สัปดาห์ หลังจากได้รับเชื้อ โดยอาการต่างๆ มีดังนี้

  • ปวดแสบปวดร้อนแผล
  • มีตุ่มใสๆ ที่ปากหรือริมฝีปาก
  • มีไข้ต่ำๆ
  • ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ

สิ่งต้องห้ามหากเป็นเริม

  • ห้ามบีบตุ่มแผล
  • ห้ามลอกสะเก็ดออกเอง
  • หลีกเลี่ยงภาวะเครียด
  • ห้ามไม่ให้ตุ่มแผลสัมผัสผู้อื่นโดยตรง
  • ห้ามสัมผัสแผลโดยตรง

ยังไงก็ตามหากคุณพ่อคุณแม่ไม่อยากให้ลูกน้อยเป็นเริม ก็อาจจะต้องดูแลรักษาตัวเองให้ปลอดภัยเสียก่อน พยายามอย่าให้คนแปลกหน้ามาหอมมากอดเด็กๆ โดยเฉพาะเด็กเล็ก หรือหากผู้ใหญ่ที่เคยเป็นเริม ก็ต้องแน่ใจก่อนว่าไม่มีอาการแล้ว ถ้ามีภูมิคุ้มกันแข็งแรงแล้ว จะกอดจะหอมจะจูบยังไง รับรองว่าปลอดภัยหายห่วงแน่นอนค่ะ

อ้างอิงจาก : poonrada, thaichildcarebbettercare

Writer Profile : Jicko

  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



ข้อมูลทางแพทย์ ข้อมูลทางแพทย์
12 มิถุนายน 2562
ลูกชอบพูดแทรก จะแก้อย่างไร
ชีวิตครอบครัว
Update
ข่าว ข่าว
การตีไม่ใช่ทางออกของการอบรมสั่งสอนในปัจจุบันอีกต่อไป เพราะเด็กอาจไม่ได้เข้าใจถึงเหตุผลที่เขาทำผิดอย่างแท้จริง มีแต่เพียงความกลัวเท่านั้น อีกทั้งยังส่งผลเสียต่อพัฒนาการอีกด้วย นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด เผยว่า การตีเด็กอาจจะส่งผลต่อการพัฒนาของระบบสมองได้ แม้จะตีเบาๆ ก็ตาม เมื่อทำการสแกนสมองของเด็กอายุ 10-11 ปี จำนวน 147 คน พบว่าเด็กที่ถูกตีและทารุณนั้น สมองของพวกเขาจะสร้างคลื่นบริเวณเยื่อหุ้มสมองที่เปรียบได้เสมือนสัญญาณของการถูกคุกคามและความหวาดกลัว ซึ่งเมื่อถูกทำบ่อยครั้งอาจส่งผลให้เด็กมีปัญหาทางจิต เช่น ความวิตกกังวล สภาวะซึมเศร้า สืบเนื่องไปถึงการใช้สารเสพติดเมื่อพวกเขาโตขึ้นอีกด้วย ดังนั้นพ่อแม่ควรที่จะหลีกเลี่ยงใช้ความรุนแรงกับเด็กและหันมาสอนความแตกต่างระหว่างถูก-ผิด อย่างเข้าใจ พร้อมกำหนดขอบเขตที่ชัดเจนมากกว่า เพราะการอบรมที่ดี ควรต้องปฏิบัติด้วยความอ่อนโยน การตีถือว่าเป็นสิ่งที่ทำให้เด็กเกิดความอับอาย และเกิดเหตุการณ์ฝังใจ แต่กลับไม่เข้าใจและไม่จดจำเหตุผลที่ทำให้โดนทำโทษ ก็จะส่งผลต่อสภาพจิตใจของเด็กต่อไปเมื่อพวกเขาโตขึ้น อ้างอิงจาก https://www.dmh.go.th/news-dmh/view.asp?id=30686  
21 เมษายน 2564

anal porno zdarma culi nudi al mare free sex videos antalya escort