fbpx

NEWS: เล่นกับแมวต้องระวัง เสี่ยงติดเชื้อ "ท็อกโซพลาสมา" โดยเฉพาะในเด็กและหญิงตั้งครรภ์

Writer : Lalimay
: 5 พฤศจิกายน 2562

เมื่อเด็กๆ เห็นแมวก็มักจะชอบวิ่งปรี่เข้าไปลูบหัวหรือเกาคางให้ หรือบางบ้านก็อาจจะเลี้ยงแมวไว้เป็นเพื่อนคู่ใจ แต่คุณพ่อคุณแม่อาจจะต้องระวังหน่อยนะคะ เพราะแมวบางตัวอาจมีเชื้อพาหะ “ท็อกโซพลาสมา” ที่ติดต่อมาสู่คน จนอาจทำให้ตาบอดได้

เชื้อท็อกโซพลาสมา (Toxoplasmosis) เป็นเชื้อโปรโตซัวที่จะเติบโตอยู่ในลำไส้แมวและสามารถติดต่อสู่คนได้ แต่ไม่มีผลเสียต่อสัตว์ตัวนั้น โดยแมวจะได้รับเชื้อจากการออกไปเล่นนอกบ้าน หรือกินอึของแมวตัวอื่น ทำให้เชื้อทั้งผ่านมาทางอึ 

พอแมวอึเสร็จแล้วเลียขน พอคนเข้าไปหอม จูบ เล่นงับหู หรือให้แมวเลียปาก อาจเสี่ยงรับพยาธิเข้าสู่ร่างกายได้โดยไม่รู้ตัว รวมไปถึงมีโอกาสรับเชื้อได้ผ่านทางมือ จากการใช้ที่ตักทรายเก็บอุจจาระ หากไม่ได้ล้างมือ แล้วหยิบอาหารเข้าปาก ส่งผลให้เกิดอาการตามัว ตาแดง ปวดกระบอกตา และติดเชื้อรุนแรงถึงขั้นตาบอดได้

โดยกลุ่มเสี่ยงต่อการติดเชื้อ คือ ผู้ที่ภูมิคุ้มกันบกพร่อง เด็ก และหญิงตั้งครรภ์ที่ต้องระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากสามารถติดเชื้อสู่ลูกในท้องได้

สำหรับวิธีป้องกัน คือ ควรล้างมือให้สะอาดทุกครั้ง หลังเล่นกับแมว หลีกเลี่ยงการสัมผัสอึแมว และควรสวมถุงมือทุกครั้ง ขณะทำความสะอาดกระบะทราย หลังทำเสร็จก็ต้องล้างมือให้สะอาด

อ้างอิงจาก

thairath.co.th/

Writer Profile : Lalimay

  • Blog :
  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

 

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



Update
ข่าว ข่าว
เด็กถูกลืมไว้บนรถเป็นข่าวที่ออกมาให้เห็นอยู่เนืองๆ หากโชคไม่ดีเด็กที่ถูกลืมก็อาจถึงขั้นเสียชีวิตได้ ดังนั้นนักวิทยาศาสตร์ที่ประเทศแคนาดาจึงพัฒนาระบบเซนเซอร์ติดตั้งบนรถ ที่สามารถตรวจจับความเคลื่อนไหวของเด็กและสัตว์เลี้ยงด้วยระบบเอไอ คณะวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยวอเตอร์ลูในแคนาดา เผยว่า อุปกรณ์นี้พัฒนาขึ้นมาโดยใช้เทคโนโลเรดาร์และปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) ซึ่งจะต้องติดตั้งอุปกรณ์เซนเซอร์นี้ไว้ที่เพดานรถยนต์หรือกระจกมองหลังเพื่อการตรวจจับอย่างละเอียด แล้วสัญญาณเรดาร์จะสะท้อนกลับมาที่อุปกรณ์ เมื่อตรวจพบคนหรือสัตว์เลี้ยงภายในรถ เอไอก็จะวิเคราะห์การค้นหา เพื่อตัดสินใจว่าควรจะส่งสัญญาณหรือไม่  อุปกรณ์นี้ยังป้องกันไม่ให้ประตูรถถูกล็อกและส่งสัญญาณเตือนไปถึงคนขับและผู้ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงด้วย ซึ่งทีมนักพัฒนายืนยันว่าอุปกรณ์นี้ทำงานได้ถูกต้อง 100% และตั้งใจจะทำวางจำหน่ายในสิ้นปี 2563 สำหรับสาเหตุที่เด็กเสียชีวิตเพราะถูกทิ้งไว้ในรถมีทั้งพ่อแม่ลืม เด็กล็อกประตูเล่น รวมไปถึงพ่อแม่ตั้งใจทิ้งลูกไว้ เพราะคิดว่าไปทำธุระแป๊บเดียว โดยที่พ่อแม่ลืมก็เป็นเพราะนั่งอยู่บนคาร์ซีทที่เด็กนั่งหันหน้าเข้าเบาะ ทำให้พ่อแม่ไม่เห็นและเด็กก็ยังเล็กเกินกว่าที่จะสื่อสารได้ ซึ่งเด็กที่เสียชีวิตเพราะความอบอ้าวภายในรถ ราว 83% เป็นเด็กอายุไม่เกิน 3 ขวบและอีก 55% มีอายุประมาณ 1 ขวบหรือเด็กกว่านั้น  อ้างอิงจาก https://www.thebangkokinsight.com/237733/  
14 พฤศจิกายน 2562