fbpx

NEWS : อุทาหรณ์พ่อแม่ อิเกียจ่ายค่าชดเชย 1,400 ล้านบาท หลังตู้ลิ้นชักล้มทับเด็กเสียชีวิต

Writer : Lalimay
: 9 มกราคม 2563

ตู้ลิ้นชักล้มทับเด็ก ถือเป็นหนึ่งในอุบัติเหตุที่อันตราย ด้วยน้ำหนักของตู้ อาจจะทำให้ตู้ล้มมาทับลูกได้ ดังนั้นในการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์จึงต้องให้ความสำคัญในเรื่องของความมั่นคงและการติดตั้งที่มีความปลอดภัยเป็นอย่างมาก

อิเกีย บริษัทผลิตและจำหน่ายเฟอร์นิเจอร์รายใหญ่ของสวีเดนถูกพ่อแม่ของเด็กชายโยเซฟ ดูเด็ก จากรัฐแคลิฟอร์เนียยื่นฟ้องว่าล้มเหลวในการออกมาตรการทำให้ผลิตภัณฑ์ของอิเกียมีความปลอดภัยและมีความมั่นคงในปี 2561 หลังจากที่ตู้ลิ้นชักรุ่น ‘มาล์ม’ ล้มทับ ทำให้เด็กชายวัย 2 ขวบบาดเจ็บที่คอและหายใจไม่ออกจนเสียชีวิต เมื่อเดือนพฤษภาคม 2560

โดยอิเกียตกลงจ่ายชดใช้ให้กับครอบครัวของเด็กชายโยเซฟ ดูเด็ก 46 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1,396 ล้านบาท ซึ่งเป็นข้อตกลงจ่ายชดใช้จากความผิดที่ทำให้เด็กเสียชีวิตมูลค่าสูงที่สุดในสหรัฐอเมริกา

นอกจากเหตุการณ์นี้แล้ว ตู้ลิ้นชักรุ่น ‘มาล์ม’ ยังเป็นสาเหตุให้เด็กเสียชีวิตมาแล้วถึง 3 คน โดยมีสาเหตุเดียวกันคือถูกตู้ลิ้นชักที่มีความสูง 30 นิ้วล้มทับลูกจนหายใจไม่ออก โดยหนึ่งในพ่อแม่ได้กล่าวว่าตู้ลิ้นชักนี้มีการออกแบบมาอย่างไม่มั่นคง

เรื่องนี้ถือเป็นอุทาหรณ์สำหรับพ่อแม่เช่นกัน ว่าให้ระมัดระวังในเรื่องของการใช้เฟอร์นิเจอร์ เพราะแม้ว่าจะเป็นสินค้าที่มีคุณภาพ ก็อาจยังเกิดอุบัติเหตุได้ทุกเมื่อ ยิ่งเป็นตู้ลิ้นชักที่สามารถล้มทับลูกได้ ก็ควรต้องทดสอบและติดตั้ง รวมไปถึงยึดตู้กับผนังให้ดี

อ้างอิงจาก

https://www.thaipost.net/main/detail/54126

Writer Profile : Lalimay

  • Blog :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



Update
ข่าว ข่าว
จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในปัจจุบัน ทำให้ทุกประเทศเริ่มทะยอยฉีดวัคซีนให้แก่ประชาชน โดยล่าสุดที่ประเทศเพื่อนบ้านของเราอย่าง กัมพูชา ได้มีการฉีดวัคซีนเข็มแรกให้เด็กอายุ 12-17 ปีแล้ว โดยเด็กที่มีอายุระหว่าง 12-17 ปี ในกรุงพนมเปญ และอีก 3 จังหวัดใกล้เคียง จะได้รับวัคซีน "ซิโนแวค" ของจีน เป็นเข็มแรกและเข็มที่ 2 โดยรัฐบาลคาดว่าจะฉีดให้กับเด็กกลุ่มนี้ครบ 2 ล้านคนก่อนถึงเดือน พ.ย.ปีนี้ เพื่อที่จะได้เปิดการเรียนการสอนที่โรงเรียนได้อีกครั้ง สำหรับการฉีดวัคซีนที่ประเทศกัมพูชานั้น นับตั้งแต่เริ่มโครงการฉีดวัคซีน ประชาชนเกือบ 50% ของจำนวนประชากร 17 ล้านคน คือราวๆ  7.3 ล้านคนได้รับวัคซีนแล้วอย่างน้อย 1 โดส ในส่วนของแผนฉีด "บูสเตอร์" หรือวัคซีนเข็มที่สาม รัฐบาลจะสั่งซื้อวัคซีนแอสตราเซเนกา ผ่านโครงการโคแวกซ์ 500,000 ถึง 1 ล้านโดส เพื่อกระตุ้นให้แก่บุคลากรการแพทย์ และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขด่านหน้า ขณะที่วัคซีนของจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน ซึ่งได้รับบริจาคจากสหรัฐฯ จะนำไปฉีดให้แก่กลุ่มชาติพันธุ์ทางภาคเหนือของประเทศ เนื่องจากเป็นวัคซีนที่ฉีดเพียงเข็มเดียว เหมาะสำหรับการแจกจ่ายในพื้นที่ห่างไกล นอกจากนี้ยังประกาศไฟเขียวให้บริษัทเอกชนช่วยนำเข้าวัคซีนมาแจกจ่ายให้กับโรงพยาบาลและสถานพยาบาลต่างๆ ด้วย อ้างอิงจาก https://www.thairath.co.th/news/foreign/2155165  
2 สิงหาคม 2564

anal porno zdarma culi nudi al mare free sex videos antalya escort

eşya depolama istanbul eşya depolama